‘อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์’ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ หลังจเรตำรวจแห่งชาติเชิญมาให้ข้อมูลคดีพนันออนไลน์ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่อัจฉริยะนำรายชื่อ 16 ตำรวจไปร้องเรียน ผบ.ตร. ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีนายพล จ. รวมอยู่ด้วย
โดยอัจฉริยะเปิดเผยก่อนเข้าพบจเรตำรวจแห่งชาติว่า ในวันนี้ทางจเรตำรวจแห่งชาติได้เรียกเข้ามาพบประเด็นเพื่อให้ข้อมูลกรณี ‘นายพล จ.’ เพียงคนเดียว ซึ่งส่วนตัวมองว่าไม่เป็นธรรมต่อนายพล จ. เพราะคดีเก่ากรณีของสารวัตรซัว รวมถึงลูกชายของอดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรีที่มีหลักฐานชัดเจนว่าโอนเงินจากเว็บพนันออนไลน์ไปให้สารวัตรซัว ซึ่งตนได้ให้ข้อมูลไปก่อนหน้านี้แล้ว และที่สำคัญจเรตำรวจแห่งชาติสอบแล้วเสร็จไปเมื่อเดือนที่แล้ว แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการคำสั่งลงโทษทางวินัยหรือให้ออกจากราชการแต่อย่างใด รวมถึงคดีผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาสที่พัวพันคดียาเสพติด ซึ่งคดีนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความเห็นสรุปสั่งฟ้องในคดีอาญา ม.157 แต่ทางจเรตำรวจไม่ดำเนินการใดๆ เลย ทำให้รู้สึกขาดความเชื่อมั่นในตรวจสอบของจเรตำรวจ
ดังนั้น หากวันนี้จเรตำรวจจะขอข้อมูลเกี่ยวกับนายพล จ. และตำรวจนายอื่นๆ ตนจะไม่ให้ความร่วมมือให้ข้อมูลโดยเด็ดขาด เนื่องจากมองว่าไม่เป็นธรรมต่อนายพล จ. หากจะดำเนินการกับนายพล จ. คนเดียว แต่เรื่องเก่ายังไม่สะสาง จะขอข้อมูลใหม่ไปทำไม ส่วนตัวไม่มั่นใจว่า ประเด็นที่นายพล จ. ถูกเรียกสอบ เป็นเรื่องความขัดแย้งกันเองหรือไม่ ซึ่งสำหรับตนคงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย ก่อนหน้าทั้งชูวิทย์ ทนายตั้ม และสันธนะ ก็ไม่เคยให้ข้อมูลแก่จเรตำรวจเช่นเดียวกัน เพราะไม่เชื่อมั่นในการทำงานของจเรตำรวจ หากผลการสอบสวนออกมาว่าไม่มีความผิด ผู้ที่เอาข้อมูลมาให้อย่างตนก็อาจจะฟ้องหมิ่นประมาทภายหลังได้
นอกจากนี้ อัจฉริยะยังไม่เชื่อมั่นการสอบสวนคดีสารวัตรซัวของตำรวจสอบสวนกลาง เพราะถ้าทำคดีนี้จริง จะส่งผลต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติทั้งระบบ เนื่องจากจะพบนายตำรวจที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก หรือกล่าวได้ว่าจะพังทั้งวงการตำรวจ นายอัจฉริยะยังแฉทิ้งท้ายว่า เมื่อ 1 เดือนที่แล้ว มีนายตำรวจระดับพลตำรวจเอกและพลตำรวจโททะเลาะกัน เนื่องจากไม่สามารถเคลียร์คดีพนันออนไลน์ได้
ภายหลังจากที่ อัจฉริยะขึ้นไปพบ พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ ประมาณ 20 นาที ปรากฎว่าจเรตำรวจแห่งชาติเดินทางออกจากสำนักงานจเรตำรวจโดยปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน เนื่องจากอ้างว่ามีประชุมด่วนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ซึ่งต่อมา อัจฉริยะได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า หลังจากตนเข้าพบจเรตำรวจแห่งชาติแล้ว ตนได้สอบถามถึงกรณีสารวัตรซัว ซึ่งทางจเรตำรวจแห่งชาติยอมรับว่ามีปัญหาพัวผันเว็บพนันออนไลน์จริง ซึ่งในสัปดาห์หน้าจเรตำรวจจะยื่นสำนวนให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หากได้ผลการพิจารณายังไงจะแจ้งนายอัจฉริยะให้ทราบภายหลัง ส่วนกรณีนายพล จ. ทราบเพียงว่าทางจเรตำรวจจะเรียกนายพล จ. มาให้ข้อมูลวันที่ 8 มีนาคมนี้
