‘บิ๊กโจ๊ก’ ประกาศลั่น! เดินหน้าฟ้องกราวรูด ‘นายกฯ-บิ๊ก ตร.’

1 ก.ค. 2567 - 17:57

  • ‘บิ๊กโจ๊ก’ ขึ้นศาลไต่สวนมูลฟ้องคดี ‘บิ๊กเต่า’ หมิ่นประมาท แต่คู่กรณีขอเลื่อน

  • ประกาศเดินหน้าฟ้องกราวรูดทั้ง ‘นายกฯ-2นายตำรวจ’ ไม่หวั่นหากไม่มีคนเลือกเมื่อกลับขึ้นแคนดิเดต ผบ.ตร.

Big_Joke_announces_loudly_Moving_forward_to_sue_the_Prime_Minister_2_Big_Police_SPACEBAR_Hero_9fb0ebff53.jpg

ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้  ถ.เจริญกรุง (1 กรกฎาคม 2567) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล (บิ๊กโจ๊ก) รอง ผบ.ตร. เดินทางเข้าไต่สวนมูลฟ้องคดีที่ฟ้องหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว (บิ๊กเต่า) รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งมีการฟ้องความผิดรวม 3 กรรม แต่ปรากฏว่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ส่งทนายความขอเลื่อนนัดเป็นครั้งที่สอง

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า วันนี้ตนเดินทางมาไต่สวนมูลฟ้อง จากเดิมที่ตนได้ยื่นฟ้อง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ในความผิดฐานหมิ่นประมาท จงใจใส่ความต่อบุคคลที่สามโดยการโฆษณา โดยความผิดมี 3 กรรม ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาตนได้เดินทางมาตามคำนัดศาลเช่นกัน แต่ทนายของพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ได้ขอเลื่อนนัด และในวันนี้ตนทราบจากทนายของตนว่าทางทนายของคู่กรณีก็ได้ขอเลื่อนนัดอีกครั้ง 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ตนเดินหน้าต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม สิ่งใดที่กระทบสิทธิตนจะดำเนินการทั้งหมด ทั้งในเรื่องของการกลับเข้าข้าราชการตำรวจ ตนก็ยื่นตามกระบวนการยุติธรรมไปแล้ว และยื่นคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการเอกสารต่างๆ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เลื่อนนัดไต่สวนของศาลมาสองครั้งจะมีนัยยะอะไรหรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ให้นักข่าวคิดเอง ตนไม่ขอตอบ และตนไม่หนักใจ เพราะตนทำทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา การใช้กฎหมายต้องใช้ด้วยความเป็นธรรม ไม่ได้ใช้กฎหมายเพื่อรักษากฎหมาย ซึ่งสิ่งที่ตนกำลังตามหาอยู่คือตามหาความยุติธรรม

ส่วนจะมีการเจรจาไกล่เกลี่ยกันหรือไม่นั้น ระบบของศาลมีการให้นัดไกล่เกลี่ยกันอยู่แล้ว แต่จนถึงวันนี้ตนยังไม่ได้พบใคร การไกลเกลี่ยจึงยังไม่เกิดขึ้น ยืนยันว่าทุกอย่างต้องพูดคุยเจรจา ไม่มีสงครามใดที่รบกันจนถึงฆ่ากันตาย

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า สำหรับทุกคดี ตนสามารถถอนฟ้องได้ รวมไปถึงคดีที่ยื่นฟ้องกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร รอง  ผบ.ตร. รักษาราชการผบ.ตร.ต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตนก็สามารถถอนฟ้องได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับ ป.ป.ช. ด้วยว่าจะพิจารณาอย่างไร ส่วนเรื่องหนังสือคำแย้งของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ นั้น ตนกำลังดำเนินการอยู่คาดว่าไม่ทันในวันพรุ่งนี้ เพราะต้องอ่านรายละเอียดอีกเยอะ

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วตนได้ไปออกรายการหนึ่ง มีโอกาสได้พูดคุยกับ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ (ผู้การแต้ม) อดีต รอง ผบช.น.ที่ตนมีความเคารพความเป็นครูบาอาจารย์ ยืนยันตนไม่ได้ก้าวร้าว แต่เนื่องจากกระทบกับสิทธิตนจึงขออนุญาตยื่นฟ้อง

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ในส่วนที่หลายคนทักท้วงการยื่นฟ้องของตนว่าให้รอผลของ ก.พ.ค.ตร. ก่อนแล้วค่อยเดินหน้าฟ้องทีหลังนั้น มองว่าตนโดนกระทำมาเยอะและได้ฟังมานาน หากไม่พูดบ้างสังคมจะสับสน ยืนยันตนเชื่อมั่นใน ก.พ.ค.ตร. เนื่องจากคณะกรรมการ ก.พ.ค.ตร. แต่ละท่านที่มาก็เกษียณไปและมีอายุเยอะ ดังนั้นจึงคาดว่าการมาทำงานท่านไม่หวังอะไร มาทำงานเพื่อชื่อเสียงของตัวท่าน และรักษาระบบคุณธรรมขององค์กรเพื่อให้สังคมดีขึ้น

เมื่อถามว่ามีโอกาสที่จะได้มติ 6 ต่อ 0 จาก ก.พ.ค.ตร.หรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตอบไม่ได้ และคาดว่ากำหนดการพิจารณาจะไม่มีการเลื่อนแล้ว และในส่วนที่หลายคนมองว่าหากผล ก.พ.ค.ตร. ออกมาเป็นคุณแก่ตน แต่ตนได้ดำเนินการไล่ฟ้อง ก.ตร. หมด เมื่อถึงเวลากลับไปนั่งขึ้นเป็นแคนดิเดต คิดว่าจะมีใครเลือกตนหรือไม่นั้น มองว่าเลือกหรือไม่เลือกก็ไม่เป็นไร ตนเป็นอะไรก็ได้แต่เพียงต้องถูกต้องและเป็นธรรม และสัปดาห์นี้ตนจะฟ้องใครบ้างนั้นขอตอบเป็นวันๆ เพราะการทำเอกสารต้องรอบคอบ หากรีบเร่งมากไปจะเกิดข้อผิดพลาด แต่ยืนยันว่าฟ้องแน่

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวด้วยว่า ยังไม่ตัดการยื่นฟ้องนายกฯ และ 2 นายตำรวจที่จะฟ้องด้วย ซึ่งตอนนี้กำลังดูรายละเอียดว่าส่วนไหนที่เข้าข่ายความผิดก็ต้องดำเนินการ อย่าง ก.ตร.ที่มีส่วนในการลงมติเรื่องคำสั่งให้ตัวเองออกจากราชการไว้ก่อน เมื่อมาดูรายละเอียดใหม่ ก็เห็นว่าไม่ได้มีการลงมติชี้ผิดถูก 12 ต่อ 0 อย่างที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ ส่วนนี้ก็ต้องมาพิจารณาอีกครั้งว่าจะฟ้องดำเนินคดีหรือไม่ ซึ่งทุกอย่างต้องทำอย่างละเอียดรอบคอบ

“ทั้งนี้ ยืนยันไม่นำอารมณ์มาเกี่ยวกับเรื่องการทำงาน เพราะผมโดนมาเยอะตั้งแต่เด็กๆ จนชินแล้ว จึงทำด้วยอารมณ์ไม่ได้เพราะเกรงว่าจะเดือดร้อนตัวเอง” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์