ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาติดตามผลการดำเนินงานและศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน รวมทั้งมาตรการเยียวยาความเสียหายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ คนที่หนึ่ง พร้อมด้วย ญาณธิชา บัวเผื่อน โฆษกคณะกรรมาธิการฯ และ ดิเรก จอมทอง เลขานุการคณะคณะกรรมาธิการฯ
แถลงถึงผลการประชุมคณะกรรมาธิการ ตามที่สภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 26 (ชุดปัจจุบัน) ได้เห็นชอบให้ตั้ง กมธ.วิสามัญฯ ซึ่งคณะ กมธ.ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืนไว้ 2 แนวทาง คือ
1\. การพิจารณาผลการดำเนินงานตามข้อสังเกตแนบท้ายรายงานของ คณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาช้างป่าสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25
2\. การพิจารณาศึกษารายละเอียดที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงระเบียบหลักเกณฑ์ ข้อบังคับทางกฎหมาย ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ความรุนแรงจากภัยช้างป่า
ชุติพงศ์ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการมีการประชุม โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม รวมทั้งลงพื้นที่ติดตามและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและอุปสรรคในการแก้ไขปัญหาข้างป่าจำนวน 12 จังหวัด อาทิ ฉะเชิงเทรา ปราจีนบูรี จันทบุรี ชลบุรี ระยอง สระแก้ว ตราด ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน ว่า ปัจจุบันมีช้างป่าได้ออกจากป่าอนุรักษ์เข้าไปในพื้นที่อยู่อาศัย โรงเรียน วัด พื้นที่ทำการเกษตรมากขึ้น
หลายพื้นที่พบว่า มีช้างป่าอาศัยอยู่ประจำในพื้นที่และไม่ยอมกลับเข้าป่าอนุรักษ์ สอดคล้องกับสถิติความเสียหายโดยเฉพาะจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากช้างป่าที่จำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
— ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ
กมธ.ได้ให้ความสำคัญต่อจำนวนประชากรข้างป่าและแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วยการควบคุมประชากรช้างป่า โดยได้ติดตามความคืบหน้าในการทดลองวัคซีน SpayVac เพื่อควบคุมประชากรช้างป่า
โดยเชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล อาทิ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ศูนย์สุขภาพข้างและสัตว์ป่า คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ได้ข้อสรุปว่า การทดลองฉีดวัคชีนในช้างป่า มีการเก็บเลือดเพื่อตรวจแอนติบอดี้ก่อนและหลังฉีดวัดซีน และวางแผนการเก็บเลือดเพื่อตรวจแอนติบอดี้ไปอีก 7 ปี
ซึ่งผลการทดลองหลังจากฉีดวัคชีน พบว่า ช้างที่ได้รับการฉีดวัคชีนไม่มีการอักเสบใดๆ มีความปลอดภัยต่อสุขภาพช้าง และไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อพฤติกรรมของช้าง เมื่อฉีดวัคซีนในช้างที่ท้อง ไม่มีผลกระทบใดๆ กับช้างท้อง
คณะ กมธ.จึงขอเสนอให้ใช้วัคซีนคุมกำเนิดในช้างป่า เพื่อเป็นทางเลือกในการควบคุมประชากรช้างป่าและลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับช้าง และขอให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ กำหนดกรอบเวลาการดำเนินการที่ชัดเจน เพื่อแก้ไขปัญหาช้างป่าโดยเร็วต่อไป
— ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ




