‘ชาดา’ ตีกลับจังหวัดไปทำ ‘บัญชีผู้มีอิทธิพล’ มาใหม่ หลังส่งแต่ชื่อ-ไม่ระบุพฤติการณ์

4 ต.ค. 2566 - 09:00

  • ‘ชาดา’ ตีกลับให้แต่ละจังหวัด-หน่วยงานเกี่ยวข้อง ไปทำ ‘บัญชีผู้มีอิทธิพล’ มาใหม่ หลังส่งแต่ชื่อ

  • แจงให้ใส่พฤติการณ์ความผิดลงไปด้วย ขีดเส้น 15 วัน ส่งกลับ

  • เล็งใส่เพิ่ม ‘เจ้าหน้าที่รัฐ’ มีเอี่ยวจาก ‘16 มูลฐานความผิด’

  • พร้อมโชว์เบอร์ เปิดให้ประชาชนแจ้งเบาะแส ยันคุ้มครองเต็มที่-ความลับไม่รั่วไหล ไม่หวั่นเจองานหิน

SPACEBAR_Hero_b0017ce3d1.jpg

(3 ต.ค. 2566) ชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล เปิดเผยว่า ในการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีอิทธิพล ที่รวบรวมได้ล่าสุด ประมาณ 700-800 รายชื่อนั้น ได้สั่งการให้แต่ละจังหวัด และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ไปจัดทำข้อมูลมาใหม่ และส่งกลับมาภายใน 15 วัน  

“ไม่ใช่มีมาแต่ชื่อ แต่ต้องมีการระบุพฤติการณ์ด้วยว่า มีการกระทำผิดอย่างไร มีความทับซ้อนหรือไม่ ตรงไหนที่หายไป ซึ่งคณะทำงานจะดำเนินการด้วยระบบข้อมูลที่ชัดเจนก่อน นอกจากนี้ จะมีการเพิ่มมูลฐานความผิดจาก 16 ข้อ คือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ให้การสนับสนุนผู้มีอิทธิพลด้วย” ชาดา กล่าว  

ขณะเดียวกัน จะมีการตั้งคณะอนุกรรมการชุดย่อยขึ้นมา มีอำนาจเท่าคณะกรรมการชุดใหญ่ และดำเนินการในหลายๆ เรื่อง แต่จะต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการชุดใหญ่ 

“ไม่ใช่ว่าส่งแต่ชื่อมา พฤติกรรมไม่มา มันไม่ได้ เพราะเราลงไปทำงานไม่ได้ ตรวจสอบเฉพาะความผิดทางกฎหมาย ทางกรมสรรพากร จะลงไปตรวจสอบด้วย ลงไปตรวจสอบว่า เงินทองคุณเอามาได้อย่างไร เป็นการทำงานบูรณาการทุกกระทรวง” ชาดา กล่าว 

เมื่อถามว่า 700-800 รายชื่อผู้มีอิทธิพล เจอจังหวัดใดเยอะเป็นพิเศษ ชาดา กล่าวว่า ด้วยข้อกฎหมาย ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ถึงเวลาก็จะรู้ ไม่ต้องห่วง ส่วนกรณีการจัดทำบัญชีผู้มีอิทธิพล ที่พบว่ามีจำนวน 100 รายชื่อ จัดอยู่ในกลุ่มสีแดงนั้น รมช.มหาดไทย ชี้แจงว่า ยังไม่ได้พูดคุย ขณะนี้ได้มอบให้ไปทำข้อมูลมาใหม่ โดยจะมีข้อมูลเพิ่มเติมจากฝ่ายต่างๆ เข้ามาด้วย เพื่อให้ข้อมูลเกิดความชัดเจนที่สุด ทั้งนี้ หลังจากที่เราทราบแล้ว ว่าใครเป็นผู้มีอิทธิพลบ้าง ก็จะตรวจสอบโดยหลายๆ หน่วยงานต่อไป  

“ก็บอกผ่านไปไว้เลยว่า อยู่ไม่สุขสบายแน่ เราจะตรวจสอบโดยทุกหน่วยงาน แต่ต้องเข้าใจว่าใน 16 มูลฐานความผิด มีเจ้าหน้าที่ของรัฐตามจับอยู่แล้ว แต่บางคนอาจจะยังดำเนินการไม่ได้ ยังไม่มีหลักฐาน หรือยังจับกุมไม่ได้ เราก็จะใช้ระบบตรวจสอบอย่างอื่นเข้าไป และถ้าหากพบเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนกระทำผิด ก็ไม่ต้องห่วง ไปหมด” ชาดา กล่าว  

นอกจากนี้ จะขอข้อมูลจากประชาชนด้วย โดยสามารถแจ้งเบาะแสเข้ามาได้ที่เบอร์ 0888878888 พร้อมยืนยันว่า “ความลับของท่านจะไม่รั่วไหล เป็นการโดยตรงจากผม ท่านแจ้งมา รับรองเราคุ้มครองพยาน คุ้มครองข้อมูล ขอให้เป็นข้อมูลชัดเจน” รวมทั้งยังกล่าวติดตลกว่า “แต่ขอร้องโรคจิตอย่าโทรมาเบอร์นี้ ถ้ามาเบอร์นี้ เดี๋ยวจะให้ดีเอสไอ (กรมสอบสวนคดีพิเศษ: DSI) ตาม” 

