นโยบายการศึกษา ‘เพื่อไทย-ก้าวไกล’ ทำไมมาแรง หลังดราม่า ‘ภาษาพาที’

02 พ.ค. 2566 - 07:27

TAGCLOUD-Educational-policies-attracted-Thai-social-media-users-SPACEBAR-Thumbnail
  • SPACEBAR ร่วมกับทีม DATAOPS ฟังเสียงโซเชียลต่อประเด็นในช่วงที่เกิดดราม่า ‘ภาษาพาที’ พบว่า นโยบายการศึกษาของพรรคเพื่อไทยและก้าวไกลได้รับความสนใจมากที่สุด

  • นโยบายการศึกษาของ 2 พรรคนี้มีจุดร่วมและจุดต่างอย่างไร เราจะพาไปเจาะรายละเอียดกัน

หลังจากกระแสดราม่าเกี่ยวกับแบบเรียน ‘ภาษาพาที’ จบลงด้วยการชี้แจงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่าจะดำเนินการตรวจสอบเนื้อหาและหารือกับผู้เขียนแบบเรียนเพื่อแก้ไขเนื้อหาบางส่วน 

ประเด็นนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันอย่างดุเดือดบนเวทีดีเบต SPACEBAR และทีม DATAOPS จึงรวบรวมความคิดเห็นและกระแสของนโยบายการศึกษาที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกโซเชียล 

และนี่คือข้อมูลที่เราพบ 
https://images.ctfassets.net/i3o8p9lzd06f/5m3vZ04hJLmfw2wmjZMevf/9011feacf8a93d9e7a77f79f7a48f634/________________-1

ส่องนโยบายการศึกษา: เพื่อไทย-ก้าวไกลมาแรง 

  • เมื่อตัดดราม่าเรื่องไข่ต้มและภาษาพาทีออกไป เราพบว่านโยบายการศึกษาของพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยได้รับการพูดถึงมากที่สุดในช่วงดังกล่าว 
  • อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงคือ นโยบายเกี่ยวกับระบบรับการเข้ามหาวิทยาลัย TCAS ของพรรคก้าวไกล ซึ่งเสนอว่าควรเปิดข้อสอบย้อนหลังทั้งหมดพร้อมเฉลย และค่าใช้จ่าย TCAS ควรเป็นอัตราเดียวไม่เกิน 500 บาท 
https://images.ctfassets.net/i3o8p9lzd06f/488M0YccjXEmNf7CNu1c3b/fb11f60a96073e9008470f3d189568f3/TAGCLOUD-Educational-policies-attracted-Thai-social-media-users-SPACEBAR-Photo01
https://images.ctfassets.net/i3o8p9lzd06f/33GsLBvlJOVdxxZSboEdWD/e21bdc3115b99cd292534a734590580a/________________-2
ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ ได้แสดงวิสัยทัศน์บนเวทีดีเบตในหัวข้อ “หลุมดำการศึกษาไทย” ว่า ถ้าก้าวไกลได้เป็นรัฐบาล การศึกษาไทยจะไม่เหมือนเดิม ตั้งแต่ 100 วันแรก 1 ปีแรก และภายใน 4 ปีของรัฐบาลก้าวไกล 
 
