‘ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงข่าวหลังศาลได้ออกหมายจับแฮกเกอร์ ‘9near’ ที่อ้างว่าได้แฮกข้อมูลส่วนตัวของคนไทยกว่า 55 ล้านรายชื่อ
‘ชัยวุฒิ’ อธิบายว่าตอนนี้เจ้าหน้าที่รู้ตัวผู้ต้องหาแล้ว เป็นทหารยศจ่าสิบโท อายุ 33 ปี สังกัดกรมการขนส่งทหารบก ภรรยาเป็นพยาบาล แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถจับตัวได้ เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นทหาร จึงต้องดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายของทหาร โดยตำรวจต้องประสานให้ ‘ผู้บังคับบัญชา’ ของผู้ต้องหาดำเนินการส่งตัวผู้มาให้ ตำรวจไม่สามารถเข้าไปรวบตัวได้ทันทีเหมือนประชาชนทั่วไป แต่เชื่อว่าหน่วยงานต้นสังกัดไม่เกี่ยวข้องด้วย เพราะต้นสังกัดไม่มีหน้าที่เกี่ยวกับไอที จึงเชื่อว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคลมากกว่า
ส่วนข้อมูลดังกล่าวหลุดมาจาก ‘แอปพลิเคชันหมอพร้อม’ จริงหรือไม่นั้น ‘รมว.ดีอีเอส’ ยังไม่ขอยืนยันว่ารั่วไหลมาจากแอปฯ ดังกล่าวจริงหรือไม่ เพราะยังไม่ได้สอบปากคำผู้ต้องหา และยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าข้อมูลที่หลุดไปมีถึง 55 ล้านรายชื่อ เหมือนอย่างที่ผู้ต้องหาอ้างหรือไม่
ด้าน พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ระบุว่าศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหาตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย. ที่ผ่านมา จากการสอบถามต้นสังกัดทราบว่าตอนนี้ยังไม่สามารถติดต่อผู้ต้องหาได้ เนื่องจากผู้ต้องหาปิดโทรศัพท์ ส่วนตัวภรรยาของผู้ต้องหาก็ยังติดต่อไม่ได้เช่นกัน แต่จากข้อมูลที่มีพบว่าผู้ต้องหามีความเชี่ยวชาญด้านไอทีมาก
ขณะที่ก่อนหน้านี้ ‘พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์’ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์กับสื่อ ยอมรับว่าข้อมูลที่หลุดออกไป เป็นข้อมูลจาก แอปพลิเคชันหมอพร้อม โดยตอนนี้ทราบว่ามีผู้ต้องหาเพียงคนเดียว และยังไม่ได้รับรายงานว่าผู้ก่อเหตุรายนี้มีความเชื่อมโยงกับนักการเมืองเหมือนอย่างที่มีกระแสข่าวออกมาก่อนหน้านี้หรือไม่
‘ชัยวุฒิ’ อธิบายว่าตอนนี้เจ้าหน้าที่รู้ตัวผู้ต้องหาแล้ว เป็นทหารยศจ่าสิบโท อายุ 33 ปี สังกัดกรมการขนส่งทหารบก ภรรยาเป็นพยาบาล แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถจับตัวได้ เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นทหาร จึงต้องดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายของทหาร โดยตำรวจต้องประสานให้ ‘ผู้บังคับบัญชา’ ของผู้ต้องหาดำเนินการส่งตัวผู้มาให้ ตำรวจไม่สามารถเข้าไปรวบตัวได้ทันทีเหมือนประชาชนทั่วไป แต่เชื่อว่าหน่วยงานต้นสังกัดไม่เกี่ยวข้องด้วย เพราะต้นสังกัดไม่มีหน้าที่เกี่ยวกับไอที จึงเชื่อว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคลมากกว่า
ส่วนข้อมูลดังกล่าวหลุดมาจาก ‘แอปพลิเคชันหมอพร้อม’ จริงหรือไม่นั้น ‘รมว.ดีอีเอส’ ยังไม่ขอยืนยันว่ารั่วไหลมาจากแอปฯ ดังกล่าวจริงหรือไม่ เพราะยังไม่ได้สอบปากคำผู้ต้องหา และยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าข้อมูลที่หลุดไปมีถึง 55 ล้านรายชื่อ เหมือนอย่างที่ผู้ต้องหาอ้างหรือไม่
ด้าน พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ระบุว่าศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหาตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย. ที่ผ่านมา จากการสอบถามต้นสังกัดทราบว่าตอนนี้ยังไม่สามารถติดต่อผู้ต้องหาได้ เนื่องจากผู้ต้องหาปิดโทรศัพท์ ส่วนตัวภรรยาของผู้ต้องหาก็ยังติดต่อไม่ได้เช่นกัน แต่จากข้อมูลที่มีพบว่าผู้ต้องหามีความเชี่ยวชาญด้านไอทีมาก
ขณะที่ก่อนหน้านี้ ‘พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์’ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์กับสื่อ ยอมรับว่าข้อมูลที่หลุดออกไป เป็นข้อมูลจาก แอปพลิเคชันหมอพร้อม โดยตอนนี้ทราบว่ามีผู้ต้องหาเพียงคนเดียว และยังไม่ได้รับรายงานว่าผู้ก่อเหตุรายนี้มีความเชื่อมโยงกับนักการเมืองเหมือนอย่างที่มีกระแสข่าวออกมาก่อนหน้านี้หรือไม่



