สถานการณ์น้ำที่ ‘เขื่อนภูมิพล’ จังหวัดตาก ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ล่าสุดสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานว่า เขื่อนต้อง เร่งปรับเพิ่มการระบายน้ำจาก 45 เป็น 48 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อรองรับ “มวลน้ำก้อนใหญ่ระลอกสุดท้าย” ก่อนสิ้นฤดูฝน
ปัจจุบัน เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำรวมถึง 89% ของความจุเก็บกัก (กว่า 71,700 ล้าน ลบ.ม.) และมีน้ำใช้การกว่า 82% หรือราว 47,590 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่เหลือพื้นที่รองรับน้ำเพียง 127 ล้าน ลบ.ม. เท่านั้น
ไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการ สทนช. ระบุว่า ปีนี้ฝนตกเหนือเขื่อนเจ้าพระยา “มากเป็นอันดับ 2 รองจากปี 2565” โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ฝนเทกระหน่ำจากอิทธิพลของพายุ “คัลแมกี”ส่งผลให้มีมวลน้ำระลอกใหม่ไหลเข้าเขื่อนอย่างต่อเนื่อง
มวลน้ำจากการระบายจะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง คาดว่าจะมีปริมาณน้ำผ่านจังหวัดนครสวรรค์สูงสุดราว 3,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และจะทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อจังหวัดอุทัยธานีและชัยนาท
อย่างไรก็ดีการระบายน้ำครั้งนี้ถือเป็นรอบสุดท้ายของฤดูฝนปี 2568 เพราะกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าฝนภาคเหนือจะเริ่มลดลงหลังวันที่ 13 พฤศจิกายน ก่อนเคลื่อนลงภาคใต้เต็มรูปแบบ
อัพเดทสถานการณ์น้ำเขื่อนภูมิพล วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568
สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ณ วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เวลา 08.49 น. โดยเขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 13,371.80 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 99.33% ปริมาณน้ำพร้อมใช้งานอยู่ที่ 9,571.80 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 99.07%
ขณะที่เมื่อวานนี้ (10 พ.ย.2568) มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ จำนวน 92.54 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถรับน้ำได้อีกจำนวน 90.20 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 0.67% และระดับน้ำของอ่างเก็บน้ำอยู่ที่ 259.71 เมตร วัดจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
โดยวันนี้ (11 พ.ย.2568) เป็นต้นไป เขื่อนภูมิพลจะระบายน้ำตามแผนจากกรมชลประทาน จำนวน 53 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยจะมีการติดตามและประเมินสถานการณ์และปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมของสถานการณน้ำต่อไป





