แก๊งคอลเซ็นเตอร์ พุ่งเป้าหลอกกลุ่มนักเรียน-นักศึกษา ตำรวจเชียงใหม่ขยายผลเร่งปราบปราม

31 ส.ค. 2568 - 11:05

  • หวั่นกลลวงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พุ่งเป้าหลอกกลุ่มนักเรียน-นักศึกษา

  • ตำรวจเชียงใหม่ขยายผลเร่งไล่ล่าปราบปราม

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ พุ่งเป้าหลอกกลุ่มนักเรียน-นักศึกษา ตำรวจเชียงใหม่ขยายผลเร่งปราบปราม

ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กลุ่มมิจฉาชีพที่ทำการหลอกลวงประชาชนคนไทย ยังเป็นเรื่องที่น่ากังวล และยังไม่สามารถปราบปรามได้ 100% เนื่องจากกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้จะมีฐานที่มั่น และผู้สั่งการรายใหญ่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งกัมพูชา เมียนมา ลาว เวียดนาม แม้จะมีความพยายามปราบปราม แต่กลุ่มมิจฉาชีพก็จะมีการย้ายจุดบัญชาการไปเรื่อย

ปัจจุบันพบว่าหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้ความสนใจคือ กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ซึ่งแม้ว่าจะได้จำนวนเงินไม่มากต่อคน แต่อาศัยความเป็นไปได้ที่จะสามารถหลอกลวงได้สำคัญ เนื่องจากกลุ่มนักเรียน นักศึกษาหลายคนไม่ได้อาศัยอยู่กับครอบครัว หลายฝ่ายจึงมีความเป็นห่วงว่าแก๊งมิจฉาชีพจะหลอกคนกลุ่มนี้มากขึ้น และหากแย่กว่านั้นอาจจะมีการหลอกให้ออกจากพื้นที่ปลอดภัยและอาจจะนำไปสู่การลักพาตัวได้

Call-center-gang-targets-students-Chiang Mai-police-expand-crackdown-SPACEBAR-Photo05.jpg

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พูดคุยกับผู้เสียหายรายหนึ่ง เป็นนักเรียนชั้น ม.5 วัย 17 ปี ให้ข้อมูลว่า กลุ่มมิจฉาชีพได้เริ่มติดต่อมาทางโทรศัพท์มือถือ และได้มีการอ้างว่า ตัวของผู้เสียหายไปพัวพันกับคดีเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในเรื่องการฟอกเงิน และอ้างว่าติดต่อมาจาก DSI  ตอนแรกก็ไม่ได้ปักใจเชื่อก็มีการถามข้อมูลต่างๆ ทำให้กลุ่มมิจฉาชีพวางสายไป 

ต่อมากลุ่มมิจฉาชีพมีการติดต่อกลับมาด้วยเบอร์โทรศัพท์อีกเบอร์หนึ่ง ก็ยังอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จาก DSI ซึ่งในครั้งนี้เปลี่ยนคนและใช้น้ำเสียงจริงจังมากขึ้น และให้ทำการแอดไลน์ ที่ใช้ชื่อว่า ‘กรมสอบสวนคดีพิเศษ’ หลังจากนั้นมีการวีดิโอคอลมีคนแต่งเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ภาพพื้นหลังเป็นสำนักงานของเจ้าหน้าที่  คุยไปคุยมาเริ่มมีการข่มขู่ด้วยข้อมูลของเด็กและครอบครัว ซึ่งเป็นข้อมูลที่ถูกต้องทั้งหมด ทำให้เริ่มรู้สึกกลัวว่าจะเป็นเรื่องจริง

ที่สำคัญกลุ่มของมิจฉาชีพไม่ยอมให้วางสาย แถมให้แชร์หน้าจอตลอดเวลาเพื่อป้องกันการขอความช่วยเหลือ และขู่ว่าหากวางสายจะเป็นการหลบหนีคดี และจะทำให้ส่งผลต่อพ่อแม่ผู้ปกครอง และระหว่างนั้นก็ให้ทำการโอนเงินโดยอ้างว่าเป็นการตรวจสอบ ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและวิดีโอคอลหลายชั่วโมงติดต่อกัน ผู้เสียหายจึงตัดสินใจโอนเงินไปจำนวน 2,619 บาท ก่อนจะตัดสินใจหาจังหวะใช้มือถืออีกเครื่องแอบส่งข้อความบอกผู้ปกครองที่อยู่ต่างจังหวัด เพราะกลุ่มมิจฉาชีพเริ่มพยายามให้ผู้เสียหายออกจากที่พักไปด้านนอก โชคดีที่ผู้เสียหายไม่ยอมทำตาม

Call-center-gang-targets-students-Chiang Mai-police-expand-crackdown-SPACEBAR-Photo04.jpg

ผู้ปกครองของผู้เสียหาย ให้ข้อมูลว่า ลูกชายเดินทางมาเรียนที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งผู้ปกครองอยู่ต่างจังหวัด เมื่อลูกชายส่งข้อความมาบอกก็ได้มีการปรึกษากับครูเพื่อไม่ให้เด็กออกจากพื้นที่ปลอดภัย และได้รีบเดินทางมาหาลูกชายในทันที

“สิ่งที่เป็นข้อสงสัยคือทำไมกลุ่มมิจฉาชีพถึงทราบข้อมูลของครอบครัวอย่างครบถ้วน โดยทราบว่าทั้งพ่อและแม่ทำงานอะไร และทราบเลขที่บัญชีของเด็กด้วย ทั้งที่บัญชีนี้ไม่ได้ใช้งาน เป็นเพียงบัญชีที่ทางโรงเรียนให้ไว้เพื่อให้เด็กรักการออมเงิน แต่ก็ไม่ใช่เป็นบัญชีหลัก และในบัญชีนั้นไม่มีเงินอยู่ ซึ่งตอนนี้ได้มีการแจ้งความดำเนินคดี และอายัดบัญชีตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว”

ผู้ปกครองของผู้เสียหาย บอกด้วยว่า ไม่อยากจะให้เกิดเหตุการณ์นี้กับครอบครัวใครอีก เป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก เนื่องจากลูกชายก็มีภูมิคุ้มกันเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ในระดับหนึ่ง แต่กลุ่มวิชาชีพก็มีจิตวิทยา มีการอ้างหน่วยงานของภาครัฐ รวมถึงมีข้อมูลของครอบครัวครบถ้วนในหลายเรื่อง ทำให้ลูกชายต้องโอนเงินตามคำขู่ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่ยังโชคดีที่ลูกชายไม่ตัดสินใจทำตามคำขู่ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์โดยการออกจากพื้นที่ปลอดภัย

Call-center-gang-targets-students-Chiang Mai-police-expand-crackdown-SPACEBAR-Photo01.jpg

พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 (ผบก.สอท.4 ) กล่าวว่า กลุ่มนักเรียน นักศึกษานับว่าเป็นกลุ่มเปราะบางและกลุ่มเป็นกลุ่มที่ใช้โซเซียลจำนวนมาก ดังนั้นต้องมีการสร้างองค์ความรู้ในการป้องกันตัวเองจากมิจฉาชีพและต้องมีการบอกต่อในกลุ่มเพื่อนฝูงหรือนักเรียนโรงเรียนอื่นๆ ได้ทราบถึงวิธีการรับมือ ในขณะเดียวกันก็มีการสร้างความรู้และภูมิคุ้มกันเกี่ยวกับการป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพให้กับประชาชนกลุ่มอื่นๆด้วย  สิ่งสำคัญคือต้องมีการสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนในภาพรวม

สิ่งที่เราต้องมีคือ สติ ในการที่จะป้องกันภัยจากมิจฉาชีพ ให้ท่องไว้เสมอว่า “ไม่รีบเชื่อและไม่โอน” เมื่อมีใครสักคนอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและบอกให้โอนเงินเพื่อไปตรวจสอบ ขอยืนยันว่าไม่มี ถ้ามีคนติดต่อให้ทำแบบนี้ก็หมายความว่าคือมิจฉาชีพ 100% และเวลาเกิดเหตุขึ้นมาอย่าอยู่ตามลำพัง อย่าเก็บไว้คนเดียวบอกผู้ปกครองบอกคนรอบข้าง แจ้งตำรวจไซเบอร์ สามารถโทรหมายเลข 1441 เมื่อถูกวิชาชีพหลอกลวงและตอนนี้จังหวัดเชียงใหม่ก็มีที่ทำการกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 ที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เปิดให้บริการประชาชนตลอด 24 ชั่วโมงสามารถเข้าไปแจ้งหรือเข้าไปปรึกษาได้

Call-center-gang-targets-students-Chiang Mai-police-expand-crackdown-SPACEBAR-Photo03.jpg

“อย่างไรก็ตามพฤติการณ์ของกลุ่มมิจฉาชีพคือใช้การหลอกโดยอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หลอกให้เหยื่อเกิดความกลัว เมื่อเหยื่อเกิดความกลัวก็พยายามที่จะทำให้เหยื่อปลีกตัวออกจากคนอื่นให้อยู่ตามลำพัง หลังจากนั้นก็ใช้กลุ่มขบวนการแต่ละทีมสร้างความน่าเชื่อถือให้เข้าใจว่ากลุ่มมิจฉาชีพเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจริง ต่อมาเมื่อเหยื่อตกใจก็ไม่ทันยั้งคิด หลังจากนั้นก็มีการหลอกกดดันต่อเนื่อง จนได้ทรัพย์สินตามที่กลุ่มมิจฉาชีพต้องการ ดังนั้นประชาชนต้องระมัดระวังสิ่งเหล่านี้เป็นพิเศษ” พล.ต.ต.กฤตัชญ์ กล่าว

ขณะที่ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5  (ผบช.ภ.5) เปิดเผยว่า กลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์มักจะมีการเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเหยื่ออยู่ตลอด ในส่วนของกลุ่มนักเรียนนักศึกษา จะมีการสร้างเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตของกลุ่มคนเหล่านี้มาใช้เป็นอุบายในการหลอกลวง ซึ่งจะเป็นอุบายที่แตกต่างกับกลุ่มอื่นๆ ซึ่งกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ก็จะหาเรื่องราวใหม่ๆ มาหลอกลวงอยู่เสมอ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้นิ่งนอนใจมีการพยายามติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี รวมถึงขยายผลจากลูกน้องสู่ระดับหัวหน้า

Call-center-gang-targets-students-Chiang Mai-police-expand-crackdown-SPACEBAR-Photo02.jpg

“ปัจจุบันนี้กลุ่มมิจฉาชีพก็มีความพยายามที่จะตัดเส้นทางการเงินให้ไวขึ้น โดยจะมีการจ้างกลุ่มคนไทยมากดเงินที่หน้าตู้ ATM หลังจากนั้นก็จะมีการขนเงินสดออกนอกประเทศทำให้การติดตามเส้นทางการเงินยากมากยิ่งขึ้น รวมถึงมีการผันตัวจากบัญชีม้ามาเป็นคนคุมบัญชีม้า ซึ่งจะมีหน้าที่ในการหาคนมาเปิดบัญชีม้าให้กับกลุ่มมิจฉาชีพ ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็กำลังดำเนินการติดตามและไล่จับกลุ่มอย่างต่อเนื่อง” ผบช.ภ.5 กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์