น้ำมันรั่วถนนเชื้อเพลิงล่าสุด พลังงานสั่งหยุดเดินท่อ BAFS ยันไม่กระทบสนามบิน

10 ก.ย. 2569 - 12:09

  • กระทรวงพลังงานสั่งหยุดส่งน้ำมันผ่านท่อจนกว่าจะซ่อมและยืนยันความปลอดภัย

  • BPT เป็นเจ้าของระบบท่อ ส่วน BFPL ได้สิทธิบริหารจัดการตั้งแต่ปี 2565

  • ชัชชาติ ลงพื้นที่ติดตามเร่งหาจุดรั่ว กทม.ตั้งศูนย์บัญชาการ ตรวจไอระเหยทุกชั่วโมง

น้ำมันรั่วถนนเชื้อเพลิงล่าสุด พลังงานสั่งหยุดเดินท่อ BAFS ยันไม่กระทบสนามบิน

10 กันยายน 2569 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำมันปนเปื้อนในระบบท่อระบายน้ำบริเวณถนนเชื้อเพลิง ใต้ทางยกระดับถนนพระราม 3 พื้นที่รอยต่อเขตคลองเตยและเขตยานนาวา พร้อมตรวจเยี่ยมชุมชนเชื้อเพลิงพัฒนา โดยมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบ

ชัชชาติ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานต่อเนื่องจนถึงเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันที่ 9 กันยายน โดยขุดเปิดพื้นที่ 2 จุด เพื่อตรวจสอบแนวท่อที่อาจชำรุดหรือรั่วซึม แต่จนถึงช่วงเช้ายังไม่สามารถยืนยันตำแหน่งรั่วได้อย่างชัดเจน จึงต้องขยายพื้นที่ค้นหาต่อภายใต้การควบคุมของผู้เชี่ยวชาญ

“ช่วงกลางคืนยังตรวจพบกลิ่นและไอระเหยของน้ำมันจากท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่จึงฉีดโฟมปกคลุมผิวของเหลวเพื่อลดการระเหยและควบคุมความเสี่ยงจากการติดไฟ ขณะที่ปริมาณและความเข้มข้นของน้ำมันในระบบระบายน้ำลดลงและเจือจางกว่าช่วงแรก แต่ยังไม่สามารถยุติการเฝ้าระวังได้”

ก่อนหน้านี้ กระทรวงพลังงานและกรมธุรกิจพลังงานลงพื้นที่ร่วมกับกรุงเทพมหานครและผู้ประกอบการระบบท่อ เพื่อตรวจสอบแนวท่อขนส่งน้ำมันใต้ดินที่พาดผ่านบริเวณเกิดเหตุ โดยมีคำสั่งให้ระงับการส่งน้ำมันผ่านท่อช่วงที่ต้องสงสัยทันที และยังไม่ให้กลับมาใช้งานจนกว่าจะดำเนินการซ่อมแซม ทดสอบความสมบูรณ์ของท่อ และยืนยันความปลอดภัยแล้ว

หน่วยงานด้านพลังงานยังเตรียมแผนสำรองให้บริษัทน้ำมันใช้รถบรรทุกขนส่งเชื้อเพลิงแทนระบบท่อเป็นการชั่วคราว หากการซ่อมแซมใช้เวลานาน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการกระจายน้ำมัน อย่างไรก็ตาม การเพิ่มการขนส่งทางถนนต้องมีมาตรการกำกับเส้นทาง เวลาเดินรถ และความปลอดภัยเป็นพิเศษ

กรมธุรกิจพลังงานมีหน้าที่ตรวจสอบว่าระบบท่อได้รับอนุญาตและดำเนินงานตามมาตรฐานความปลอดภัยหรือไม่ รวมถึงตรวจประวัติการเดินท่อ แรงดัน ปริมาณน้ำมันก่อนและหลังเกิดเหตุ การบำรุงรักษา และระบบตรวจจับการรั่ว เพื่อระบุสาเหตุและพิจารณาความรับผิดตามกฎหมาย

BAFS แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ แนวท่อของบริษัทย่อยพาดผ่านพื้นที่

บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัท บาฟส์ขนส่งทางท่อ จำกัด หรือ BAFS Pipeline Transportation—BPT ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เป็นเจ้าของระบบท่อขนส่งน้ำมันจากโรงกลั่นบางจากไปยังคลังน้ำมันช่องนนทรี ก่อนเชื่อมต่อไปยังคลังน้ำมันอากาศยานดอนเมือง สุวรรณภูมิ และคลังน้ำมันภาคพื้นดินบางปะอิน โดยแนวท่อดังกล่าวพาดผ่านบริเวณที่เกิดเหตุ

