จังหวัดพะเยาอ่วม! น้ำท่วมบ้านผาตั้ง–บ้านวังบง หลังฝนตกหนักจากพายุบัวลอย
จากอิทธิพลพายุ ‘บัวลอย’ ทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ทั่วไทย ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน – วันนี้ (30 ก.ย.2568) มีรายงานว่าในช่วงเช้าตรู่พื้นที่บ้านผาตั้ง และบ้านวังบง หมู่ 7 ต.ควร อ.ปง จ.พะเยา เกิดน้ำท่วมฉับพลัน หลังฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่เวลาประมาณตีสาม โดยข้อมูลจากเครื่องวัดปริมาณน้ำฝนของหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ระบุว่ามีปริมาณน้ำฝนสะสมเกินกว่า 200 มิลลิเมตร เข้าสู่ระดับเตือนภัยสูงสุด ทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำติดแม่น้ำควรได้รับผลกระทบ น้ำเริ่มไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร โดยชาวบ้านต้องเร่งเก็บสิ่งของขึ้นที่สูง รวมถึงเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงไปยังจุดปลอดภัย

ขณะที่เมื่อคืนที่ผ่านมา (29 ก.ย.) เกิดน้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนพื้นที่ทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะบ้านผาตั้ง หมู่ 6 และ บ้านใหม่สารภี หมู่ 11 ต.ขุนควร รวมถึงหลายหมู่บ้านใน เทศบาลตำบลงิม ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายสิบหลังคาเรือน ชาวบ้านต้องเร่งอพยพข้าวของและทรัพย์สินขึ้นสู่ที่สูงเพื่อความปลอดภัย

แม่ฮ่องสอน ฝนตกหนัก น้ำป่าหลากท่วม ‘อำเภอเมือง-แม่ลาน้อย-แม่สะเรียง’
ที่ จ.แม่ฮ่องสอน อิทธิพลของพายุ ‘บัวลอย’ ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 29-30 ก.ย. 68 มีปริมาณฝนตกหนัก และหนักมาก ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นเหตุทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน อำเภอแม่ลาน้อย และอำเภอแม่สะเรียง

เบื้องต้นมีประชาชนได้รับผลกระทบ 4 ครัวเรือน 22 คน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและไม่มีผู้เสียชีวิต โดย ศูนย์ ปภ.เขต 10 ลำปาง สนง.ปภ.จ. อำเภอ จนท.ตร. อปท. จิตอาสา อปพร. อาสาสมัคร มูลนิธิ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหาย และให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลาย ปริมาณน้ำฝน 24 ชม.อ.แม่สะเรียง 261.3 มม.

ฝนถล่มอุดรธานี น้ำท่วมฉับพลัน ‘หนองวัวซอ-กุมภวาปี-หนองหาน-กู่แก้ว’
จังหวัดอุดรธานี ยังเผชิญผลกระทบจากพายุ ‘บัวลอย’ ฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา (29 ก.ย.2568)ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ อำเภอหนองหาน อำเภอหนองวัวซอ อำเภอกู่แก้ว และอำเภอกุมภวาปี เส้นทาง บ้านท่าลี – บ้านเพ็ญ – กุมภวาปี ถนนถูกน้ำตัดขาด ไม่สามารถสัญจรได้ น้ำท่วมบริเวณ บ้านเหล่าหมากจันทร์ ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น


ปภ.รายงานพื้นที่ประสบอุทกภัย 11 จังหวัด ภาคเหนือ-กลาง-อีสาน
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย รายงานสถานการณ์อุทกภัยและน้ำไหลหลาก (30 กันยายน 2568) จากอิทธิพลพายุ ‘บัวลอย’ ทำให้เกิดฝนตกหนัก ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย. 68 – ปัจจุบัน มีสถานการณ์ อุทกภัยและน้ำไหลหลากในพื้นที่ 11 จังหวัด (แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ กำแพงเพชร พิษณุโลก หนองบัวลำภู มหาสารคาม สุรินทร์ นครราชสีมา เลย ปราจีนบุรี สระแก้ว) 13 อำเภอ 26 ตำบล 53 หมู่บ้าน เบื้องต้นประชาชนได้รับผลกระทบ 195 ครัวเรือน 722 คน
ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 8 จังหวัด (แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ กำแพงเพชร พิษณุโลก มหาสารคามสุรินทร์ นครราชสีมา ปราจีนบุรี)
กรมชลฯรายงานสถานการณ์น้ำ ปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา
กรมชลประทานรายงานสถานการณ์น้ำประจำวันที่ 30 กันยายน 2568 ได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 2,300 ลบ.ม./วินาที ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 29 กันยายน 2568 เพื่อรองรับปริมาณน้ำจากตอนบนที่ไหลมาสมทบและฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มการระบายน้ำนี้ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยเพิ่มสูงขึ้น
โดยเฉพาะในพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำ เช่น คลองโผงเผง จังหวัดอ่างทอง และอำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กรมชลประทานได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้เฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ และยกสิ่งของขึ้นที่สูง

สำหรับปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำที่อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ก.ย. 68) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ปริมาณน้ำเก็บกักอยู่ในเกณฑ์มากกว่าร้อยละ 80 จำนวน 17 อ่าง (ภูมิพล สิริกิติ์ แม่งัดสมบูรณ์ชล แม่กวงอุดมธารา แควน้อยบำรุงแดน แม่มอก ห้วยหลวง น้ำอูน จุฬาภรณ์ ลำปาว สิรินธร ศรีนครินทร์ วชิราลงกรณ ขุนด่านปราการชล บางพระ ประแสร์ และนฤบดินทรจินดา)
อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ปริมาณน้ำเก็บกักน้อยกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 30 ของความจุอ่างฯ จำนวน 1 อ่าง (คลองสียัด)
กรมอุตุฯ ประกาศ ฉ.14 พายุ ‘บัวลอย’ อ่อนกำลังลง ยังเฝ้าระวังฝนสะสม ‘ภาคเหนือ-อีสานตอนบน’
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง พายุ ‘บัวลอย’ และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยฉบับที่ 14 เมื่อเวลา 01.00 น. ของวันนี้ (30 กันยายน 2568) พายุดีเปรสชัน ‘บัวลอย’ (BUALOI) ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง บริเวณแขวงหลวงน้ำทา ประเทศลาวแล้ว
และเมื่อเวลา 04.00 น. หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณประเทศเมียนมาตอนบนและประเทศลาวตอนบน คาดว่าจะเคลื่อนตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศเมียนมาตอนบนและภาคเหนือตอนบนในวันนี้ (30 ก.ย. 68)
จากอิทธิพลของพายุ ‘บัวลอย’ ส่งผลให้ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านประเทศเมียนมาตอนบน และภาคเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง
ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่มและพื้นที่น้ำท่วมขัง
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตรบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 30 ก.ย. 68
ทั้งนี้ แม้พายุ ‘บัวลอย’ ได้อ่อนกำลังลงและสลายตัวไป แต่กลุ่มเมฆและฝนที่ยังคงหลงเหลือปกคลุมในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน ยังต้องระวังฝนที่ตกสะสม จะทำให้เริ่มมีน้ำไหลในลุ่มน้ำต่างๆ ในระยะ 1-2 วันนี้ หลังจากนั้นฝนจะเริ่มน้อยลง





