บรรดาคู่รักที่มีความหลายหลายทางเพศ (LGBTQ+) เดินทางเข้าจดทะเบียนสมรส อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ หลังกฎหมายสมรสเท่าเทียม หรือพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อเดือนกันยายน 2567 และมีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการวันแรก 23 มกราคม 2568
กลุ่มเชียงใหม่ไพรด์ ได้จัดขบวนแห่ขันหมาก พาขบวนแห่คู่สมรส เข้าไปจดทะเบียนในบริเวณที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงใหม่ และมีการจัดกิจกรรมด้านหน้าที่ว่าการอำเภอ โดยมีนายณัชฐเดช มุมาลี นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ มอบทะเบียนสมรส ให้กับคู่รักที่มาจดทะเบียนสมรสในวันแรก




ทีมข่าว SpacebarBigCity ลงพื้นที่พูดคุยกับคู่สมรส ที่เดินทางมาจดทะเบียนในวันแรกที่กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้

อัชฌาชัจจ์ ศรีประเสริฐ อายุ 52 ปี และอรรถวัตน์ ทองชัยประสิทธิ์ อายุ 49 ปี คู่สมรส LGBTQ+ เปิดเผยว่า ทั้ง 2 คบกันมา 10 ปีแล้ว ดูแลซึ่งกันและกันมาตลอด ตั้งแต่อยู่ต่างประเทศด้วยกัน ก่อนย้ายกลับมาอยู่ประเทศไทย
อัชฌาชัจจ์ กล่าวว่า แต่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อรรถวัตน์ ป่วยเป็นโรคไต และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ตนเองมีความตั้งใจจะบริจาคไตให้กับคู่รัก แต่ไม่สามารถบริจาคไตให้ได้ เพราะที่ผ่านมากฎหมายอนุญาตเพียงญาติหรือคู่สมรสเท่านั้น จึงทำให้เห็นความสำคัญของกฎหมายสมรสเท่าเทียมมากยิ่งขึ้น

“หลังจากวันนี้ เปิดให้จดทะเบียนสมรสได้เป็นวันแรก ก็ไม่รอช้า เพราะกว่าจะบริจาคไตให้กับคนรักได้ จะต้องใช้เวลา อีก 3 ปีหลังจากที่มีการจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายแล้ว ตนจึงไม่อยากที่จะเสียเวลาแม้แต่วันเดียว ที่จะมีโอกาสให้ตนเองได้ทำเพื่อคนที่รัก”
— อัชฌาชัจจ์ ศรีประเสริฐ

อัญชนา ทะนันไชย อาชีพรับข้าราชการ กับนุสบา จงเจตน์สุข อีกหนึ่งคู่รักที่มาจดทะเบียนสมรส บอกว่า “รู้สึกดีใจที่วันนี้มาถึง ซึ่งไม่เคยคิดว่าจะเป็นไปได้” อีกทั้งก่อนหน้านี้มีการวางแผนว่าจะมีการจัดงานแต่งงานกันขึ้นในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ หลังจากที่คบหาดูใจกันมานานกว่า 3 ปี โดยมีครอบครัวทั้ง 2 ฝ่ายรับรู้ และมาร่วมแสดงความยินดีที่กฎหมายฉบับนี้ผ่าน และบังคับใช้ในวันนี้เป็นวันแรก ที่สำคัญคือทันวันที่จะจัดงานแต่งงานกัน
“อีกเหตุผลที่การจดทะเบียนครั้งนี้สำคัญคือ ฝ่ายหนึ่งเป็นข้าราชการอีกฝ่ายก็จะได้รับสิทธิตามกฎหมายในการเข้าถึงสิทธิ์ของคู่สมรสของราชการ รวมทั้ง แฟนสาวเคยมีลูกสาวมา ก็จะได้รับรองเป็นบุตรบุญธรรมได้ตามกฎหมายเพื่อสิทธิต่างๆ รวมทั้งจะได้เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ เติมเต็มให้กันและกันทั้ง 3 คน”


อุไรวรรณ ทะนันไชย แม่ของอัญชนา ทะนันไชย พร้อมคุณพ่อที่เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกในครั้งนี้ เปิดเผยว่า สิ่งที่ดีใจที่สุดคือลูกได้สมหวัง สามารถเดินหน้าสร้างครอบครัวที่อบอุ่น และสมบูรณ์แบบ
“_เป็นที่สุดของพ่อแม่แล้วที่จะหมดห่วงเมื่อเห็นครอบครัวของลูกสมบูรณ์ เพราะวันข้างหน้าพ่อแม่ก็ต้องจากโลกไป ก็หมดห่วงที่ลูกมีครอบครัวที่สมบูรณ์มาช่วยดูแลกันจนแก่เฒ่า”_

ศิริศักดิ์ ไชยเทศ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่มีความหลากหลายทางเพศ กล่าวว่า แม้วันนี้เราจะได้ใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าดีใจ แต่ถ้ามองอีกด้านมันควรที่จะเป็นเรื่องปกติ เพราะสิทธิขั้นพื้นฐานของคนทุกคนล้วนมีความเท่าเทียมกัน

“ก็ขอแสดงความยินดีกับคู่รักที่มาจดทะเบียนสมรสในวันนี้ ซึ่งถือว่าเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุด คือสถาบันครอบครัว เพราะเชื่อว่ามีอีกหลายครอบครัวที่ยังไม่สามารถยอมรับเรื่องนี้ได้ ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน”
ศิริศักดิ์ กล่าวด้วยว่า โดยส่วนตัวก็ไม่ได้เปิดเผยกับครอบครัว เนื่องจากมีเรื่องของศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง และพ่อแม่ไม่เคยยอมรับในความเป็น LGBT ของตัวเอง ส่วนตัวจึงไม่ได้เปิดเผยกับครอบครัว ซึ่งถือว่าเป็นการพบกันคนละครึ่งทาง เพราะพ่อแม่มีสิทธิ์ที่จะศรัทธาในสิ่งที่เขาเชื่อ และหลายคนก็เลือกที่จะไม่เปิดตัวกับครอบครัว และสามารถมีความสุขได้เพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล
“สำหรับสถาบันครอบครัวเราต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะคนเราเกิดมาไม่เหมือนกัน ทั้งเรื่องของศาสนา การถูกปลูกฝัง โครงสร้างทางสังคม เป็นสิ่งที่เราต้องเข้าใจ เพราะแม้ครอบครัวจะไม่เข้าใจในสิ่งที่เราเป็น แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่มีความผิด เพราะเราถูกสอนมานาน เรื่องระบบ 2 เพศ ระหว่างเพศชาย และเพศหญิง แม้เราไม่สามารถล้มล้างระบบ 2 เพศได้ แต่เราสามารถทำให้คนเข้าใจในสิ่งที่เราเป็นได้ อยู่อย่างเข้าใจ นี่คือสิ่งที่จะทำให้พวกเราดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข”
— ศิริศักดิ์ ไชยเทศ




