สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุรถบัสทัศนศึกษาของคณะครูและเด็กนักเรียนเกิดเหตุเพลิงไหม้
โดยระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้น่าสะเทือนใจ ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีความห่วงใย รู้สึกเศร้าสลดจากเหตุการณ์ และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็จะเข้าไปดูแล
ในส่วนของกระทรวงคมนาคม จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อดูว่าสาเหตุเกิดจากอะไร จะมีการป้องกันอย่างไร โดยจะเชิญวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้ามาร่วมตรวจสอบโครงสร้างของรถที่บรรทุกผู้โดยสารจำนวนเท่านี้ ว่าควรจะปรับปรุงอย่างไร รวมถึงเรื่องทางออกฉุกเฉิน
โดยมีความคิดที่จะให้มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำก่อนออกเดินทางว่าหากมีเหตุฉุกเฉิน จะปฏิบัติตัวอย่างไร และช่องทางออกฉุกเฉิน จะเหมือนกับบนเครื่องบิน ซึ่งต่อไปจะต้องบังคับให้รถโดยสารสาธารณะ ดำเนินการตามนี้เพื่อลดความรุนแรงลง โดยกระทรวงจะมีมาตรการออกมา
ส่วนเรื่องรถสูง 2 ชั้น ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ ควรยกเลิกใช้งานนั้น มีการพูดมานานแล้ว ซึ่งทางกระทรวงคมนาคม มีแนวทางอยู่แล้ว โดยกำลังพิจารณาว่าจะให้รถ 2 ชั้น วิ่งในเขตเมือง ห้ามออกวิ่งในต่างจังหวัด สำหรับเหตุการณ์วานนี้นั้น เป็นรถชั้นเดียว ก็ต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุอีกในอนาคต โดยแนวทางป้องกันจะมีทั้งมาตรการระยะเร่งด่วน และระยะยาว
— สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
ผู้สื่อข่าวถามว่า รถที่เกิดเหตุ มีการดัดเปลี่ยนเครื่องยนต์ และตัวถังประกอบ ซึ่งใช้มานานกว่า 50 ปี ต้องมีการตรวจสอบรถบัสโดยสารทั้งประเทศหรือไม่ สุริยะ กล่าวว่า คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมา จะตรวจสอบกระบวนการทั้งหมด ตั้งแต่สภาพรถ จำนวนผู้โดยสาร ขณะเดียวกันจะครอบคลุมรถทุกประเภท ทั้งรถตู้ รถโดยสาร
นอกจากนี้ จะตรวจสอบเรื่องการใช้เชื้อเพลิงที่เป็นแก๊สในรถสาธารณะ เพราะเวลาเกิดอุบัติเหตุมักมีความรุนแรง โดยคาดว่า คณะกรรมการจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์
ส่วนกรณีที่การดัดแปลงรถ อาจทำให้บริษัทประกันภัยไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยสินไหม สุริยะ กล่าวว่า ได้รับรายงานจากกรมการขนส่งทางบก ว่า ตามกฎหมายต้องบังคับให้มีการประกันภัยขั้นต่ำ จะจ่ายสูงสุด 5 แสนบาท และ พ.ร.บ.ภาคสมัครใจ อีก 5 แสนบาท
เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บริษัทประกันภัยจะไม่มาหาสาเหตุที่จะไม่จ่ายค่าประกันภัย เพราะเป็นเรื่องสะเทือนขวัญ
— สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

ภายหลังการประชุมฯ สุริยะ เผยว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติในหลักการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุรถบัสทัศนศึกษาของคณะครูและเด็กนักเรียนเกิดเพลิงไหม้ โดยมอบเงินเยียวยา ดังนี้
- กรณีเสียชีวิตเป็นค่าจัดการศพ รายละ 1 ล้านบาท
- ทุพลภาพ รายละ 7 แสนบาท
- กรณีบาดเจ็บสาหัส รายละ 2แสนบาท
- กรณีบาดเจ็บเล็กน้อย รายละ 1 แสนบาท
โดยตัวเลขนี้ เป็นการประเมินจากในอดีตกรณีเหตุการณ์ที่สยามพารากอนและเหตุการณ์ที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นวงเงินที่น่าจะเหมาะสมเพราะเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจ
สำหรับเด็กเล็กที่เสียชีวิต ถึงแม้ว่าเงินเยียวยานี้จะไม่สามารถไปประเมินจิตใจให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตได้ แต่จะช่วยบรรเทาได้ส่วนหนึ่ง
— สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
นอกจากนี้ ยังมีเงินช่วยเหลือในส่วนของกระทรวงยุติธรรม จะให้เงินช่วยเหลือ ผู้เสียชีวิตรายละ 2 แสนบาท, ผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 หมื่นบาท
กระทรวงศึกษาธิการ จะให้เงินช่วยเหลือผู้เสียชีวิตที่เป็นนักเรียน 180,000 บาท, ครู 100,000 บาท
กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะให้เงินช่วยเหลือ ผู้เสียชีวิตรายละ 10,000 บาท และจะดูแลต่อเนื่องจนอายุ 18 ปี และจากประกันภัยของบริษัทรถบัส 1 ล้านบาท
จะเร่งให้กระทรวงศึกษาธิการส่งรายชื่อผู้เสียชีวิต และจะรีบจัดการโอนเงินให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต ไม่น่าจะเกินสัปดาห์หน้า
— สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ




