สส.ประชาชาติ เชื่อโดนลอบยิงปม ‘การเมือง-มั่นคง’ - ‘กล้าธรรม’ ยันไม่ใช่เรื่องระหว่างพรรค

9 เม.ย. 2569 - 16:39

  • สส.ชายแดนใต้ รวมตัวร้อง ‘อนุทิน’ เร่งจัดการคดีลอบยิง ‘สส.กมลศักดิ์ โดย ‘กมลศักดิ์’ มั่นใจไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ชี้เป็นเรื่อง ‘การเมือง – ความมั่นคง’ ปฏิเสธข่าวถูกตั้งค่าหัว 10 ล้าน เผยมีความพยามยามลอบสังหาร 5-6 ครั้ง

  • ‘กล้าธรรม’ ย้ำไม่เกี่ยวการเมืองระหว่างพรรค ด้าน ‘สัมพันธ์’ แจงภาพถ่ายคู่ ‘น.อ.มนตรี’ ที่ให้ยืมรถก่อเหตุ เป็นภาพร่วมงานแต่ง 2-3 ปีก่อน มีประชาชนมาขอถ่ายรูป ยืนยันไม่รู้จัก ‘น.อ.มนตรี’

สส.ประชาชาติ เชื่อโดนลอบยิงปม ‘การเมือง-มั่นคง’ - ‘กล้าธรรม’ ยันไม่ใช่เรื่องระหว่างพรรค

ซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชน กล่าวถึงเหตุลอบยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ เมื่อค่ำวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่า ผ่านไปเกือบ 1 เดือน ยังไม่มีความคืบหน้า จะทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ความจริงปรากฏให้ได้ วันนี้ตนเองได้พบ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ติดตามเรื่องทั้งหมด ซึ่งนายกรัฐมนตรี รับปากว่า จะไม่ปล่อย และจะไปดำเนินการ กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่หาผู้บงการ และนำผู้กระทำผิดที่หลบหนีอยู่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้ ยืนยันว่า สส. 3 จังหวัดใช้ภาคใต้ ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนว่าต้องการความคืบหน้าของคดี อยากให้นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล และผู้อำนวยการ กอ.รมน. ที่กำกับดูแลรถพยานหลักฐานดังกล่าว ให้ติดตามดำเนินการตามกระบวนการต่อไป

ด้าน รอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า แม้ว่าจะมีความคืบหน้าในการสอบสวน แต่สิ่งสำคัญประชาชนต้องการรู้ว่าใครเป็นผู้บงการ และมีใครปกปิดไม่ให้เข้าถึงหลักฐาน รวมถึงอยากให้นายกรัฐมนตรี ทบทวนการรักษาความปลอดภัยของ สส. และบทบาทหน่วยงานความมั่นคง

กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ กล่าวว่า ขอบคุณ สส. 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ร่วมกันเรียกร้อง และทวงถามหาคำตอบ ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงแต่คำถามคงไม่เท่ากับข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ยานพาหนะใช้กระทำความผิด เป็นของ กอ.รมน. รวมถึงทีมงานเป็นอดีตนาวิกโยธิน และทหารพราน ที่ยังจับกุมตัวไม่ได้ จึงขอให้พนักสอบสวนทำงานเชิงลึกมากกว่านี้

ขออย่าไปยึดเฉพาะคำให้การที่ให้การกับผู้สอบวินัยอย่างเดียว ต้องทำงานเชิงลึก ซึ่งข้อเท็จจริงทราบว่าก่อนหน้านี้มีการให้ยืมรถ และมีความพยายามลอบสังหาร ไม่น้อยกว่า 5 -6 ครั้ง แต่หาจังหวะไม่ได้ พร้อมตั้งข้อสังเกต กระบวนการยืมรถของหน่วยงานที่ไม่มีเอกสาร และการเผยแพร่รูปภาพรวมถึงคลิปจากกล้องวงจรปิดวงจร แต่กลับไม่ได้นำมาถูกใช้ในการสืบสวนสอบสวน และยังมีความพยายามรีบไปแจ้งความรถหาย จึงอยากให้ชุดสืบสวนพยายามหารายละเอียดเรื่องนี้เพื่อนำไปสู่การดำเนินคดีอย่างตรงไปตรง

ส่วนมูลเหตุจูงใจเป็นประเด็นส่วนตัวหรือไม่นั้น กมลศักดิ์ กล่าวว่า ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนตัว แต่มีข้อสงสัยด้านความมั่นคงและด้านการเมือง พร้อมปฏิเสธถึงการตั้งค่าหัวตนเองถึง 10 ล้านบาท แต่รับทราบต่อกันมา ขณะเดียวกันหากคดียืดเยื้อ การตัดสินใจร่วมรัฐบาลมองว่าเป็นเรื่องของอนาคต

