‘โรม’ มอง ‘บิ๊กต่อ’ นั่งผบ.ตร.ไม่พลิกโผ!

27 ก.ย. 2566 - 17:58

  • ‘โรม’ มอง ‘บิ๊กต่อ’ นั่งผบ.ตร.ไม่พลิกโผ!

  • จี้ ‘เศรษฐา’ ตอบกระทู้ในสภา หลักเกณฑ์การเลือก หากไม่ตอบต้องแบกรับความผิดหวังของปชช. ขออย่าปัดรับผิดชอบโยน ก.ตร.

  • ลั่น ภารกิจนายกฯ ที่ ‘กัมพูชา’ ให้รมว.พลังงานแทนได้

Big_Tor_commissioner_police_not_surprise_SPACEBAR_Hero_0096ae34be.jpg

รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงการแต่งตั้ง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)ว่า ชื่อของพล.ต.อ.ต่อศักดิ์เป็นชื่อที่ล่องลอยมานานแล้ว ไม่ได้แปลกใจอะไร และเป็นที่คาดหมายของคนในสังคม แต่แน่นอนจะเป็นคำถามไปสู่นายกรัฐมนตรี  เพราะไม่ว่าใครจะเป็นผบ.ตร. นายกรัฐมนตรีก็ต้องตอบคำถามในการตัดสินใจว่า กระบวนการแบบไหนที่ใช้ในการเลือก บุคคลที่มีความเหมาะสมที่จะเป็นผบ.ตร. ซึ่งถ้าหากไม่มีคำตอบที่ชัดเจน นายกรัฐมนตรีคงต้องแบกรับกับความผิดหวัง ของพี่น้องประชาชน ของพี่น้องตำรวจต่อไป ดังนั้น กฎเกณฑ์ที่ดี จึงไม่ใช่แค่ว่าเลือกใคร แต่เพราะเหตุใดถึงต้องเลือกคนนั้น ซึ่งคิดว่า ส่วนตัวไม่เห็นผ่านผบ.ตร.คนนี้เลย

ทั้งนี้ ชื่อพล.ต.อ.ต่อศักดิ์เป็นผบ.ตร.ถือว่าไม่ผิดคาด ทุกคนก็คิดอยู่แล้วว่า ต้องประมาณนี้ แต่คำถามสำคัญคือการเลือก เลือกจากอะไร นายกรัฐมนตรีต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ ตามกฎหมายไม่ได้เรียงตามอาวุโสอยู่แล้ว และการเลือก ก็ให้อำนาจนายกฯเป็นคนเลือก และโยนชื่อเข้าไปที่ก.ตร. ซึ่งไม่ว่าอย่างไร นายกฯก็ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะนายกฯเป็นคนเลือกก่อน ซึ่งถ้าเข้าใจไม่ผิด ไม่มีการเสนอชื่อมากกว่า 1 คน และไม่มีการแข่งขันกัน คำถามคือเมื่อเลือกไปแล้วไม่ว่าชื่อไหนก็แล้วแต่ ก็เชื่อว่ามีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ปัญหาคือการเสนอชื่อใครก็แล้วแต่นายกฯคิดจากอะไร นี่คือสิ่งที่คิดว่า มีความสำคัญ นายกรัฐมนตรีจะต้องมีหลักเกณฑ์หรือไม่ในการที่จะเลือกบุคคลต่างๆ ไม่เช่นนั้นจะมีข้อที่จะทำลายความเชื่อมั่นของตำรวจ 

"เรื่องของอาวุโสแม้ในกฎหมายจะไม่ได้เขียนไว้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นที่คาดหวังของตำรวจจำนวนไม่น้อยหรือตำรวจที่มีความเชื่อว่า ควรจะเลือกจากหลักอาวุโส แต่ปัญหาคือเมื่อกฎหมายไม่ได้กำหนดแล้วนายกฯไม่ได้เอาหลักนั้นก็ควรจะมีคำตอบกับทุกฝ่าย ว่าอะไรคือหลักเกณฑ์เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีตั๋วช้าง จะไม่มีเรื่องของเส้นสาย เกิดขึ้นในวงการตำรวจ" รังสิมันต์กล่าว 

เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะเป็นตั๋วช้างหรือไม่ รังสิมันต์ กล่าวว่า คงต้องได้ถามนายกรัฐมนตรี ว่าสุดท้ายการเลือกผบ.ตร.เลือกอย่างไร เป็นตั๋วหรือไม่เป็นตั๋ว 

ส่วนที่นายกรัฐมนตรีเลือกวิธีการงดออกเสียงในการลงมติเพื่อแต่งตั้งผบ.ตร.นั้น รังสิมันต์ กล่าวว่า พูดยากว่าเป็นเรื่องปกติหรือไม่ เพราะเข้าใจว่านี่คือการเลือกผบ.ตร.คนแรกตามพ.ร.บ.ฉบับปัจจุบัน ถ้านายกฯงดออกเสียงก็คงเป็นสิทธิ แต่อาจจะมีคำอธิบายว่านายกฯได้เลือกไปแล้ว หมายถึงจิ้มเลือกว่าจะเอาชื่อใครแล้วโยนไปที่ก.ตร. ซึ่งการงดออกเสียงไม่ใช่เรื่องน่าเกลียดหรือผิดอะไร แต่อย่ามาบอกปฏิเสธว่า ไม่เกี่ยวเป็นการตัดสินใจของ ก.ตร.ฉะนั้น ถึงที่สุดการเลือกที่จะให้ใคร เป็นผู้ที่ถูกพิจารณาโดย ก.ตร. เป็นอำนาจนายกรัฐมนตรี

ส่วนจะมีเรื่องการเตะตัดขาเพื่อแย่งชิงตำแหน่ง ตามกระแสข่าวหรือไม่นั้น รังสิมันต์ กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าบรรยากาศการเลือกผบ.ตร.รอบนี้ ค่อนข้างตึงเครียด ไม่ว่าจะกรณีกำนันนก ซึ่งเชื่อว่าแรกเริ่มคงไม่เกี่ยวอะไรกับผบ.ตร. แต่พอต้องเลือกผบ.ตร. ก็อาจจะมีความเป็นไปได้ว่า อาจจะสาวไปถึงตำรวจที่เกี่ยวข้องในระดับสูง และในส่วนของคดีการพนันออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับตำรวจ ที่อาจจะสาวไปถึงตำรวจระดับสูง ก็เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ใกล้ๆกับการเลือกผบ.ตร. ดังนั้น จึงทำให้เป็นที่รู้สึกได้อยู่แล้วว่า การเลือกผบ.ตร.ครั้งนี้ค่อนข้างรุนแรง และมีวิธีการที่ไม่ใช่แค่พิจารณาจากโปรไฟล์แล้ว แต่อาจจะรวมไปถึงการใช้วิธีการที่เรียกว่า เตะตัดขากันก็ได้ แต่อย่างไรก็ตาม เตะตัดขา สำเร็จหรือไม่สำเร็จ ให้สังคมลองพิจารณา แต่ก็ต้องบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้โผอะไร เป็นเรื่องที่รับรู้รับทราบอยู่แล้ว

รังสิมันต์ ยังยืนยันว่า ในวันพรุ่งนี้ จะตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาเรื่องปัญหาในองค์กรตำรวจ และการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ซึ่งหวังว่า นายกรัฐมนตรีจะมาตอบ ทั้งนี้ ส่วนตัวได้ข่าวว่า นายกรัฐมนตรีต้องเดินทาง แต่องค์กรตำรวจ ซึ่งมีผู้ใต้บังคับบัญชานายกรัฐมนตรี 200,000 กว่าคนมีหน้าที่รักษาความปลอดภัยรักษา ความมั่นคงและในขณะที่ตำรวจร้อนเป็นไฟ คดีกำนันนกตำรวจตาย 2 คนและคดีเว็บพนันที่มีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งค่อนข้างชัดเจนว่า วันนี้รูปธรรมขององค์กรตำรวจมีความเกี่ยวข้องที่เชื่อมโยงกับธุรกิจที่ผิดกฎหมายรวมไปถึงมีความขัดแย้งในการแย่งชิงผบ.ตร. ดังนั้นคิดว่าถ้ามองจากสาระสำคัญในเรื่องของความขัดแย้งความเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ผิดกฎหมายของตำรวจ เรื่องตำรวจเป็นเรื่องใหญ่ที่นายกรัฐมนตรีจะเพิกเฉยไม่ได้เด็ดขาดและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ด้วยการตอบคำถาม มีรูปแบบวิธีการที่จะแก้ปัญหาตำรวจอย่างรวดเร็ว มีความจำเป็นอย่างมากที่ผู้ที่เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างเศรษฐา ทวีสิน ต้องดำเนินการและการตอบคำถามต่อสภาไม่ใช่การตอบคำถามตนเอง แต่เป็นการตอบคำถามสังคม ตอบคำถามประชาชน ดังนั้น จึงคิดว่าเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีจะให้คนอื่นทำแทนไม่ได้ เป็นเรื่องที่อยู่ใต้นายกฯโดยตรง ในขณะที่เรื่องบางเรื่องเข้าใจว่าเป็นเรื่องจำเป็นเช่นกันแต่มีคนสามารถทำแทนได้ จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีให้ความสัมพันธ์เรื่องตำรวจ โดยการมาตอบคำถามที่สภาในวันพรุ่งนี้

"กระทู้ถามสดด้วยวาจาในเรื่องนี้ แม้นายกรัฐมนตรีจะไม่เดินทางมาตอบคำถามในสภา แต่มองว่าการเดินทางของนายกรัฐมนตรีที่ต้องเดินทางไปกัมพูชานั้น รัฐมนตรีพลังงานก็สามารถเดินทางไปแทนได้ เพราะการเดินทางไปประเทศกัมพูชานั้นเกี่ยวข้องกับพลังงาน มีผู้ที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องที่เชื่อว่าน่าจะทำแทนได้แต่ คำถามคือตำรวจจะให้ใครทำแทนนี่คือสิ่งที่นายกรัฐมนตรีอย่างเศรษฐา ทวีสิน ที่เป็นมือใหม่ชอบพูดเสมอ ต้องเข้าใจว่าไม่มีคนอื่นแทนได้ในเรื่องงานตำรวจ" รังสิมันต์กล่าว

รังสิมันต์ กล่าวอีกว่า เมื่อมีการแต่งตั้งพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เป็นผบ.ตร. จึงต้องยิ่งตั้งคำถามตั้งกระทู้ต่อคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีว่าสุดท้ายการเลือกผบ. ตร เลือกจากอะไร นายกรัฐมนตรีเตรียมคำตอบมาจากบ้านเลยก็ได้ว่ามีหลักเกณฑ์ วิธีคิดอย่างไร

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์