ซีแอนด์จีฯ’ ประกาศความสำเร็จ เชื่อมต่อระบบไฟฟ้าโครงการกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าหนองแขม (First Synchronization) เข้าระบบโครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติสำเร็จ เดินหน้ายกระดับ Waste-to-Energy พลิกโฉมสิ่งแวดล้อมกรุงเทพฯ อย่างยั่งยืน
ปัญหาขยะล้นเมืองกรุงเทพมหานครกำลังจะมีทางออกที่ยั่งยืนขึ้นอีกขั้น เมื่อล่าสุด บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม ออกมาประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า (First Synchronization) ของโครงการฯ เข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติอย่างสมบูรณ์แบบ
โครงการเมกะโปรเจกต์ด้านสิ่งแวดล้อมแห่งนี้ มีขนาดกำลังการกำจัดขยะไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน และสามารถรองรับปริมาณขยะได้สูงสุดถึง 1,600 ตันต่อวัน ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงศักยภาพของเทคโนโลยี Waste-to-Energy ในประเทศไทย
สู่โครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติ: เปลี่ยนขยะเป็นพลังงานสะอาด
'เหอ หนิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ความสำเร็จของการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมขั้นสูงสุดของระบบงานทั้งหมด ตั้งแต่กระบวนการรับขยะ การเผาไหม้เพื่อแปรเปลี่ยนเป็นพลังงาน ไปจนถึงการส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้า
โดยการเชื่อมต่อระบบในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผ่านระบบสายส่งแรงดันไฟฟ้า 115 กิโลโวลต์ และสถานีไฟฟ้าย่อยทวีวัฒนา ของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เพื่อส่งผ่านพลังงานหมุนเวียนสะอาดเข้าสู่ระบบ National Power Grid อย่างเป็นรูปธรรม


ถอดโมเดลแห่งที่ 2 ขับเคลื่อนกรุงเทพฯ สู่เมืองสีเขียว
สำหรับโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าหนองแขมแห่งใหม่นี้ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 39 ไร่ ถนนพุทธมณฑลสาย 3 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม ดำเนินงานภายใต้รูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (BOT) ซึ่งนับเป็นโรงไฟฟ้าขยะแห่งที่ 2 ของบริษัทฯ ต่อเนื่องจากโครงการต้นแบบขนาด 500 ตันต่อวัน ที่เปิดดำเนินการมาอย่างราบรื่นยาวนานกว่า 10 ปี
“ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของทีมงานไทย-จีน และหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ซึ่งไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมด้านวิศวกรรมขั้นสูง แต่ยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยยกระดับการจัดการขยะของ กทม. ลดการฝังกลบ และสร้างความมั่นคงทางพลังงานหมุนเวียนในระยะยาว” เหอ หนิง กล่าวสรุป
วิกฤตการณ์ขยะเมืองใหญ่ในปัจจุบัน กำลังถูกเปลี่ยนผ่านด้วยนวัตกรรมพลังงาน ซึ่งโครงการหนองแขม 1,600 ตันนี้ จะทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครและประเทศไทย ไปสู่อนาคตที่สะอาด มั่นคง และยั่งยืนกว่าที่เคย






