พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมต.มหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2565-4 มกราคม 2566 ณ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ภายใต้แนวคิดชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ มุ่งลดปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนน ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ควบคู่ไปกับการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน
พล.อ.อนุพงษ์ ได้เน้นย้ำในระดับพื้นที่ ทั้งฝ่ายปกครองตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ให้ดูแลความปลอดภัยและช่วยกันดำเนินการขับเคลื่อนมาตรการต่างๆ ให้เกิดความปลอดภัยกับประชาชน ซึ่งมาตรการต่างๆ ที่ดำเนินการจะเป็นไปตามกฎหมาย อย่าง ‘เมาแล้วขับ’ จะมีการยึดรถไว้ก่อน
“เป้าหมายของ ศปถ. คือการลดจำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บให้ได้ไม่น้อยกว่า 5% เมื่อเทียบกับสถิติในช่วงเทศกาลเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง” รมต.มหาดไทย กล่าว
พล.อ.อนุพงษ์ ยังได้มอบหมายให้ทุกภาคส่วน บูรณาการลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและจังหวัด เข้มงวดบังคับใช้กฎหมาย ตาม 10 มาตรการหลัก และให้ทุกจังหวัดใช้กลไกด่านชุมชนเพื่อป้องปรามกลุ่มเสี่ยงและบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ บังคับใช้กฎหมายการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเข้มงวด ตลอดจนดูแลความปลอดภัยในพื้นที่จุดตัดทางรถไฟด้วย
หลังเสร็จสิ้นภารกิจ พล.อ.อนุพงษ์ ยังให้สัมภาษณ์สั้นๆถึงทิศทางการเมืองของตัวเอง โดยยืนยันว่า ยังไม่ได้มีการชักชวนให้ร่วมงานทางการเมือง หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ประกาศไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมเปรยในทำนองว่า อาจตัดสินใจไม่เดินหน้าต่อ เนื่องด้วยอายุเริ่มมากขึ้น
“เคยพูดต่อสาธารณชนไปว่าประเมินตัวเองว่าเราเหมาะสมที่จะไปทำหรือไม่ ด้วยอายุต้องพิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะอายุเยอะแล้ว และมีคนที่มีความสามารถ มีความตั้งใจที่อายุน้อย มีเยอะ ซึ่งก็มีคนทำอยู่แล้ว” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว
เมื่อถามย้ำว่า จะตัดสินใจ หรือประเมินอีกครั้งหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ ตอบว่า “ตนตั้งใจว่าเราน่าจะพิจารณาตัวเองว่าไม่น่าเหมาะ” พร้อมย้ำในทำนองที่ว่าได้ตัดสินใจไม่ไปต่อ
“ผมไม่ไปอยู่แล้วการเมือง อนาคตนายกฯ เป็นคนไหนก็ไม่ทราบ เราก็ไม่รู้” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว
พล.อ.อนุพงษ์ ได้เน้นย้ำในระดับพื้นที่ ทั้งฝ่ายปกครองตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ให้ดูแลความปลอดภัยและช่วยกันดำเนินการขับเคลื่อนมาตรการต่างๆ ให้เกิดความปลอดภัยกับประชาชน ซึ่งมาตรการต่างๆ ที่ดำเนินการจะเป็นไปตามกฎหมาย อย่าง ‘เมาแล้วขับ’ จะมีการยึดรถไว้ก่อน
“เป้าหมายของ ศปถ. คือการลดจำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บให้ได้ไม่น้อยกว่า 5% เมื่อเทียบกับสถิติในช่วงเทศกาลเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง” รมต.มหาดไทย กล่าว
พล.อ.อนุพงษ์ ยังได้มอบหมายให้ทุกภาคส่วน บูรณาการลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและจังหวัด เข้มงวดบังคับใช้กฎหมาย ตาม 10 มาตรการหลัก และให้ทุกจังหวัดใช้กลไกด่านชุมชนเพื่อป้องปรามกลุ่มเสี่ยงและบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ บังคับใช้กฎหมายการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเข้มงวด ตลอดจนดูแลความปลอดภัยในพื้นที่จุดตัดทางรถไฟด้วย
หลังเสร็จสิ้นภารกิจ พล.อ.อนุพงษ์ ยังให้สัมภาษณ์สั้นๆถึงทิศทางการเมืองของตัวเอง โดยยืนยันว่า ยังไม่ได้มีการชักชวนให้ร่วมงานทางการเมือง หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ประกาศไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมเปรยในทำนองว่า อาจตัดสินใจไม่เดินหน้าต่อ เนื่องด้วยอายุเริ่มมากขึ้น
“เคยพูดต่อสาธารณชนไปว่าประเมินตัวเองว่าเราเหมาะสมที่จะไปทำหรือไม่ ด้วยอายุต้องพิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะอายุเยอะแล้ว และมีคนที่มีความสามารถ มีความตั้งใจที่อายุน้อย มีเยอะ ซึ่งก็มีคนทำอยู่แล้ว” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว
เมื่อถามย้ำว่า จะตัดสินใจ หรือประเมินอีกครั้งหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ ตอบว่า “ตนตั้งใจว่าเราน่าจะพิจารณาตัวเองว่าไม่น่าเหมาะ” พร้อมย้ำในทำนองที่ว่าได้ตัดสินใจไม่ไปต่อ
“ผมไม่ไปอยู่แล้วการเมือง อนาคตนายกฯ เป็นคนไหนก็ไม่ทราบ เราก็ไม่รู้” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว





