‘มท.1’ แจงปม ‘ยิวเมืองปาย’ ไร้กระทบความมั่นคง

26 ก.พ. 2568 - 16:48

  • ไม่มีใครยึดครองประเทศไทยได้! ‘มท.1’ เคลียร์ปม ‘ยิวเมืองปาย’ ไร้กระทบความมั่นคง

  • เผย ‘โบสถ์ชาบัด’ (Chabad House) เป็นมูลนิธิ-ขออนุญาตถูกต้อง

  • แจง ‘บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์’ แค่ที่ชำระร่างกายให้บริสุทธิ์ตามความเชื่อ ไม่ใช่อุโมงค์ลับ

  • กำชับหน่วยในพื้นที่เข้มนักท่องเที่ยวประพฤติตัวไม่เหมาะสม

Anutin_Charnvirakul_explains_case_of_Israelis_in_Pai_district_SPACEBAR_Hero_1129dc3736.jpg

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการประชุมร่วมกับ ออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามตรวจสอบประเด็นร้อนเกี่ยวกับชาวอิสราเอลในอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ว่า

ได้รับการยืนยันจากส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ว่าสถานการณ์เป็นปกติทุกอย่าง มีการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยว และสร้างรายได้เพิ่มเข้ามาเป็นจำนวนมาก ส่วนข้อกังวลว่าจะมีการสร้างชุมชนอิสราเอลในอำเภอปายนั้นเป็นการสื่อสารที่ไม่ถูกต้อง ในอำเภอปายมีชาวอิสราเอลที่มาตั้งถิ่นฐานและแต่งงานกับชาวไทยเพียง 20 กว่าครอบครัวที่ดำรงชีวิตปกติ

ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลก็ยังคงมาท่องเที่ยว อาจมีความแตกต่างทางวัฒนธรรมบ้าง ซึ่งทางทูตอิสราเอลจะรับไปทำความเข้าใจ เช่น การแต่งกายในไทยจะทำอย่างไรให้กลมกลืน ผสมผสาน ไม่ให้เกิดความไม่สบายใจ

ยืนยันว่าไม่มีการกระทำใด ๆ ที่จะก่อให้เกิดการจารกรรมหรือสร้างเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง

อนุทิน ชาญวีรกูล

สำหรับโบสถ์ชาบัด (Chabad House) พบว่ามีการจดทะเบียนเป็นมูลนิธิอย่างถูกต้อง อยู่ในรั้วรอบขอบชิด ไม่ได้ห้ามคนไทยเข้า เป็นสถานที่สาธารณะ แต่วัฒนธรรมประเพณีของชาวอิสราเอลมีอยู่พอสมควรและเคร่งมาก จึงจัดให้มีโบสถ์ชาบัดสำหรับนักท่องเที่ยวอิสราเอล เปรียบเสมือนศาสนสถานไว้ประกอบพิธีเหมือนมัสยิดของศาสนาอิสลาม หรือวัดของศาสนาพุทธ เป็นเรื่องภายใน ไม่ได้เปิดมาเพื่อขายของแสวงหากำไร

เราก็ได้บอกไปแล้วว่าถ้าจะทำแบบนี้ ต้องไปจดทะเบียนเป็นภัตตาคารให้ถูกต้องตามระเบียบ ซึ่งเขาปฏิเสธว่าไม่มีวัตถุประสงค์ในการทำเป็นร้านอาหาร แต่เป็นที่ที่ให้คนอิสราเอลที่เคร่งศาสนามาประกอบศาสนกิจ ทุกอย่างก็จบด้วยดี

อนุทิน ชาญวีรกูล

นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังเน้นย้ำเรื่องการสร้างความสงบและให้ความเป็นธรรมกับนักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการห้างร้านในอำเภอปายก็ขอให้ช่วย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยววัยรุ่นที่สั่งอาหารแล้วชักดาบไม่ยอมจ่าย หาว่าอาหารไม่ถูกต้อง ไม่ถูกปาก ทำไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าเบี้ยวก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

ได้กำชับเจ้าหน้าที่แล้วว่า สามารถลงสำรวจในพื้นที่ให้เกิดความเรียบร้อยและความสงบสุข

อนุทิน ชาญวีรกูล

เมื่อถามถึงกรณีดรามาบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์, อนุทิน ยืนยันว่าไม่มีอุโมงค์ เป็นบ่อน้ำที่ให้สตรีชาวอิสราเอลชำระร่างกายเพื่อความบริสุทธิ์ เป็นเรื่องความเชื่อทางศาสนา เป็นบ่อน้ำแน่นอนไม่ใช่อุโมงค์หรือสระว่ายน้ำ ข่าวก็เห็นแล้ว อาจจะต้องทำความเข้าใจ รวมทั้งการติดสติกเกอร์ในที่สาธารณะ ซึ่งเราก็ขอร้องแล้วว่าติดสติกเกอร์ผู้เสียชีวิต ก็ขอให้ติดอยู่ในที่มิดชิด อย่าติดที่อื่น โดยเฉพาะที่สาธารณะ ซึ่งท่านทูตอิสราเอลก็ยืนยันรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

จะคุยกับผู้คุม หากเป็นเรื่องความเชื่อทางศาสนาวัฒนธรรม ก็ขอให้ดำเนินการในสถานที่มิดชิด ไม่ให้เกิดความกังวลต่อประชาชน

อนุทิน ชาญวีรกูล

เมื่อถามว่า โบสถ์ชาบัดถูกจดเป็นมูลนิธิ แต่ว่าใช้เป็นศาสนสถานผิดวัตถุประสงค์หรือไม่? อนุทิน กล่าวว่า เขาไม่ได้เป็นวัด เป็นมูลนิธิ ซึ่งมูลนิธิก็รับผิดชอบในเรื่องของอาคาร มีการซื้อขายอย่างถูกต้อง ดูแล้วไม่ได้เป็นที่ที่ห้ามใครเข้า แต่ถ้าเราไม่เกี่ยวข้อง เราจะเข้าไปทำไม นอกจากจะเข้าไปดู”

เมื่อถามว่า นอกจากอำเภอปายแล้ว ยังมีพื้นที่อื่นหรือไม่? อนุทิน กล่าวว่า ในส่วนที่เข้าข่ายฐานทำตัวเป็นขาใหญ่ ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล เป็นนักเลง ข่มเหงรังแกชาวบ้าน แย่งลูกค้ากัน ยึดลูกค้ากัน ขอยืนยันว่าไม่มี กระทรวงมหาดไทยยุคนี้ไม่ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น เราทำได้ทุกจังหวัด ยืนยันว่าขาใหญ่ไม่มี โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่จะมาอาศัยความสนิทสนมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐและมาทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล ตนให้คำยืนยันว่าเกิดขึ้นไม่ได้

ด้านเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย กล่าวว่า รู้สึกไม่ค่อยสบายใจหลังเห็นป้ายห้ามคนอิสราเอลเข้าร้านในพื้นที่สาธารณะหรือร้านอาหาร ทำให้หวนนึกถึงประวัติศาสตร์ที่เลวร้ายที่เกิดขึ้นกับชาวยิวในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และวันนี้ได้พบกับ อนุทินและมีความร่วมมือกันที่ดี มั่นใจว่าจะสามารถหาแนวทางหรือทางออกร่วมกันได้ แม้ว่าภาพลักษณ์ของนักท่องเที่ยวอิสราเอลในโซเชียลมีเดียถึงจะเป็นแค่กลุ่มเล็ก ๆ แต่คนไทยก็ให้ความสนใจจนเกิดเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาเยือนไทยประมาณ 300,000 คน/ปี มาท่องเที่ยวเรียนรู้วัฒนธรรมและผ่อนคลายกับบรรยากาศธรรมชาติในประเทศที่สวยงามเช่นนี้ ในประเทศที่ได้ชื่อว่าดินแดนแห่งรอยยิ้ม

หลังจากข่าวนี้ออกไป กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมจะลดลง และสถานการณ์ทุกอย่างเริ่มคลี่คลาย นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลก็จะมาท่องเที่ยวในไทยมากขึ้น

เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยกล่าวต่อไปว่า ส่วนมาตรการควบคุมพฤติกรรมนักท่องเที่ยว ทางสถานทูตได้ออกประกาศในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขอร้องให้นักท่องเที่ยวประพฤติตัวให้เหมาะสมเป็นไปตามวัฒนธรรมที่ดีงามของไทย ซึ่งประกาศนี้ได้กระจายไปทั่วในกลุ่มนักท่องเที่ยวอิสราเอลในไทยและโซเชียลมีเดียในช่องทางต่าง ๆ ของสถานทูต

เมื่อนักท่องเที่ยวรับทราบประกาศนี้แล้วก็เริ่มมีพฤติกรรมที่เหมาะสมขึ้น เพราะรู้สึกห่วงใยคนไทย แม้บางครั้งการมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดบางอย่าง แต่ส่วนใหญ่ก็อยากมาพักผ่อนและดื่มด่ำกับบรรยากาศในประเทศไทย นักท่องเที่ยวก็อยากรู้สึกเป็นที่ต้อนรับและไม่ก่อให้เกิดการฝ่าฝืนหรือละเมิด

ขอยืนยันว่านักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลก็มีประเทศเป็นของตนเอง ไม่ต้องการที่จะยึดครองประเทศไทย เราแค่ต้องการมาท่องเที่ยวเท่านั้น และกลับไปที่ประเทศของเรา

ออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย

หลังจากนั้น อนุทิน กล่าวว่า “ไม่มีใครสามารถยึดครองประเทศไทยได้” และเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยก็ย้ำเช่นกัน

อนุทิน ยังกล่าวถึงมาตรการการจัดการกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น พฤติกรรมมึนเมาของนักท่องเที่ยว การสูบกัญชา ว่า ได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนและนายอำเภอปายให้เร่งดำเนินการ เช่น การออกใบอนุญาตที่ต้องคำนึงถึงคนในพื้นที่ เพราะอำเภอปายเป็นเมืองสงบ ไม่ใช่ว่าคนมาเยอะแล้วจะต้องสูญเสียอัตลักษณ์ไป ตนไม่อยากเห็นเมืองที่สงบและมีวัฒนธรรมดีงามต้องเปลี่ยนรูปแบบไป

เมื่อถามถึงกรณีที่นักท่องเที่ยวในกิจกรรมล่องลำน้ำปาย ทิ้งบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงน้ำ, อนุทิน กล่าวว่า สำนึกต้องมี ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็ต้องรับผิดชอบด้วยเช่นกัน ตามมาตรการของจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่กำหนดออกมา หากพบว่าท่องเที่ยวทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม เสียหายต่อสาธารณะและธรรมชาติ ก็ต้องปรับผู้ประกอบการด้วยเช่นกัน

การที่จังหวัดออกมาตรการห้ามนักท่องเที่ยวสูบบุหรี่และกัญชาในพื้นที่ถนนคนเดินปาย ซึ่งเป็นแหล่งพื้นที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอปายนั้น เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ซึ่งตามกฎหมายก็ห้ามสูบในพื้นที่สาธารณะอยู่แล้ว

อนุทิน ชาญวีรกูล

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์