ภายใน 100 วันแรก 
1. โรงเรียนปลอดภัย ไร้อำนาจนิยม 
  • ออกข้อกำหนดให้กฎระเบียบโรงเรียนทุกแห่งต้องไม่ขัดหลักสิทธิมนุษยชน หรือ สิทธินักเรียน 
  • ออกข้อกำหนดให้มีการพักใบประกอบวิชาชีพหากครูละเมิดสิทธินักเรียน 
2. คืนเวลาให้ครู คืนครูให้ห้องเรียน 
  • ยกเลิกการให้ครูนอนเวรเฝ้าโรงเรียน  
  • ยกเลิกพิธีรีตองหรือกิจกรรมในการประเมินครูที่ไม่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาผู้เรียน 
  • ยกเลิกงานธุรการ-งานเอกสารที่ไม่จำเป็น 
ภายใน 1 ปี แรก 
1. หลักสูตรใหม่ เน้นทักษะ-สมรรถนะที่ใช้ได้จริง 
  • ลดชั่วโมงเรียนจาก 1,200 ชั่วโมงต่อปี เหลือ 800 - 1,000 ชั่วโมงต่อปี ลดการบ้าน ลดการสอบ 
  • ลดวิชาบังคับ เพิ่มวิชาทางเลือก เพื่อส่งเสริมเสรีภาพในการเรียนรู้ 
2. คูปองเปิดโลก ส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียน 
  • แจกคูปอง 1,000 - 2,000 บาทต่อปี ให้เด็กและเยาวชนในการเรียนรู้-ทำกิจกรรมนอกห้องเรียน 
  • งบประมาณ 11,000 ล้านบาทต่อปี (สมทบด้วยงบที่ประหยัดได้จากการยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร) 
ภายใน 4 ปี 
1. เรียนฟรีจริง - เรียนฟรี อาหารฟรี มีรถรับส่ง 
  • เพิ่มงบ 33,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อตัดค่าใช้จ่ายแอบแฝงทางการศึกษาและรับประกันสิทธิเรียนฟรี 
  • ทุกโรงเรียนมีงบพอ ผ่านการปรับสูตรจัดสรรงบประมาณระหว่างโรงเรียนให้เป็นธรรมขึ้น 
2. กระจายอำนาจทางการศึกษา 
  • โรงเรียนมีอำนาจตัดสินใจเรื่องการใช้งบประมาณ-การคัดเลือกบุคลากร-การออกแบบหลักสูตร 
  • ครู-โรงเรียนมีอำนาจตัดสินใจว่าจะใช้งบอบรมพัฒนาทักษะอย่างไร 
  • นักเรียนมีส่วนร่วมผ่านการมีตัวแทนนักเรียนจากการเลือกตั้งในคณะกรรมการสถานศึกษา 
https://images.ctfassets.net/i3o8p9lzd06f/4CIMzf4GJAKBcpAZ5QpnIu/72452884b7ae540addb08102bac77cd9/________________-3
ด้านพรรคเพื่อไทย นำโดยดร.อ้อ ณหทัย ทิวไผ่งาม ประธานคณะทำงานด้านการส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันประเทศและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ได้แสดงทัศนะต่อการศึกษาไว้ในงานเปิดตัวทีมคณะทำงานการศึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์และนโยบายการศึกษาพรรคเพื่อไทยว่า การศึกษาถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการพัฒนาและส่งเสริมการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาคน 

“8 ปีที่ผ่านมา ทำไมเด็กไทยเรียนไปก็ไม่มีความสุข เรียนจบไม่มีงานทำ หลายคนมีอาชีพในฝัน แต่ไม่มีโอกาสได้เรียนในสาขานั้น ทำไมสิ่งที่เรียนตรงข้ามกับสิ่งที่ทำงาน” ทั้งนี้ ดร.อ้อ ณหทัยได้กล่าวถึงนโยบาย Learn to Earn ของพรรคเพื่อไทยว่า จะผลักดันร่างพรบ. การเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเพิ่มการศึกษาในระบบและนอกระบบตามอัธยาศัย และทำให้ประสบการณ์ของทุกคนมีคุณค่า เทียบโอนไปเป็นความรู้ และจบปริญญาตรีได้  

นโยบาย Learn to Earn จะตอบโจทย์อะไรบ้าง? 
  1. ลดความเหลื่อมล้ำ  ใครอยากเรียนอะไรต้องได้เรียน เนื้อหาหลากหลายทันสมัย ทันโลก และเรียนสนุก 
  2. ขจัดปัญหาคนตกงาน เพราะงานจะวิ่งเข้าหาผู้เรียน ผู้เรียนเห็นรายได้และค่าตอบแทนอาชีพตั้งแต่ก่อนเรียน และช่วยให้มีงานทำได้เร็วที่สุด จับคู่กับรายได้ที่ดีที่สุด เพราะตลาดต้องการแรงงานทักษะใหม่ๆ  
  3. พัฒนาความสามารถของผู้เรียนให้ตรงกับงานที่ถนัดเและหมาะสม ตอบโจทย์ OFOS 1 ครอบครัว 1 ศักยภาพ 
  4. ออกแบบแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่ผู้เรียนเลือกคอร์สได้เอง ซึ่งเป็นแนวทางการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์กับอนาคต สร้างวินัยการเรียนรู้ให้กับคนไทย 
  5. จัดทำ Big Data สะสมประสบการณ์เป็นหน่วยกิต ส่งเสริมการพัฒนาทักษะ Reskill และ Upskill 
  6. สร้างรายได้ใหม่ รายได้เสริม ถ้าคนอยากเปลี่ยนอาชีพ สามารถเข้ามาเรียนเพื่อหางานใหม่ หรือรับงานเสริมหลังเรียนเสร็จ 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์