'พริษฐ์' ซัด 'โสภณ' ปิดช่อง-ดอง-ยื้อ!

8 พ.ย. 2569 - 13:19

  • ปิดช่องเสนอ กม.-ยื้อแก้ รธน.-ดองไต่สวน ป.ป.ช. คดี 'ศักดิ์สยาม'

Parit-Sopon-Parliment-People-Party-8Nov2026-SPACEBAR-Hero.jpg

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว ระบุว่า 5 ปัญหาสำคัญเกี่ยวกับงานสภา ที่ประธานสภา โสภณ ซารัมย์ ควรเร่งทบทวน-ดำเนินการ-แก้ไข

ในจดหมายเปิดผนึกจาก ประธานสภาผู้แทนราษฎรถึงประชาชน เมื่อวันศุกร์ที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา ทางประธานสภา โสภณ ซารัมย์ ได้เขียนทิ้งท้ายไว้ว่า “ประธานสภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่ต่อสภาและประชาชนทุกฝ่าย ไม่ใช่ต่อพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง เพื่อรักษาความเป็นกลาง ความเป็นอิสระ และเกียรติภูมิของฝ่ายนิติบัญญัติ ให้สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหารได้อย่างเข้มแข็งและถูกต้องตามกฎหมาย

ผมเห็นด้วยกับประโยคนี้ แต่ผมกลับเห็นว่าประธานโสภณ กำลังดำเนินการในอย่างน้อย 5 เรื่องที่สวนทางกับหลักการในประโยคดังกล่าว

1. เห็นชอบกับแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎร ที่กำหนดให้การดำเนินการทุกเรื่องในคณะกรรมาธิการ (เช่น การบรรจุวาระ การเชิญผู้ชี้แจง) ต้องอาศัยมติที่ประชุมอย่างเคร่งครัด

ซึ่งจะ 1.1 กระทบต่อความคล่องตัวและประสิทธิภาพของ กมธ. ในการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะในเรื่องที่มีความจำเป็นเร่งด่วน

1.2 เปิดช่องให้ สส. รัฐบาล (ซึ่งเป็นเสียงข้างมากใน กมธ.) ร่วมกันลงมติสกัดกั้นไม่ให้ กมธ. ตรวจสอบเรื่องที่ส่งผลกระทบในทางลบต่อรัฐบาล (แม้จะอยู่ในขอบเขตอำนาจของ กมธ. ที่เกี่ยวข้องโดยตรง) ซึ่งจะเป็นการทำลายกลไกตรวจสอบที่สำคัญของสภา ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 129

1.3 สร้างความชอบธรรมให้กับร่างแก้ไขข้อบังคับของ สส. พรรคภูมิใจไทย ที่จะเข้าสู่การพิจารณาในสภาสัปดาห์นี้ โดยอาจมีการอ้างว่าเป็นการแก้ไขข้อบังคับให้สอดคล้องกับแนวทางที่ประธานสภาเห็นชอบให้ปฏิบัติ

2. ปิดประตูไม่ให้ร่างกฎหมายเกี่ยวกับการลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ ซึ่งภาคประชาชนได้มีการรวบรวมรายชื่อไปแล้ว 59,503 คน ได้เข้าสู่การพิจารณาในสภา ด้วยการวินิจฉัยว่าร่างดังกล่าวไม่อยู่ในขอบเขตที่ประชาชนสามารถเข้าชื่อเสนอได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 133 (3) เนื่องจากมีหลักการไม่เป็นไปตามหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย

ทั้งๆ ที่ 2.1 ร่างกฎหมายดังกล่าว มีการเสนอแก้ไขอัตราโทษทางอาญาในฐานความผิดที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งอยู่ในหมวด 3

2.2 ประธานสภาในอดีตเคยมีการวินิจฉัยให้ประชาชนกลุ่มอื่น สามารถเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายที่เสนอแก้ไขขอบเขตความผิดเกี่ยวกับฐานความผิดอื่นในประมวลกฎหมายอาญาได้

2.3 การวินิจฉัยให้ร่างดังกล่าวได้เข้าสู่การพิจารณาในสภา ไม่เท่ากับการที่ประธานสภาเห็นด้วยกับสาระในร่าง แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ สส. 500 คน ได้อภิปรายและพิจารณาร่วมกันว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกันร่างดังกล่าว

