กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค เล็งสอบปม ‘ดิไอคอน’

15 ต.ค. 2567 - 14:07

  • ‘อังคณา’ เผย กมธ.การเมืองและคุ้มครองผู้บริโภค เล็งสอบกรณี ‘ดิไอคอน’ เชิญผู้เสียหาย-ผู้เกี่ยวข้องชี้แจง จี้ สภาฯ ตรวจสอบกมธ.คนนอกจริงจัง หลังปล่อยเอาพรรคพวกตัวเเองเข้ามา แต่ไม่ทำงาน เน้นเดินตามสส. - สว.

  • พร้อมมอง ‘พิศาล’ ลาออกเป็นเรื่องส่วนตัว แต่รัฐบาลไม่สามารถปฏิเสธหน้าที่ตามตัวผู้ต้องหาขึ้นศาลคดีตากใบ ยืนยันมีอำนาจทำได้อยู่แล้ว จวก ‘ภูมิธรรม’ บางเรื่องไม่ต้องพูดจะดีกว่า เพราะเหมือนการปัดความรับผิดชอบ

angkana_pisan_15oct2024_SPACEBAR_Hero_eeb4cdbcb8.jpg

อังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่มีผู้เสียหายจำนวนมากร่วมลงทุนกับดิไอคอนกรุ๊ปว่า มีการใช้ช่องโหว่ของกฎหมายในการดำเนินการแล้วทำให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก  เพราะสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) บอกว่า ผู้ได้รับผลกระทบ ไม่ได้เป็นผู้เสียหาย ไม่ได้เป็นผู้เป็นผู้บริโภคที่สคบ. ต้องคุ้มครอง หรือจะเป็นเรื่องของกฎหมายขายตรง ดังนั้นกรรมาธิการฯ จะหารือและตรวจสอบในเรื่องนี้ โดยต้องเชิญผู้เสียหายและผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล ถ้าหากปัญหาอุปสรรคอยู่ตรงไหน เช่น มีช่องโหว่ของกฎหมาย ก็คงมีการเสนอให้มี

สำหรับกรณีที่มีคลิปเสียงสนทนาล็อบบี้ สคบ. และอ้างจะล็อบบี้กรรมาธิการฯ นั้น อังคณา กล่าวว่า ได้ยินคลิปดังกล่าว ซึ่งที่พูดถึงกรรมาธิการนั้นมีทั้งกรรมาธิการฯของ สส.และสว. แต่กรรมาธิการวิสามัญอาจจะเป็นคนภายนอกได้ และสามารถที่จะมีที่ปรึกษา ผู้ชำนาญการ นักวิชาการที่เป็นบุคคลภายนอก แล้วบางคนก็ต้องการที่จะเข้ามา แม้ว่าจะเป็นตำแหน่งที่จะมีทั้งมีค่าตอบแทนและไม่มีค่าตอบแทน โดยบางคนอาจเข้ามาโดยไม่มีค่าตอบแทน ไม่มาประชุม ไม่เคยพูด ไม่เคยแสดงความคิดเห็นอะไรเลย ซึ่งกรณีแบบนี้ เป็นเรื่องที่รัฐสภาสมควรที่จะมีการตรวจสอบในการแต่งตั้งตำแหน่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งที่มีค่าตอบแทนหรือไม่มีค่าตอบแทน เมื่อ เป็นตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับรัฐสภาก็ควรมีการตรวจสอบ ต้องไม่เกรงใจกัน ไม่ใช่ว่าเอาพรรคพวกตัวเองเข้ามา เพื่อพิมพ์นามบัตรมีตำแหน่ง แล้วเดินตามสส.สว.แล้วจะเป็นความชอบธรรมที่จะทำอะไรก็ได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ อยากให้มีการตรวจสอบจริงจังด้วย

อังคณา ยังกล่าวถึง พล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะจำเลยคดีตากใบของศาลจังหวัดนราธิวาส ที่ได้ยื่นลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย และพ้นสภาพ สส. โดยระบุว่า การลาออกเป็นเรื่องส่วนตัวของเขาที่จะลาออก เพื่อหนีความผิดหรือหนีการขึ้นศาล 

อย่างไรก็ตาม อังคณา ย้ำว่า การลาออกดังกล่าวก็ไม่ได้ทำให้พรรคเพื่อไทยหรือพรรคไทยรักไทยในอดีต หรือรัฐบาลใดก็ตาม จะหมดภาระผูกพันในการให้ความยุติธรรมต่อประชาชนในคดีตากใบ รัฐบาลมีหน้าที่ต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อนำตัวจำเลยทั้งหมด มาปรากฏต่อหน้าศาล ก่อนคดีจะหมดอายุความ

อังคณา กล่าวต่อไปว่า การลาออกของ พล.อ.พิศาล จะทำเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ว่าหน้าที่ของรัฐบาลยังอยู่ ขอความกรุณาให้รัฐบาลใช้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ทั้งหมด โดยยกตัวอย่างกรณีหลักการการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ที่วันนี้ประเทศไทยก็ได้ส่งไปให้หลายประเทศ หรือการออกหมายแดงโดยอินเตอร์โพล

“วันนี้ศาลยังไม่ได้บอกว่าใครผิดใครถูก แต่เป็นการต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าผลการตัดสินของศาลจะเป็นอย่างไร ทุกฝ่ายก็เคารพ แต่ในวันนี้เรายังไม่เห็นความพยายามของรัฐบาลในการดำเนินการตามหลักสากล ของการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน” อังคณา กล่าว

อังคณา ระบุว่า อย่างในกรณีของ พล.อ.พิศาลซึ่งอ้างว่าป่วย รัฐบาลก็ต้องเคารพสิทธิของผู้ป่วย แต่การนำตัวจำเลยมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมรัฐบาลสามารถทำได้อยู่แล้วขึ้นอยู่ว่าจะทำหรือไม่ทำเท่านั้น ส่วนตัวจึงอยากให้กำลังใจรัฐบาลไทยด้วย และมองว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษและตำรวจไทยมีความสามารถมาก ในการติดตามบุคคลต่างๆ รวมถึงสามารถดักฟังโทรศัพท์ได้ แต่อยู่ที่ว่ารัฐบาลมีความจริงใจ หรือมีเจตจำนงทางการเมืองในการนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหรือไม่ พร้อมย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และเป็นเรื่องที่บั่นทอนความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลไทย

“หากรัฐบาลไม่ได้ดำเนินการอะไรเลย แต่พูดคำเดียวว่าไม่เกี่ยวข้อง ก็ถือว่าน่าละอายมาก เท่ากับว่ารัฐบาลปฏิเสธความรับผิดชอบและปล่อยให้เกิดวัฒนธรรมการลอยนวลพ้นผิด”

อังคณากล่าว

อังคณา ยังกล่าวถึงกรณีที่ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งออกมาให้สัมภาษณ์บางครั้ง ส่วนตัวมองว่า บางเรื่องไม่ต้องพูดออกมาก็น่าจะดีกว่า เพราะพูดแล้วจะเป็นเหมือนการผลักภาระ หรือปฏิเสธความรับผิดชอบ ทั้งที่ความจริงรัฐบาลสามารถทำได้อยู่แล้ว และหากในนโยบายของรัฐบาลพูดถึงหลักนิติธรรม เรื่องนี้ก็จะเป็นบทพิสูจน์หนึ่งว่ารัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะปกป้องหลักนิติธรรมเพียงใด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์