ผลสำรวจบทสนทนาบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปี 2569 โดย SpacebarDataOps ซึ่งรวบรวมข้อมูลระหว่างวันที่ 9-15 มิถุนายน 2569 พบว่า ประเด็นที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุดไม่ใช่การแข่งขันทางการเมือง แต่เป็นสถานการณ์ฝนตกหนักและความเสี่ยงน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ข้อมูลสะท้อนว่า คนกรุงเทพฯ กำลังประเมินผู้สมัครจากความสามารถในการบริหารจัดการปัญหาเมืองที่เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะการรับมือฝนตก น้ำท่วม และการจัดการสาธารณูปโภค มากกว่าการถกเถียงเชิงนโยบายหรือประเด็นทางการเมือง

“ฝน-น้ำท่วม” ครองพื้นที่สนทนาออนไลน์
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา บทสนทนาบนโลกออนไลน์ถูกขับเคลื่อนด้วยคำสำคัญที่เกี่ยวข้องกับฝนตก พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม การพยากรณ์อากาศ และผลกระทบในแต่ละเขตของกรุงเทพฯ สะท้อนพฤติกรรมของประชาชนที่ติดตามข้อมูลเชิงพื้นที่และเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน ประเด็นการประเมินผลงานของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ การทำงานของทีมผู้ว่าฯ กทม. รวมถึงระบบรับแจ้งปัญหา Traffy Fondue ยังคงเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลยังชี้ว่า คนกรุงเทพฯ เริ่มให้ความสนใจกับวันเลือกตั้ง สิทธิเลือกตั้ง การย้ายทะเบียนบ้าน และขั้นตอนการใช้สิทธิเลือกตั้งมากขึ้น แม้สัดส่วนการพูดถึงจะยังไม่สูงเมื่อเทียบกับประเด็นน้ำท่วม


Gen Z มองหา “ผู้ว่าฯ แห่งอนาคต”
สำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ พบว่ากว่าครึ่งของบทสนทนาเชื่อมโยงกับพรรคประชาชน หรือ “พรรคส้ม” ซึ่งยังคงถูกมองว่าเป็นตัวแทนของการเมืองยุคใหม่
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือ คนรุ่นใหม่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นสิ่งแวดล้อม ความเท่าเทียม หรือความหลากหลายทางเพศมากเท่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ แต่กลับมุ่งความสนใจไปที่เรื่องการเมืองใหม่ ผู้นำรุ่นใหม่ และอนาคตของกรุงเทพมหานคร
กว่า 24.8% ของบทสนทนาพูดถึงคุณลักษณะของผู้ว่าฯ ที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็น “เก่ง กล้า โปร่งใส และทำงานจริง”
ขณะที่ 18.3% เชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่องการเปลี่ยนแปลง การพัฒนาเมือง และอนาคตของกรุงเทพฯ

“ชัชชาติ” ยังครอง Top of Mind
เมื่อพิจารณาความสนใจต่อผู้สมัคร พบว่า ‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’ ยังคงเป็นชื่อที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โดยบทสนทนาส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการเปรียบเทียบผลงานที่ผ่านมา และใช้เป็นมาตรฐานอ้างอิงในการประเมินผู้สมัครรายอื่น
ส่วน “ดร.โจ” หรือ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากพรรคประชาชนเริ่มได้รับความสนใจในฐานะผู้สมัครที่มีภาพลักษณ์ด้าน AI เทคโนโลยี และเมืองดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับความสนใจของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเห็นการนำเทคโนโลยีมาใช้แก้ปัญหาเมือง
ด้าน ‘อนุชา บูรพชัยศรี’ จากพรรคประชาธิปัตย์ ยังคงได้รับการกล่าวถึงในฐานะหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของสนามเลือกตั้งครั้งนี้

โปร่งใส-ตรวจสอบได้ คือโจทย์ใหญ่ของคนรุ่นใหม่
การวิเคราะห์บทสนทนาของกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่ พบว่า ประเด็นที่ได้รับความสนใจสูงสุด ได้แก่
- ธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการตรวจสอบได้ 35%
- การแก้ปัญหาเมือง เช่น รถติด ขนส่งสาธารณะ และน้ำท่วม 30%
- อนาคตเมืองและการเปลี่ยนแปลง 20%
- AI และเทคโนโลยี 10%
- สิ่งแวดล้อมและความเท่าเทียม 5%
สะท้อนว่าคนรุ่นใหม่ไม่ได้มองหาเพียงวิสัยทัศน์ แต่ต้องการเห็นแนวทางแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมและส่งผลต่อชีวิตประจำวัน

สนาม ส.ก. ยังผูกกับ “พรรค” มากกว่า “คน”
ขณะที่การเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) พบว่า ประชาชนกว่า 95% ให้ความสนใจกับผู้สมัครที่มีสังกัดพรรคการเมือง มากกว่าผู้สมัครอิสระ
แม้ 87% ของผู้ใช้งานโซเชียลจะเริ่มรู้จักผู้สมัคร ส.ก. ในพื้นที่ของตัวเอง แต่สูงถึง 75% ยังมอง ส.ก. ในฐานะตัวแทนของพรรคการเมือง มากกว่าการเป็นตัวแทนของเขตเลือกตั้ง
5 เขตที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ได้แก่ พระนคร ดุสิต บางซื่อ บางบอน และหนองแขม ซึ่งคิดเป็นกว่า 54.9% ของบทสนทนาเกี่ยวกับสนาม ส.ก. ทั้งหมด
นอกจากนี้ พรรคประชาชน ยังครองพื้นที่การรับรู้บนโลกออนไลน์สูงสุดในสนาม ส.ก. ตามมาด้วยพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย โดยเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการเปิดตัวผู้สมัคร การลงพื้นที่ และการแนะนำตัว มากกว่าการถกเถียงเชิงนโยบาย

ข้อมูลจากโลกออนไลน์สะท้อนชัดว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 กำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านนโยบายและสังกัดทางการเมือง ไปสู่การวัดผลจาก “ผลงานจริง” และ “ความสามารถในการแก้ปัญหาเมือง”
โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่กรุงเทพฯ ต้องเผชิญความเสี่ยงน้ำท่วม ประชาชนกำลังใช้สถานการณ์จริงเป็นบททดสอบสำคัญของผู้บริหารเมือง ขณะที่คนรุ่นใหม่ยังคงมองหาผู้นำที่มีความโปร่งใส กล้าตัดสินใจ และสามารถพากรุงเทพฯ ก้าวสู่อนาคตได้มากกว่าการยึดโยงกับการเมืองแบบเดิม




