หลังน้ำลดต้องเตรียมบ้านยังไงเพื่อรับมือฝนต้นตุลาคม ก่อนน้ำท่วมซ้ำอีกครั้ง

30 ก.ย. 2569 - 16:55

  • ช่วง 1–3 ตุลาคม 2569 ไทยตอนบนยังมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ก่อนที่ช่วง 4–5 ตุลาคมจะเริ่มมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเพิ่มขึ้นบางพื้นที่

  • บ้านที่เพิ่งผ่านน้ำท่วมควรรีบเปิดทางระบายน้ำ ตรวจจุดที่น้ำเคยเข้าบ้าน และเตรียมแนวกั้นก่อนฝนมา ไม่ใช่รอให้น้ำขึ้นแล้วค่อยเริ่ม

  • กระสอบทราย กระสอบกันน้ำ แผงกั้นน้ำแบบถอดประกอบ และกำแพงแบบเติมน้ำ มีข้อดีข้อจำกัดต่างกัน ไม่มีอุปกรณ์ชนิดเดียวที่เหมาะกับบ้านทุกหลัง

หลังน้ำลดต้องเตรียมบ้านยังไงเพื่อรับมือฝนต้นตุลาคม ก่อนน้ำท่วมซ้ำอีกครั้ง

หลังจากน้ำลดสิ่งที่หลายบ้านอยากทำมากที่สุดอาจเป็นการรีบล้างบ้าน เก็บของ และกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ แต่สำหรับบ้านที่เพิ่งผ่านน้ำท่วมในช่วงปลายเดือนกันยายน ช่วงเวลาหลังน้ำลดอาจต้องใช้เป็นช่วงเตรียมรับน้ำรอบต่อไปด้วย เพราะฝนยังไม่หมดฤดู และดิน ท่อระบายน้ำ คลอง หรือพื้นที่รับน้ำรอบบ้านอาจยังมีน้ำสะสมอยู่ เมื่อฝนตกซ้ำน้ำจึงอาจกลับขึ้นมาได้เร็วกว่าครั้งแรก

ข้อมูลพยากรณ์อากาศ 7 วันของกรมอุตุนิยมวิทยาซึ่งออกเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 ระบุว่า ช่วงวันที่ 30 กันยายน ถึงวันที่ 3 ตุลาคม ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลงแต่ยังมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ขณะที่ช่วง 4–5 ตุลาคม จะเริ่มมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยเริ่มจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนส่งผลต่อภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออกในระยะถัดไป ดังนั้นช่วงวันที่ 1–4 ตุลาคมจึงไม่ใช่ช่วงที่ควรวางใจแม้บางวันฝนอาจดูเบาลงก็ตาม

อย่างแรกหลังน้ำลดคือจำให้ได้ว่าน้ำเข้าบ้านจากตรงไหน เพราะรอยน้ำจากเหตุการณ์ครั้งล่าสุดเป็นเหมือนแผนที่บอกจุดอ่อนของบ้าน ลองตรวจดูประตูหน้าบ้าน ประตูหลัง โรงรถ ช่องระบายอากาศ ท่อระบายน้ำ ห้องน้ำ และบริเวณที่น้ำผุดหรือไหลย้อนขึ้นมา จากนั้นเร่งตักโคลน ใบไม้ และขยะออกจากรางน้ำ บ่อพัก และท่อรอบบ้าน ไม่ควรกวาดหรือดันขยะลงสู่ท่อสาธารณะเพราะอาจทำให้ระบบระบายน้ำอุดตันมากขึ้น แนวทางของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแนะนำให้ทำความสะอาดระบบระบายน้ำภายนอกและเปิดบ่อพักเพื่อกำจัดดินโคลนก่อนเพื่อให้น้ำมีทางออกหากฝนกลับมาอีกครั้ง

จากนั้นจึงมาดูว่า บ้านของเราควรใช้อะไรกั้นน้ำ อุปกรณ์ที่คนคุ้นเคยที่สุดคือ กระสอบทราย เหมาะกับการทำแนวกั้นชั่วคราวบริเวณประตูหรือพื้นที่ที่น้ำไหลเข้าไม่รุนแรง แต่การวางต้องไม่ใช่เพียงเอาถุงมาตั้งเรียงกัน กระสอบควรบรรจุทรายประมาณครึ่งถึงสองในสามของถุง วางซ้อนเหลื่อมกันและกดให้แน่นเพื่อลดช่องว่าง หากต้องการลดการซึมของน้ำควรมีแผ่นพลาสติกอยู่ด้านรับน้ำร่วมด้วย หน่วยงานด้านวิศวกรรมของสหรัฐฯ ระบุเช่นกันว่า กระสอบทรายช่วยลดความเสียหายจากน้ำได้แต่ไม่ได้ทำให้แนวกั้น กันน้ำได้สนิท 100% และยังต้องเตรียมทางสูบน้ำที่ซึมผ่านเข้ามาด้านในด้วย