ด้าน อามินทร์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส พรรคกล้าธรรม ชี้แจงถึงจุดยืนของพรรคกล้าธรรม ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองระหว่างพรรคแน่นอน แม้จะรู้จักกับบุคคลที่ให้ยืมรถ แต่สิ่งนั้นเป็นเรื่องสาธารณะ จึงอยากให้สนใจในเรื่องของคดีมากกว่า เพราะมองว่าคนเป็น สส. ไม่ควรมาเจอเรื่องแบบนี้ และควรได้รับความยุติธรรม

ด้าน อังคณา นีละไพจิตร สว. ระบุว่า เรื่องแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น ช่วงที่เกิดเหตุเป็นช่วงสถานการณ์ที่มีการปิดเมือง ประชาชนสัญจรไปมาไม่ได้ แต่ผู้ก่อเหตุไปไหนมาไหนได้ตามอำเภอใจ เหตุการณ์นี้สร้างความตกใจและความหวาดกลัวให้กับคนในพื้นที่อย่างมาก ขณะที่รัฐบาลผู้พูดถึงการสร้างสันติสุข ส่วนตัวคิดว่าตอนนี้สูญเสียความไว้เนื้อเชื่อใจ ระหว่างรัฐกับประชาชน เราจะสร้างสันติภาพไม่ได้หากไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งในการแถลงนโยบายของรัฐบาลวันนี้ น่าเสียใจที่ไม่มีคำว่า

“ รัฐบาลจะมุ่งมั่นที่จะยุติวัฒนธรรมการงดเว้นโทษ ที่เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ “คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะการกระทำผิดที่เกิดขึ้นจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ จึงอยากเห็นนายกรัฐมนตรีออกมาแสดงความรับผิดชอบอย่างจริงจังกับเรื่องนี้ รวมถึงประธานรัฐสภาในฐานะที่มีบทบาทอย่างมากในการกำกับดูแลสมาชิกทุกคน และอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะมีการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา เชื่อว่าเรื่องนี้จะถูกหยิกไปพูดถึงแน่นอน

ทั้งนี้ ส่วนตัวคิดว่าเราเป็นผู้แทนของประชาชนยังสามารถถูกคุกคามถึงชีวิตได้ขนาดนี้ นับประสาอะไรกับประชาชนทั่วไป หากยังปล่อยให้หน่วยงานความมั่นคงใช้อำนาจอะไรก็ได้ ที่จะทำอะไรกับคนที่เห็นต่าง แม้กระทั่งเรื่องของการยืมรถ ส่วนตัวคิดว่าไม่ควรจะเกิดขึ้น ถามว่ารถของ กอ.รมน. แสดงว่าใครก็นำไปใช้ได้ใช่หรือไม่ ขอนายกรัฐมนตรีอย่านิ่งนอนใจ

อย่างไรก็ตาม อามินทร์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส พรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงจุดยืนพรรคกล้าธรรม ว่า ตนกับ กมลศักดิ์ หรือแบแว ที่เคารพรักคุยกันมาโดยตลอดว่าเรื่องการเมืองที่เกี่ยวข้องระหว่างพรรคคงไม่มีทางอย่างแน่นอน เรื่องนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น สส.พรรคใดก็ตาม โดยเฉพาะ สส. 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พวกเราทุกคนเป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชน กลับมาเจอเรื่องแบบนี้ ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้น ขณะที่เรื่องความยุติธรรมในระดับ สส. หรือคนที่อาสามาทำงานแบบนี้ไม่ได้รับความยุติธรรม ก็อย่าหวังว่าประชาชนจะได้รับความยุติธรรมเช่นกัน

ส่วนที่มีการแชร์ภาพในโซเชียลมิเดียว่า สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส พรรคกล้าธรรม รู้จักกับ น.อ.มนตรี โตประเสริฐ หัวหน้ากองบริหาร กอ.รมน.นราธิวาส ซึ่งเป็นผู้ให้ยืมรถนั้น สัมพันธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องสาธารณะการที่เราจะรู้จักก็เป็นเรื่องปกติ ขอให้มาโฟกัสที่เรื่องของคดีดีกว่า

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังการแถลงข่าว สัมพันธ์ ได้ชี้แจงกับสื่อมวลชนว่า ภาพดังกล่าวตนเองไปร่วมงานแต่งงานเมื่อ 2-3 ปีก่อน ซึ่งมีประชาชนมาขอถ่ายรูป พร้อมยืนยันว่าไม่รู้จักกับ น.อ.มนตรี

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์