3. ดองคำร้องที่ สส. พรรคฝ่ายค้าน และ สว. บางส่วน ร่วมกันเข้าชื่อเพื่อให้ประธานรัฐสภาส่งต่อให้ศาลฎีกาตั้งคณะมาไต่สวน ป.ป.ช. กรณีที่มีการยกคำร้องคดีซุกหุ้นของศักดิ์สยาม ชิดชอบ โดยตอนนี้ผ่านมาแล้ว 155 วัน หรือ 5 เดือน นับแต่วันที่เรายื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภา

ซึ่ง 3.1 เป็นระยะเวลาที่นาน เมื่อเทียบกับครั้งล่าสุด ที่ประธานมงคล (ประธานวุฒิสภาที่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานรัฐสภา ณ เวลานั้น) ใช้เวลาไม่ถึง 41 วัน ในการส่งเรื่องไปที่ศาลฎีกา หลังจาก สว. มีการยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. กรณีสินบนทองคำเมื่อต้นปี 2569

3.2 ยังไม่มีความชัดเจนจากประธานโสภณ เรื่องกรอบเวลาที่คณะกรรมการกลั่นกรองที่ถูกตั้งขึ้นมา จะใช้ในการดำเนินการและเสนอความเห็นต่อประธานรัฐสภา

3.3 ก่อให้เกิดคำถามว่าความล่าช้าในการพิจารณาประเด็นดังกล่าว เป็นเพราะคำร้องในเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับบุคคลในครอบครัวที่มีพระคุณต่อพรรคภูมิใจไทยหรือไม่

4. ปฏิเสธที่จะนัดประชุมร่วมกันของรัฐสภา (ซึ่งยังไม่มีการประชุมแม้แต่ครั้งเดียวตั้งแต่เปิดสมัยประชุมนี้ในวันที่ 25 ส.ค.) เพื่อพิจารณา 2 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ที่พรรคประชาชนเสนอเข้าสู่สภาตั้งแต่ 232 วัน หรือ 7-8 เดือนที่แล้ว เกี่ยวกับการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบองค์กรอิสระ (เช่น กกต. / ป.ป.ช. / คตง.) ให้ไม่เป็นอิสระจากประชาชน

โดย 2 ร่างดังกล่าวมีสาระดังต่อไปนี้ 4.1 เพิ่มสิทธิประชาชนในการเข้าชื่อริเริ่มกระบวนการถอดถอนองค์กรอิสระและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

4.2 ตัดดุลพินิจของประธานรัฐสภาในการปัดตกคำร้องของสมาชิกรัฐสภาหรือประชาชนที่เข้าชื่อ เพื่อขอให้ศาลฎีกาตั้งคณะมาไต่สวน ป.ป.ช. กรณีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

5. ปล่อยให้เกิดความล่าช้าในการตั้งคณะกรรมการบริหารหน่วยของรัฐสภาไทยสำหรับการดำเนินกิจการในเวทีรัฐสภาระหว่างประเทศ (ซึ่งจะต้องถูกรับรองในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่ยังไม่มีการนัดตามข้อ 4.

ซึ่งทำให้ขาดพื้นที่สำหรับทุกฝ่าย (สส. รัฐบาล / สส. ฝ่ายค้าน / สว. / ข้าราชการสภา) ในการร่วมกันหารือและวางแผนอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับการเข้าร่วม การคัดเลือกคณะผู้แทนอย่างเป็นธรรม การวางยุทธศาสตร์ในการผลักดันวาระ รวมไปถึงการยื่นร่างข้อมติ (resolution) ในประเด็นที่ไทยต้องการใช้เวทีรัฐสภาระหว่างประเทศ เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาที่คนไทยเผชิญ (เช่น อาชญากรรมข้ามชาติ-สแกมเมอร์ ฝุ่นพิษข้ามแดน สารพิษในแม่น้ำ การค้ามนุษย์)

"ผมหวังเป็นอย่างยิ่ง ว่า ประธานสภา โสภณ ซารัมย์ จะเร่งทบทวน ดำเนินการ หรือแก้ไขปัญหาทั้ง 5 ข้อ ที่ผมได้สะท้อนมาดังนี้ เพื่อให้การทำงานของสภามีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน" พริษฐ์ ทิ้งท้าย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์