อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามคำสั่งกระทรวงมหาดไทยให้เนรเทศ ‘ยาคอฟ โอฮะยอน‘ (Mr. Yaacov Ohayon) สัญชาติอิสราเอล ออกไปนอกราชอาณาจักร หลังมีพฤติกรรมส่งข้อความข่มขู่จนผู้เสียหายเกิดความกลัวและตกใจว่าจะไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและร่างกาย
เอกสารคำสั่งระบุว่า ศาลจังหวัดเกาะสมุยมีคำพิพากษาว่า นายโอฮะยอน มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 392 ฐานทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจโดยการขู่เข็ญ พิพากษาจำคุก 1 เดือน และปรับ 10,000 บาท เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ศาลจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 15 วัน ปรับ 5,000 บาท และให้รอการลงโทษจำคุกไว้เป็นเวลา 2 ปี
กระทรวงมหาดไทยพิจารณาว่า พฤติกรรมดังกล่าวขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี หรือความผาสุกของประชาชน และเข้าข่ายมีเหตุจำเป็นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงออกคำสั่งเนรเทศโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ. 2499 ประกอบข้อ 4 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569
สำหรับคดีนี้สะท้อนว่า การที่ศาลให้รอการลงโทษจำคุกไม่ได้ทำให้กระบวนการเนรเทศสิ้นสุดลง เนื่องจากคำพิพากษาคดีอาญาและคำสั่งเนรเทศมีสถานะต่างกัน
โดยคำพิพากษาของศาลเป็นการลงโทษทางอาญาต่อการกระทำความผิด ขณะที่คำสั่งเนรเทศเป็นมาตรการทางปกครอง ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสามารถพิจารณาใช้ได้ หากเห็นว่าพฤติการณ์ของคนต่างด้าวกระทบต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
กรณีนี้จึงไม่ได้สั่งเนรเทศเพราะบุคคลดังกล่าวถูกจำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป แต่เป็นการใช้เกณฑ์เรื่องพฤติกรรมที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี หรือความผาสุกของประชาชนตามข้อ 4 ของระเบียบฉบับใหม่ ประกอบกับอำนาจตามมาตรา 5 ของพระราชบัญญัติการเนรเทศ
โดยตามคำสั่ง ระบุว่า หากนายโอฮะยอนไม่เห็นด้วย สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งเนรเทศหรือขอมิให้ส่งตัวออกนอกราชอาณาจักรได้ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ. 2499 โดยต้องยื่นภายใน 7 วันนับแต่วันทราบคำสั่ง
คำสั่งนี้ออกภายหลังระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2569 โดยระเบียบใหม่จัดระบบให้ศาล กรมราชทัณฑ์ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองส่งต่อข้อมูลเพื่อดำเนินการกับคนต่างด้าวที่กระทำผิดได้รวดเร็วและเป็นมาตรฐานมากขึ้น





