ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่ทางการประเทศจีนจะดำเนินการนำร่องให้ชาวจีนเดินทางออกไปท่องเที่ยวต่างประเทศแบบหมู่คณะ หรือ กรุ๊ปทัวร์ ได้ใน 20 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป ทาง อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ได้ติดตามรายละเอียดทางนโยบายของทางการจีนอย่างใกล้ชิด และมีความมั่นใจว่าข้อกำหนดต่างๆ ที่มีการดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไปนี้ จะส่งผลดีต่อธุรกิจการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทย และสามารถควบคุมสถาการณ์โควิด-19 ให้อยู่ในขอบเขตที่จำกัดได้
“นายอนุทิน ได้รับทราบแนวนโยบายและขอบเขตการดำเนินการนำร่องตามที่สถานเอกอัครราชทูตจีนเปิดเผยล่าสุด ซึ่งได้แสดงให้เห็นว่าประเทศจีนได้ดำเนินมาตรการต่างๆ อย่างรัดกุม มีการแนะนำประชาชนของตนเองที่จะเดินทางออกไปเที่ยวต่างประเทศ ปฏิบัติตามข้อกำหนดของประเทศปลายทาง บริษัทท่องเที่ยวมีการดูแลคัดกรองกรุ๊ปทัวร์และมีระบบการรายงานที่ชัดเจน โดยรองนายกรัฐมนตรีได้กำชับกระทรวงในกำกับที่เกี่ยวข้องได้แก่กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงคมนาคมและกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ติดตามรายละเอียดของข้อกำหนด และเตรียมการในทุกด้านให้พร้อมสำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้น” ไตรศุลี กล่าว
โดยเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2566 สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้เผยแพร่ประกาศสำนักงานประจำกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ระบุถึงการนำร่องที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป โดยการให้บริษัทนำเที่ยวและบริษัทท่องเที่ยวออนไลน์ทั่วประเทศจีนในการดำเนินกิจการจัดการท่องเที่ยวแบบหมู่คณะรวมถึงธุรกิจ ตั๋วเครื่องบิน + โรงแรม สำหรับชาวจีน ไปยัง 20 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย กัมพูชา มัลดีฟส์ ศรีลังกา ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ ลาว สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อียิปต์ เคนยา แอฟริกาใต้ รัสเซีย สวิตเซอร์แลนด์ ฮังการี นิวซีแลนด์ ฟิจิ คิวบา และอาร์เจนตินา
ทั้งนี้ ตามประกาศได้มีข้อกำหนดต่างๆ ที่รัฐบาลท้องถิ่นในจีน บริษัทนำเที่ยว ตลอดจนชาวจีนที่จะเดินทางออกไปท่องเที่ยวต้องดำเนินการและปฏิบัติ อาทิ บริษัทนำเที่ยวดำเนินการตามหลักการของประเทศที่จะไป รัฐบาลท้องถิ่นมีการจัดระเบียบและดำเนินการเพื่อปกป้องความปลอดภัย สิทธิประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายของนักท่องเที่ยว
แนะนำบริษัทนำเที่ยวให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดการป้องกันการแพร่ระบาดทั้งของประเทศจีน และประเทศปลายทางอย่างเคร่งครัด และแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวให้เฝ้าระวังตรวจหาเชื้อก่อนการเดินทาง ใส่ใจกับความปลอดภัยและการป้องกันตนเองในระหว่างการเดินทาง ปฏิบัติตามกฎระเบียบการป้องกันการแพร่ระบาด และปฏิบัติตามข้อกำหนดการป้องกันการแพร่ระบาดต่างๆ
นอกจากนี้ ข้อกำหนดยังให้รัฐบาลท้องถิ่นในจีนมีการกำหนดมาตรฐานกิจกรรมท่องเที่ยวและให้บริษัทนำเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ดำเนินตามอย่างเคร่งครัด จัดทำสัญญาการท่องเที่ยวที่ถูกกฎหมาย มีระบบการจัดการข้อพิพาทที่เหมาะสมและทันท่วงที ปรับขนาดของกลุ่มคณะให้เหมาะสม เตือนนักท่องเที่ยวให้เพิ่มความตระหนักด้านความปลอดภัย ซื้อประกันสำหรับอุบัติเหตุส่วนบุคคล รวมถึงให้บริษัทนำเที่ยวใช้ระบบ 'หนึ่งคณะหนึ่งรายงาน' มีการรายงานข้อมูลการเดินทางขาเข้าและออกของหมู่คณะบนแพลตฟอร์มที่รวดเร็ว มีการตรวจสอบธุรกิจผิดกฎหมาย เช่น ทัวร์ราคาถูกที่ไม่สมเหตุสมผล การจัดนักท่องเที่ยวให้เยี่ยมชมหรือมีส่วนร่วมในโครงการหรือกิจกรรมที่ละเมิดกฎหมาย ข้อบังคับ และคุณธรรมทางสังคมของประเทศจีน
“นายอนุทิน ได้รับทราบแนวนโยบายและขอบเขตการดำเนินการนำร่องตามที่สถานเอกอัครราชทูตจีนเปิดเผยล่าสุด ซึ่งได้แสดงให้เห็นว่าประเทศจีนได้ดำเนินมาตรการต่างๆ อย่างรัดกุม มีการแนะนำประชาชนของตนเองที่จะเดินทางออกไปเที่ยวต่างประเทศ ปฏิบัติตามข้อกำหนดของประเทศปลายทาง บริษัทท่องเที่ยวมีการดูแลคัดกรองกรุ๊ปทัวร์และมีระบบการรายงานที่ชัดเจน โดยรองนายกรัฐมนตรีได้กำชับกระทรวงในกำกับที่เกี่ยวข้องได้แก่กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงคมนาคมและกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ติดตามรายละเอียดของข้อกำหนด และเตรียมการในทุกด้านให้พร้อมสำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้น” ไตรศุลี กล่าว
โดยเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2566 สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้เผยแพร่ประกาศสำนักงานประจำกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ระบุถึงการนำร่องที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป โดยการให้บริษัทนำเที่ยวและบริษัทท่องเที่ยวออนไลน์ทั่วประเทศจีนในการดำเนินกิจการจัดการท่องเที่ยวแบบหมู่คณะรวมถึงธุรกิจ ตั๋วเครื่องบิน + โรงแรม สำหรับชาวจีน ไปยัง 20 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย กัมพูชา มัลดีฟส์ ศรีลังกา ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ ลาว สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อียิปต์ เคนยา แอฟริกาใต้ รัสเซีย สวิตเซอร์แลนด์ ฮังการี นิวซีแลนด์ ฟิจิ คิวบา และอาร์เจนตินา
ทั้งนี้ ตามประกาศได้มีข้อกำหนดต่างๆ ที่รัฐบาลท้องถิ่นในจีน บริษัทนำเที่ยว ตลอดจนชาวจีนที่จะเดินทางออกไปท่องเที่ยวต้องดำเนินการและปฏิบัติ อาทิ บริษัทนำเที่ยวดำเนินการตามหลักการของประเทศที่จะไป รัฐบาลท้องถิ่นมีการจัดระเบียบและดำเนินการเพื่อปกป้องความปลอดภัย สิทธิประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายของนักท่องเที่ยว
แนะนำบริษัทนำเที่ยวให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดการป้องกันการแพร่ระบาดทั้งของประเทศจีน และประเทศปลายทางอย่างเคร่งครัด และแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวให้เฝ้าระวังตรวจหาเชื้อก่อนการเดินทาง ใส่ใจกับความปลอดภัยและการป้องกันตนเองในระหว่างการเดินทาง ปฏิบัติตามกฎระเบียบการป้องกันการแพร่ระบาด และปฏิบัติตามข้อกำหนดการป้องกันการแพร่ระบาดต่างๆ
นอกจากนี้ ข้อกำหนดยังให้รัฐบาลท้องถิ่นในจีนมีการกำหนดมาตรฐานกิจกรรมท่องเที่ยวและให้บริษัทนำเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ดำเนินตามอย่างเคร่งครัด จัดทำสัญญาการท่องเที่ยวที่ถูกกฎหมาย มีระบบการจัดการข้อพิพาทที่เหมาะสมและทันท่วงที ปรับขนาดของกลุ่มคณะให้เหมาะสม เตือนนักท่องเที่ยวให้เพิ่มความตระหนักด้านความปลอดภัย ซื้อประกันสำหรับอุบัติเหตุส่วนบุคคล รวมถึงให้บริษัทนำเที่ยวใช้ระบบ 'หนึ่งคณะหนึ่งรายงาน' มีการรายงานข้อมูลการเดินทางขาเข้าและออกของหมู่คณะบนแพลตฟอร์มที่รวดเร็ว มีการตรวจสอบธุรกิจผิดกฎหมาย เช่น ทัวร์ราคาถูกที่ไม่สมเหตุสมผล การจัดนักท่องเที่ยวให้เยี่ยมชมหรือมีส่วนร่วมในโครงการหรือกิจกรรมที่ละเมิดกฎหมาย ข้อบังคับ และคุณธรรมทางสังคมของประเทศจีน