อีกทางเลือกคือ กระสอบกันน้ำสำเร็จรูปหรือ Flood Bag ซึ่งบางชนิดมาในรูปถุงน้ำหนักเบาและมีวัสดุดูดซับอยู่ภายใน เมื่อสัมผัสน้ำจะพองตัวและมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น ข้อดีคือเก็บง่ายและไม่ต้องเตรียมทรายจำนวนมาก เหมาะกับบ้านที่ต้องการอุปกรณ์ฉุกเฉินสำหรับปิดช่องประตูหรือรับมือน้ำตื้นในระยะสั้น แต่ควรอ่านข้อกำหนดของแต่ละผลิตภัณฑ์ให้ชัดว่าออกแบบมารับระดับน้ำและแรงน้ำได้มากเพียงใด เพราะกระสอบชนิดนี้ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถรับน้ำที่สูงหรือไหลแรงได้ทุกสถานการณ์ ส่วนอีกวิธีที่มีการนำมาใช้ในช่วงน้ำท่วมล่าสุดคือ กระสอบน้ำ ใช้ถุงที่แข็งแรงบรรจุน้ำแทนทรายแล้วจัดเป็นแนวกั้น เป็นทางเลือกฉุกเฉินเมื่อหาทรายไม่ได้ แต่ต้องจัดวางและยึดให้มั่นคงเพื่อไม่ให้ถุงเคลื่อนตัวตามแรงน้ำ

สำหรับบ้านที่เจอน้ำท่วมซ้ำบ่อยหรือมีหน้าบ้านกว้างอาจพิจารณา แผงกั้นน้ำแบบถอดประกอบ หรือ Flood Barrier ที่ติดบริเวณประตู ทางเข้าโรงรถ หรือหน้าร้าน เมื่อมีฝนหนักก็สามารถนำแผงมาติดเข้ากับรางหรือเสาที่ยึดไว้ล่วงหน้า ข้อดีคือใช้ซ้ำได้และติดตั้งได้เร็วกว่าเรียงกระสอบทรายจำนวนมาก หัวใจสำคัญอยู่ที่ซีลบริิเวณพื้นและขอบแผง เพราะต่อให้แผงแข็งแรง หากน้ำสามารถลอดใต้แผงหรือเข้าตามขอบประตูได้ก็ยังเกิดน้ำรั่วเข้าบ้าน ส่วนกำแพงหรือท่อกั้นน้ำแบบเติมน้ำและแบบเป่าลมเหมาะกับพื้นที่หน้ากว้างและสามารถติดตั้งได้ค่อนข้างรวดเร็วแต่ต้องเลือกขนาดให้เหมาะกับระดับน้ำและพื้นผิวบริเวณนั้น แผงกั้นน้ำเองก็มีข้อจำกัด หากระดับน้ำสูงเกินตัวแผงหรือน้ำดันขึ้นมาจากท่อหรือใต้พื้นการกั้นเฉพาะหน้าประตูก็อาจไม่เพียงพอ

นอกจากกำแพงกั้นน้ำสิ่งที่ควรเตรียมไว้พร้อมกันคือ เครื่องสูบน้ำ ปั๊มน้ำจุ่ม สายยาง แผ่นพลาสติกกันน้ำ ฝาปิดหรืออุปกรณ์ป้องกันน้ำไหลย้อนจากท่อ เซ็นเซอร์เตือนน้ำ และไฟฉายหรือไฟสำรอง โดยเฉพาะบ้านที่ครั้งก่อนพบว่าน้ำไม่ได้ไหลเข้าจากหน้าบ้านเพียงอย่างเดียวแต่ยังย้อนขึ้นจากท่อระบายน้ำ หากเป็นบ้านที่น้ำเคยขึ้นถึงระดับปลั๊กหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าควรย้ายอุปกรณ์ไฟฟ้าและของสำคัญขึ้นที่สูงไว้ตั้งแต่ก่อนฝนมา ไม่ต้องรอให้น้ำเริ่มเข้าบ้าน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยังเตือนว่าเครื่องใช้หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วมไม่ควรนำกลับมาใช้ทันที และควรให้ช่างผู้ชำนาญตรวจสอบก่อนเพื่อป้องกันไฟฟ้ารั่วหรือไฟฟ้าลัดวงจร

สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่ารอให้ฝนตกแล้วค่อยเริ่มเตรียมบ้าน ลองจำลองสถานการณ์ตั้งแต่ตอนที่พื้นยังแห้งว่า หากคืนนี้น้ำมาเราจะเอาแผงกั้นน้ำออกจากที่ไหน ใช้เวลาติดตั้งกี่นาที ปั๊มน้ำเสียบปลั๊กตรงไหน ของชิ้นใดต้องยกก่อน และจะตัดไฟอย่างไรหากน้ำขึ้นสูง บ้านที่เพิ่งถูกน้ำท่วมมีข้อมูลสำคัญอยู่แล้วจากเหตุการณ์ครั้งที่ผ่านมาทั้งระดับน้ำ ทางที่น้ำไหลเข้า และจุดที่รับมือไม่ทัน ให้ใช้ข้อมูลเหล่านั้นเตรียมบ้านใหม่ก่อนฝนต้นเดือนตุลาคม เพราะครั้งต่อไปสิ่งที่ช่วยลดความเสียหายได้มากที่สุดอาจไม่ใช่อุปกรณ์ที่แพงที่สุดแต่คือ การรู้ว่าน้ำจะเข้าจากตรงไหนและเตรียมรับมือไว้ก่อนที่น้ำจะมาถึง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์