โดยอัจฉริยะเปิดเผยก่อนเข้าพบจเรตำรวจแห่งชาติว่า ในวันนี้ทางจเรตำรวจแห่งชาติได้เรียกเข้ามาพบประเด็นเพื่อให้ข้อมูลกรณี ‘นายพล จ.’ เพียงคนเดียว ซึ่งส่วนตัวมองว่าไม่เป็นธรรมต่อนายพล จ. เพราะคดีเก่ากรณีของสารวัตรซัว รวมถึงลูกชายของอดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรีที่มีหลักฐานชัดเจนว่าโอนเงินจากเว็บพนันออนไลน์ไปให้สารวัตรซัว ซึ่งตนได้ให้ข้อมูลไปก่อนหน้านี้แล้ว และที่สำคัญจเรตำรวจแห่งชาติสอบแล้วเสร็จไปเมื่อเดือนที่แล้ว แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการคำสั่งลงโทษทางวินัยหรือให้ออกจากราชการแต่อย่างใด รวมถึงคดีผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาสที่พัวพันคดียาเสพติด ซึ่งคดีนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความเห็นสรุปสั่งฟ้องในคดีอาญา ม.157 แต่ทางจเรตำรวจไม่ดำเนินการใดๆ เลย ทำให้รู้สึกขาดความเชื่อมั่นในตรวจสอบของจเรตำรวจ
ดังนั้น หากวันนี้จเรตำรวจจะขอข้อมูลเกี่ยวกับนายพล จ. และตำรวจนายอื่นๆ ตนจะไม่ให้ความร่วมมือให้ข้อมูลโดยเด็ดขาด เนื่องจากมองว่าไม่เป็นธรรมต่อนายพล จ. หากจะดำเนินการกับนายพล จ. คนเดียว แต่เรื่องเก่ายังไม่สะสาง จะขอข้อมูลใหม่ไปทำไม ส่วนตัวไม่มั่นใจว่า ประเด็นที่นายพล จ. ถูกเรียกสอบ เป็นเรื่องความขัดแย้งกันเองหรือไม่ ซึ่งสำหรับตนคงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย ก่อนหน้าทั้งชูวิทย์ ทนายตั้ม และสันธนะ ก็ไม่เคยให้ข้อมูลแก่จเรตำรวจเช่นเดียวกัน เพราะไม่เชื่อมั่นในการทำงานของจเรตำรวจ หากผลการสอบสวนออกมาว่าไม่มีความผิด ผู้ที่เอาข้อมูลมาให้อย่างตนก็อาจจะฟ้องหมิ่นประมาทภายหลังได้
นอกจากนี้ อัจฉริยะยังไม่เชื่อมั่นการสอบสวนคดีสารวัตรซัวของตำรวจสอบสวนกลาง เพราะถ้าทำคดีนี้จริง จะส่งผลต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติทั้งระบบ เนื่องจากจะพบนายตำรวจที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก หรือกล่าวได้ว่าจะพังทั้งวงการตำรวจ นายอัจฉริยะยังแฉทิ้งท้ายว่า เมื่อ 1 เดือนที่แล้ว มีนายตำรวจระดับพลตำรวจเอกและพลตำรวจโททะเลาะกัน เนื่องจากไม่สามารถเคลียร์คดีพนันออนไลน์ได้
ภายหลังจากที่ อัจฉริยะขึ้นไปพบ พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ ประมาณ 20 นาที ปรากฎว่าจเรตำรวจแห่งชาติเดินทางออกจากสำนักงานจเรตำรวจโดยปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน เนื่องจากอ้างว่ามีประชุมด่วนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ซึ่งต่อมา อัจฉริยะได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า หลังจากตนเข้าพบจเรตำรวจแห่งชาติแล้ว ตนได้สอบถามถึงกรณีสารวัตรซัว ซึ่งทางจเรตำรวจแห่งชาติยอมรับว่ามีปัญหาพัวผันเว็บพนันออนไลน์จริง ซึ่งในสัปดาห์หน้าจเรตำรวจจะยื่นสำนวนให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หากได้ผลการพิจารณายังไงจะแจ้งนายอัจฉริยะให้ทราบภายหลัง ส่วนกรณีนายพล จ. ทราบเพียงว่าทางจเรตำรวจจะเรียกนายพล จ. มาให้ข้อมูลวันที่ 8 มีนาคมนี้