BPT ให้สิทธิแก่บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด หรือ BFPL ใช้และบริหารจัดการทรัพย์สินของระบบท่อตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 ดังนั้น การตรวจสอบเหตุครั้งนี้จึงเกี่ยวข้องกับบริษัทหนึ่งในฐานะเจ้าของระบบท่อ และอีกบริษัทในฐานะผู้ได้รับสิทธิบริหารจัดการ

BAFS ระบุว่า เมื่อได้รับแจ้งเหตุน้ำมันรั่ว ได้ระงับการขนส่งน้ำมันผ่านระบบท่อดังกล่าวทันที และให้ BPT กับ BFPL ร่วมกันตรวจสอบหาตำแหน่งรั่ว พร้อมยืนยันว่า ณ เวลาที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังไม่พบผลกระทบรุนแรงต่อประชาชน ชุมชน หรือสิ่งแวดล้อมโดยรอบ

บริษัทระบุด้วยว่า เหตุการณ์ไม่กระทบการส่งน้ำมันอากาศยานไปยังท่าอากาศยานดอนเมืองและสุวรรณภูมิ รวมถึงการขนส่งน้ำมันไปยังภาคเหนือ และความเสียหายอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยที่ BPT และ BFPL จัดทำไว้ 

ข้อมูลบริษัทระบุว่า ระบบของ BPT สามารถขนส่งน้ำมันหลายชนิดผ่านท่อเดียวกัน หรือ Multi Product Pipeline โดยแนวท่อเชื่อมคลังและสนามบินหลายแห่ง ส่วน BFPL ให้บริการขนส่งน้ำมันทั้งน้ำมันดีเซล เบนซิน และน้ำมันอากาศยาน Jet A-1 

จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่า เมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่สูบของเหลวปนเปื้อนออกจากระบบระบายน้ำได้มากกว่า 22,000 ลิตร โดยของเหลวที่สูบขึ้นมามีน้ำมันประมาณร้อยละ 20

กทม.ตั้งศูนย์บัญชาการ เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง

กรุงเทพมหานครจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจจากเขตคลองเตยและเขตยานนาวาเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ตรวจวัดปริมาณไอน้ำมันทุก 1 ชั่วโมง และติดตามสภาพพื้นที่ทุก 30 นาที เพราะท่อระบายน้ำเป็นพื้นที่กึ่งปิด ไอระเหยของน้ำมันอาจสะสมและติดไฟได้เมื่อมีประกายไฟหรือแหล่งความร้อน เจ้าหน้าที่จึงต้องควบคุมแหล่งกำเนิดประกายไฟ ตรวจค่าความเข้มข้นของไอระเหย และป้องกันไม่ให้น้ำมันไหลกระจายไปตามระบบระบายน้ำ

ระหว่างปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่จาก กทม. หน่วยงานพลังงาน รวมถึงทีมกู้ภัยและผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทน้ำมันร่วมสูบของเหลว กั้นการแพร่กระจาย และทำความสะอาดระบบ ก่อนนำของเสียปนเปื้อนไปกำจัดด้วยวิธีที่เหมาะสม 

ชุมชนกว่า 550 หลังคาเรือนยังต้องติดตามอาการ

ภายหลังตรวจพื้นที่ ผู้ว่ากรุงมหานครได้ลงเยี่ยมชุมชนเชื้อเพลิงพัฒนา ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่มากกว่า 550 หลังคาเรือน ชาวบ้านสะท้อนว่ายังได้กลิ่นน้ำมันเล็กน้อย แต่เบาบางลงมากจนเกือบไม่มีกลิ่นแล้ว

ผู้ว่าฯ กทม.ย้ำว่า ภารกิจสำคัญคือการระบุตำแหน่งและสาเหตุของการรั่วซึมให้ได้ รวมถึงจัดเก็บและกำจัดน้ำ–ตะกอนที่ปนเปื้อนอย่างถูกวิธี เพื่อลดความเสี่ยงต่อประชาชน ระบบระบายน้ำ และสิ่งแวดล้อมโดยรอบ

“ประชาชนในบริเวณใกล้เคียงควรงดสูบบุหรี่ จุดไฟ เชื่อมโลหะ หรือทำกิจกรรมที่อาจก่อประกายไฟใกล้ฝาท่อ หากมีกลิ่นน้ำมันรุนแรงผิดปกติ ควรออกจากบริเวณนั้นและแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์