เมื่อน้ำลดแล้วสิ่งที่หลายคนอยากทำมากที่สุดคงเป็นการกลับเข้าบ้าน รีบล้างโคลน เก็บข้าวของ และพยายามทำให้ชีวิตกลับมาเป็นปกติให้เร็วที่สุด แต่ บ้านที่น้ำลดแล้วไม่ได้หมายความว่าปลอดภัยทันที เพราะภายในอาจยังมีความเสียหายของโครงสร้าง ระบบไฟฟ้าที่เปียกชื้น เชื้อรา สิ่งปฏิกูล และสัตว์มีพิษซ่อนอยู่
กรมอนามัยแนะนำว่าก่อนกลับเข้าไปในบ้านควรเริ่มจาก ประเมินความมั่นคงแข็งแรงของตัวบ้านและบริเวณโดยรอบก่อน สังเกตผนัง เพดาน ประตู หน้าต่าง พื้น หรือส่วนประกอบต่างๆ ว่ามีรอยแตกร้าว เอียง ทรุด หรือเสียหายผิดปกติหรือไม่ หากไม่มั่นใจไม่ควรรีบเข้าไปเก็บของหรือพักอาศัยจนกว่าจะตรวจสอบความปลอดภัยแล้ว
สิ่งแรกที่ต้องระวังคือไฟฟ้า
หากน้ำเคยท่วมถึงปลั๊ก เต้ารับ ตู้ไฟ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า อย่าเพิ่งเปิดเบรกเกอร์หรือทดลองเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าเอง เพราะความชื้นอาจยังอยู่ภายในและทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรหรือไฟดูดได้
กรมอนามัยระบุว่าหากไม่แน่ใจเรื่องกระแสไฟฟ้ารั่วควรให้ช่างไฟตรวจสอบก่อน ขณะที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแนะนำว่าหากปลั๊กหรือเต้ารับเปียกน้ำควรตัดกระแสไฟจากเบรกเกอร์ก่อน และงดใช้งานจนกว่าอุปกรณ์และบริเวณโดยรอบจะแห้งสนิท หากไม่มั่นใจควรให้ช่างตรวจสอบก่อนใช้งานอีกครั้ง
ผู้ใช้ไฟฟ้าในกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ หากพบความผิดปกติของระบบไฟฟ้าสามารถติดต่อ MEA ได้ที่ 1130 ขณะที่พื้นที่ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคติดต่อ PEA ได้ที่ 1129 ตลอด 24 ชั่วโมง
ก่อนล้างบ้านต้องป้องกันตัวเองก่อน
หลังน้ำลดแล้วพื้นบ้านไม่ได้มีเพียงโคลน แต่สิ่งที่ติดมากับน้ำอาจรวมถึงขยะ สิ่งปฏิกูล เชื้อโรค เศษแก้ว ตะปู รวมถึงงู ตะขาบ หรือสัตว์มีพิษที่เข้ามาหลบตามกองสิ่งของ
กรมอนามัยจึงแนะนำให้สวม หน้ากาก ถุงมือยาง และรองเท้ายางหรือรองเท้าบูต ก่อนเริ่มเก็บกวาด พร้อมเปิดประตูและหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเท จากนั้นจึงคัดแยกขยะและเศษวัสดุออกจากบ้านก่อนเริ่มล้างทำความสะอาด
หากมีโคลนสะสมจำนวนมากควรตักโคลนออกให้ได้มากที่สุดก่อน แล้วจึงใช้น้ำและน้ำยาทำความสะอาดร่วมกับแปรงขัดคราบ ส่วนเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม และสิ่งของที่ยังสามารถใช้งานได้ต้องซักหรือทำความสะอาดให้เรียบร้อยและทำให้แห้งสนิทก่อนนำกลับมาใช้
เจอเชื้อราอย่าใช้ผ้าแห้งปัด
หนึ่งในปัญหาที่มักตามมาหลังบ้านถูกน้ำท่วมคือ เชื้อรา ซึ่งอาจขึ้นตามผนัง ฝ้า พื้นไม้ ตู้เสื้อผ้า เตียง หมอน พรม หรือเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ
คำแนะนำล่าสุดของกรมอนามัยเมื่อเดือนมีนาคม 2569 ระบุว่า ก่อนกำจัดเชื้อราควรเปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท แต่ ไม่ควรเปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศขณะจัดการเชื้อรา เพราะอาจทำให้สปอร์ฟุ้งกระจาย พร้อมสวมหน้ากาก N95 แว่นครอบตา ถุงมือยาง และรองเท้ายาง
หากเชื้อรามีลักษณะแห้งและฟูไม่ควรใช้ผ้าแห้งเช็ดหรือปัด แต่ให้ใช้กระดาษหรือวัสดุที่พรมน้ำพอหมาดเช็ดไปในทิศทางเดียว ก่อนทำความสะอาดซ้ำด้วยน้ำผสมสบู่ น้ำยาล้างจาน หรือผงซักฟอก และใช้น้ำยาที่เหมาะสมในการกำจัดเชื้อรา ส่วนที่นอน หมอน หรือวัสดุที่มีเชื้อรามากจนทำความสะอาดได้ยาก ควรคัดทิ้ง ไม่ควรเสียดายนำกลับมาใช้
ห้องครัวและห้องน้ำต้องล้างใหม่ทั้งหมด
ห้องครัวเป็นอีกจุดที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะภาชนะ จาน ชาม หม้อ เขียง ชั้นวาง หรือตู้เก็บอาหารอาจสัมผัสน้ำสกปรก กรมอนามัยแนะนำให้นำสิ่งที่ยังใช้งานได้มาขัดล้าง ทำความสะอาด และตากให้แห้งก่อนใช้งาน หากมีเชื้อราที่ล้างออกไม่ได้โดยเฉพาะวัสดุที่สัมผัสอาหารควรทิ้ง
ส่วนห้องน้ำและส้วมต้องทำความสะอาดทั้งพื้น ผนัง สุขภัณฑ์ และอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมใช้งานอีกครั้ง หากระบบส้วมได้รับความเสียหาย อุดตัน หรือผิดปกติ ควรจัดการให้เรียบร้อยก่อนกลับเข้าอยู่อาศัย
อย่ารีบนำทุกอย่างกลับมาใช้เพราะเสียดาย
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วม เฟอร์นิเจอร์ที่อมน้ำ ที่นอนที่ขึ้นรา หรือสิ่งของที่ไม่สามารถทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง อาจดูเหมือนยังใช้งานต่อได้ แต่บางครั้งความเสียหายก็อยู่ในจุดที่มองไม่เห็น
กรมอนามัยแนะนำว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ชำรุดจากน้ำท่วมไม่ควรนำกลับมาใช้งานโดยไม่ได้รับการตรวจสอบ ส่วนของใช้ที่สกปรกมากหรือมีเชื้อราจนทำความสะอาดไม่ได้ควรทิ้งไปเพื่อไม่ให้กลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคภายในบ้าน
สุดท้ายหลังเก็บกวาดบ้านเสร็จควรล้างมือและ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที โดยเฉพาะคนที่ต้องสัมผัสโคลน น้ำสกปรก หรือเชื้อรา เพราะการฟื้นบ้านหลังน้ำท่วมไม่ได้จบแค่ทำให้บ้านดูสะอาด แต่ต้องทำให้พื้นที่นั้น ปลอดภัยพอที่จะกลับมาใช้ชีวิตได้อีกครั้ง




