อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีการควบคุมอาวุธปืน หลังเกิดเหตุเยาวชน 14 ปี บุกกราดยิงกลางห้างสรรพสินค้า ว่า โดยปกติ อาวุธปืนทุกกระบอกในประเทศไทย จะมีทะเบียนอยู่แล้ว ดังนั้นจึงสามารถสืบย้อนกลับไปว่า เจ้าของอาวุธปืนเป็นใคร และมีใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนหรือไม่ ซึ่งต้องยอมรับว่า ส่วนใหญ่ไม่มีใบอนุญาต จึงเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ ตั้งใจว่าจะหารือกับอธิบดีกรมการปกครอง เพื่อกำหนดนโยบายว่า ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะไม่มีการออกใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนให้กับบุคคลทั่วไป เพราะไม่มีเหตุผลความจำเป็น สำหรับผู้ที่ให้เหตุผลว่า ชีวิตอยู่ในอันตราย หากยิ่งอนุญาตให้พกพาอาวุธปืนจะยิ่งเพิ่มอันตรายมากขึ้น เพราะอาวุธปืนเป็นอาวุธร้ายแรงที่ทำร้ายคน ได้ต้องควบคุม เข้มงวด รวมไปถึงกระสุนปืน จะต้องไม่ซื้อหาได้โดยง่าย ต้องมีการตั้งกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน
เช่นเดียวกับสนามซ้อมยิงปืน แม้ทุกวันนี้ จะมีระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายในการควบคุมการเข้าไปใช้พื้นที่อยู่แล้ว แต่ก็ต้องระมัดระวังมากขึ้น เพราะขณะนี้ เป็นเรื่องของการหลีกเลี่ยงกฎหมาย ในขณะที่ผู้คุมกฎระเบียบก็ไม่เคร่งครัดมากพอ
“กรณีเยาวชน 14 ปีรายนี้ ชัดเจนอยู่แล้วว่า ไม่สามารถเข้าถึงอาวุธปืนหรือเข้าสนามซ้อมยิงปืนได้ จึงเป็นเรื่องที่ผิดตั้งแต่ขั้นตอนแรก ไม่มีการตรวจสอบมาก่อนเลยหรือ ที่สำคัญ เมื่อเด็กมีอาการเจ็บป่วย ทำไมผู้ปกครองถึงยังพาไปยิงปืน ตามกฎหมาย ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ไม่สามารถครอบครองอาวุธปืนได้ ดังนั้น ความรับผิดชอบจะไปตกอยู่ที่ผู้ปกครอง หากมีอาวุธปืนจะต้องเก็บในที่มิดชิด เพราะแม้จะมีใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน ก็ไม่สามารถนำไปยิงสวนคนอื่นได้ เพราะมีกฎเกณฑ์อยู่แล้ว เช่น ห้ามทิ้งไว้ในรถ ห้ามบรรจุกระสุนทิ้งไว้ในแม็กกาซีน (Magazine) ซึ่งครอบคลุมความปลอดภัยไว้หมดแล้ว เพียงแต่คนไม่เคารพกฎหมาย” อนุทิน กล่าว
อนุทิน กล่าวอีกว่า ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยเอง ก็ต้องจัดระเบียบ ไม่ให้มีการเข้าถึง หรือได้มาซึ่งปืนและอาวุธร้ายแรง เหมือนกับที่ผ่านมา บ้านเมืองมีกฎหมาย หากมีภัยต้องแจ้งความ ให้เจ้าหน้าที่ หรือเจ้าพนักงานเข้าไปดูแล จากนี้ อธิบดีกรมการปกครองจะเข้าไปตรวจสอบและป้องกัน อาจเพิ่มการลงโทษไม่ให้เกิดความรุนแรง ไม่ให้คนพกปืนไปไหนมาไหนในชีวิตประจำวัน เพราะที่นี่ไม่ใช่ดินแดนคาวบอย
นอกจากนี้ ยืนยันว่า มาตรการการตรวจสอบและป้องกันการครอบครองอาวุธปืน จะรวมไปถึง ปืนดัดแปลงและสิ่งเทียมอาวุธ อย่าง ปืนบีบีกัน สมัยก่อนหาซื้อได้ตามท้องตลาด แต่หากพบว่า สามารถนำไปดัดแปลงได้ ก็จะต้องควบคุม อาจรวมไปถึงการจำกัดการซื้อและการเข้าถึง เพราะปืนบีบีกัน มีความอันตราย หากยืนในระยะประชิด ก็มีอานุภาพทำให้เกิดการบาดเจ็บสาหัสได้เช่นกัน ดังนั้น จากนี้อาจจะเปิดให้มีการขึ้นทะเบียนผู้ครอบครองปืนบีบี ตลอดจนสิ่งเทียมอาวุธอื่นอย่างถูกต้อง
“ผมจะถือโอกาสที่เป็นรัฐมนตรีเข้าใหม่ และอธิบดีกรมการปกครองคนใหม่ ไม่ได้ไปติดหนี้บุญคุณใคร หรือติดค้างใคร ไม่มีพรรคพวกที่ไหนในกระทรวงหรือกรมที่ผมรับผิดชอบอยู่ ก็จะดูให้เต็มที่ เอาให้แห้ง ตรงไหนที่กฎหมายไปได้ใช้กฎหมายตรงไหนที่กฎหมายไปไม่ได้ ก็จะเสนอให้แก้กฎหมาย วันนี้ เรามีรัฐบาลที่มีเสียงถึง 320 เสียง เรื่องที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชน ความสงบสุขของบ้านเมือง หากจำเป็นต้องแก้กฎหมาย จะมีใครขวางไหมล่ะ” อนุทิน กล่าว