เมื่อถามว่า จากข้อมูลที่ส่งมา เบื้องต้นถือเป็นงานหินหรือไม่ ในการปราบปรามทั่วประเทศ ชาดา กล่าวว่า “ถามว่างานหินมั้ย ต้องอย่าลืมว่าเขาอยู่กันมานาน ผมไม่ใช่เทวดาที่จะไปเสกได้เลย แต่ผมทำได้ ไอเรื่องหิน ไม่หิน ไม่กลัว ขอเพียงแต่ทำงาน เพราะได้รับคำสั่งจาก มท.1 มาแล้ว”  

เมื่อถามว่าเริ่มเจอตอที่รู้สึกว่าทำให้งานยากขึ้นแล้วหรือไม่ ชาดา กล่าวว่า “ไม่เจอหรอก ไม่มีตอ” พร้อมกล่าวติดตลกว่า “เราไม่ได้ทำแบบน้ำขึ้นน้ำลง ไม่มีเจอตอแน่นอน”

SPACEBAR_Photo_V01_25bc7fb7be.jpg

เข้าไปแล้วหนาว! ‘ชาดา’ เล็งลงพื้นที่เคลียร์ปมปัญหา ‘วัดบางคลาน’ เร็วๆนี้ ยึดความต้องการ ‘ชาวบ้าน-วัด’ หาจุดร่วม ‘ถอยคนละก้าว’ ขู่ใครอยู่เบื้องหลัง-สร้างปัญหา ถ้าคุยไม่รู้เรื่อง อย่าว่ากัน ยันรู้ ‘มือมืด’ มานานแล้ว มีข้อมูลหมด 

(3 ต.ค. 2566) ชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีความขัดแย้งของวัดบางคลาน จ.พิจิตร ว่า กำลังเก็บข้อมูลอยู่ คงจะต้องลงพื้นที่ไปเก็บข้อมูลเร็วๆ นี้ และขอเรียนว่า อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้กำชับให้ดำเนินการเรื่องนี้  

“แต่ผมจะไม่เข้าไปส่งเดช เพราะเข้าไปแล้วหนาว ใครอยู่เบื้องหลัง ใครสร้างปัญหา ถ้าพูดคุยกันไม่รู้เรื่อง ก็ว่ากันไม่ได้ ซึ่งในส่วนของคณะสงฆ์ มีกฎหมายปกครองอยู่แล้ว ขณะที่ประชาชนก็ว่ากัน พอใจ ไม่พอใจอย่างไร” ชาดา กล่าว  

รมช.มหาดไทย กล่าวอีกว่า ทุกอย่างถ้าไม่มีนายทุน ปัญหาไม่เกิด เพราะถ้ามีนายทุน มีผู้อยู่เบื้องหลัง ปัญหาจะยืดเยื้อ ทั้งนี้ ตนเองก็คุยกับผู้อยู่เบื้องหลังก่อน ถ้ามีการสร้างปัญหา แล้วให้ชาวบ้านเลือกเอา ใครจะมาเป็นไวยาวัจกรณ์ ต้องมีระบบไปพูดคุยทำความเข้าใจ 

“ผมขอเรียนว่า จะปิดวัดอยู่อย่างนี้ตลอดไม่ได้ วันนี้มี พุทธศาสนิกชนอยากเข้าไปกราบไหว้หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ที่เป็นที่เคารพนับถือของคนไทยทั่วประเทศ แต่เข้าไปกราบไหว้ไม่ได้ มันอยู่อย่างนี้ไม่ได้ มันต้องมีข้อตกลง มีจุดร่วมที่เอามาคุยกัน แล้วถอยคนละก้าว ใครจะข่มขู่ใคร ผมไม่ทราบ เราต้องมองในเจตนาดีก่อน ตอนนี้ สองฝ่ายความต้องการไม่ตรงกัน ทำอย่างไรให้ตรงกันและจบ ความต้องการชาวบ้านกับวัด ว่ามา ต้องคุยกัน แต่ไม่ใช่ความต้องการนายทุน ความต้องการนายทุนผมไม่สน คนที่ไม่เกี่ยวข้องต้องถอยไป ต้องอยู่แบบ บ.ว.ร. (บ้าน วัด โรงเรียน) ร่วมกัน ถ้าเป็นเขตอิสลามก็บ้าน โรงเรียน มัสยิด มาร่วมกัน ดังนั้น วันนี้วัดปิดไม่ได้ เชื่อว่ามีคนไทยหลายคนเจ็บปวดที่อยากไปไหว้พระ ทางคณะสงฆ์ก็อึดอัดใจพอสมควรกับเรื่องที่เกิดขึ้น” ชาดา กล่าว 

เมื่อถามว่าได้คุยกับ กิตตศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) แล้วหรือไม่ ชาดา กล่าวว่า ต้องคุยทุกส่วน ขอย้ำว่าเราจะทำตามความต้องการของชาวบ้านและวัด  

“แต่เราไม่ทำตามความต้องการของนายทุน ผู้อยู่เบื้องหลัง หรือมีส่วนได้เสีย เราไม่คุย เราจัดการเลย ฝากบอกด้วย” ชาดา กล่าว  

เมื่อถามว่ารู้ตัวผู้อยู่เบื้องหลังแล้วหรือไม่ ชาดา กล่าวว่า “รู้มานานแล้ว ข้อมูลมีหมดแล้ว นายอนุทิน หัวหน้าผมสั่งไว้ว่า สั่งงานวันนี้ ต้องเสร็จเมื่อวาน”

SPACEBAR_Photo01_4fd801b009.jpg
(3 ต.ค. 2566) พระครูพิสุทธิวรากร เจ้าอาวาสวัดบางคลาน จ.พิจิตร แถลงมอบอำนาจ ปปป.-ป.ป.ท. บริหารจัดการแก้ปมปัญหาขัดแย้ง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์