สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 8/2569 ซึ่งมี เทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยที่ประชุมมีมติดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับความผิดหลายประเภท ทั้งการฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ การพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดมูลฐานอื่น ๆ
ยึด-อายัด 39 คดี 918 รายการ มูลค่ากว่า 1.9 พันล้าน
คณะกรรมการธุรกรรมมีมติยึดและอายัดทรัพย์สินจำนวน 39 รายคดี รวม 918 รายการ พร้อมดอกผล คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,902 ล้านบาท โดยมีคดีสำคัญ ได้แก่
คดี “บุญ กับพวก” ซึ่งเกี่ยวข้องกับความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยมีทรัพย์สินส่วนหนึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่งในคดีหมายเลขดำที่ ฟ 200/2568 มูลค่าประมาณ 404 ล้านบาท ตามคำสั่ง ย.159/2568
ครั้งนี้คณะกรรมการฯ มีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพิ่มเติม 286 รายการ ทั้งยานพาหนะ ที่ดิน ห้องชุด และเงินในบัญชี รวมมูลค่าประมาณ 1,799 ล้านบาท ตามคำสั่ง ย.196/2569
คดี “เอกณัฐ์ กับพวก” กรณีอนันต์ เกี่ยวข้องกับความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน โดยมีทรัพย์สินส่วนหนึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่งในคดีหมายเลขดำที่ ฟ 191/2567 มูลค่าประมาณ 42 ล้านบาท ตามคำสั่ง ย.160/2567
คณะกรรมการฯ มีคำสั่งยึดทรัพย์สินเพิ่มเติม 5 รายการ ได้แก่ เงินสด ทองรูปพรรณ และยานพาหนะ รวมมูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท ตามคำสั่ง ย.231/2569
ส่วนคดีกลุ่มบุคคลผู้ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ “ดวงฤดี กับพวก” มีคำสั่งอายัดทรัพย์สิน 10 รายการ เป็นเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 14 ล้านบาท ตามคำสั่ง ย.224/2569
ขณะที่คดี “นพรัตน์” ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ มีคำสั่งอายัดทรัพย์สิน 5 รายการ ได้แก่ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและสิทธิเรียกร้องตามสัญญาประกันชีวิต รวมมูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท ตามคำสั่ง ย.221/2569
แม็กซิมเทรดเดอร์ 971 ล้าน ส่งอัยการขอศาลริบเป็นของแผ่นดิน
อีกส่วนหนึ่ง คณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 28 รายคดี รวม 1,645 รายการ มูลค่าประมาณ 1,082 ล้านบาท หลังพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดแล้ว เห็นว่าไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าทรัพย์สินดังกล่าวมิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด
หนึ่งในคดีสำคัญคือ บริษัท แม็กซิมเทรดเดอร์ (Maxim Trader) โดยนีโอฮับ กับพวก ซึ่งเกี่ยวข้องกับความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกง โดยมีพฤติการณ์สร้างความน่าเชื่อถือ จัดสัมมนาและแสดงผลตอบแทนเพื่อชักจูงประชาชนให้ร่วมลงทุน
จากการตรวจสอบพบข้อมูลเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้กระทำความผิดในประเทศจีน รวมถึงการถือครองทรัพย์สินแทนกันและการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินผ่านนอมินี
คณะกรรมการฯ จึงมีมติส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 1,135 รายการ เป็นที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและห้องชุด รวมมูลค่าประมาณ 971 ล้านบาท ตามคำสั่ง ย.124/2569
พนันออนไลน์-หลอกโอนเงิน ทยอยส่งทรัพย์สินให้ศาลพิจารณา
สำหรับคดีกลุ่มบุคคลผู้ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ “ชนนพัฒฐ์ กับพวก” ก่อนหน้านี้มีการยึดและอายัดทรัพย์สินไว้แล้ว 2 ครั้ง รวมมูลค่าประมาณ 170 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่งในคดีหมายเลขดำที่ ฟ 16/2569 และ ฟ 106/2569
ครั้งนี้มีมติส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพิ่มเติมอีก 16 รายการ ได้แก่ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง สินค้าแบรนด์เนม ยานพาหนะ และเงินในบัญชี รวมมูลค่าประมาณ 13 ล้านบาท ตามคำสั่ง ย.151/2569
ส่วนคดี “บุลากร กับพวก” ซึ่งเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงินเข้าบัญชี และเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน มีมติส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน 6 รายการ ได้แก่ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ห้องชุด และเงินในบัญชี รวมมูลค่าประมาณ 70 ล้านบาท ตามคำสั่ง ย.123/2569
ปปง.ส่งทรัพย์ 548 ล้าน คืนหรือชดใช้ผู้เสียหาย
นอกจากการยึด อายัด และส่งเรื่องให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินแล้ว คณะกรรมการธุรกรรมยังมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อนำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนแก่ผู้เสียหาย จำนวน 10 รายคดี รวมทรัพย์สิน 30 รายการ มูลค่าประมาณ 548 ล้านบาท ในคดีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย
ในจำนวนนี้ คดีสิฬิฬินณนี กับพวก คณะกรรมการฯ มีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องเพื่อนำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย 3 ราย จำนวน 2 รายการ ได้แก่ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและเงินในบัญชี รวมมูลค่าประมาณ 14 ล้านบาท ตามคำสั่ง ย.99/2569
ขณะที่ คดีห้างหุ้นส่วนจำกัด พี มายเนอร์ คริปโตเคอเรนซี่ (P Miner Cryptocurrency) กับพวก ซึ่งเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงประชาชนให้ร่วมลงทุน คณะกรรมการฯ มีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องเพื่อนำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย 297 ราย จำนวน 263 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 252 ล้านบาท ตามคำสั่ง ย.229/2568
อีก 8 รายคดี เข้ากระบวนการขึ้นบัญชีบุคคลเกี่ยวข้องก่อการร้าย
นอกจากนี้ คณะกรรมการธุรกรรมยังมีมติส่งรายชื่อให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ผู้มีพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย เป็นบุคคลที่ถูกกำหนดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. 2559 จำนวน 8 รายคดี
ผลการประชุมครั้งนี้จึงครอบคลุมทั้งการยึดและอายัดทรัพย์ การส่งเรื่องให้อัยการขอศาลสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน การนำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้แก่ผู้เสียหาย ตลอดจนการดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย โดยมีทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านบาทเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย




