สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง ระหว่างวันที่ 1 - 4 ก.พ. เนื่องจากสภาพอากาศปิด ล่าสุด ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ขอความร่วมมือภาคเอกชนให้พนักงาน WFH ในช่วงที่มีฝุ่นรุนแรง
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ว่า สถานการณ์ PM2.5 ในช่วงนี้ (1 - 4 ก.พ. 66) มีฝุ่นรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศที่ปิด รวมถึงมีการเผาชีวมวล และหลังจากวันที่ 5 ก.พ. 66 สถานการณ์จะบรรเทาลงถึงดีขึ้น เนื่องจากลมอาจมีการเปลี่ยนทิศ
ย้ำว่า กทม. ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้กำชับให้มีการตรวจหาต้นต่อฝุ่นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกำชับให้มีการปรับปรุง การพยากรณ์ฝุ่น ให้มีความแม่นยำมากขึ้น เพราะส่งผลต่อการเตือนภัยประชาชน และการประสานงานขอความร่วมมือจากพื้นที่รอบนอกเรื่องการเผาชีวมวล
ส่วนแนวทางการรับมือกับฝุ่น PM2.5 ในช่วง 2-3 วันนี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้ขอความร่วมมือในการทำงานแบบ Work from Home เพื่อลดการเดินทาง โดยเราได้ประกาศของความร่วมมือบนช่องทางการสื่อสารของ กทม. และมีเครือข่ายติดต่อกับบริษัทต่างๆ เพื่อขอความร่วมมือด้วย โดยตอนนี้มีบริษัทที่ให้ความร่วมมือทำงานแบบ Work from Home จำนวน 33 บริษัท อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปัจจุบันยังไม่รุนแรงถึงขั้นต้องประกาศปิดโรงเรียน
ส่วนการป้องกันผลกระทบจากฝุ่น สำนักอนามัย ได้แจกหน้ากากอนามัย แก่กลุ่มเปราะบางไปแล้วกว่าล้านชิ้น รวมถึง สำนักการแพทย์ ได้เปิดคลินิกฝุ่น (คลินิกมลพิษทางอากาศ) ในโรงพยาบาล 5 แห่ง (โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ และโรงพยาบาลสิรินธร) และมีหน่วยงานลงตรวจต้นตอฝุ่นอยู่ตลอด
สุดท้ายแล้ว การลดต้นตอฝุ่นบางเรื่องเป็นเรื่องที่ต้องขอความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เพราะมีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น รถยนต์ใน กทม. หรือขนส่งมวลชน หากจะเปลี่ยนเป็นการใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV (Electric Vehicle) กทม.อาจมีส่วนเพียงการสนับสนุนในระดับหนึ่ง ซึ่งอาจไม่สามารถทำได้ในระยะสั้น แต่เป็นการวางแผนในระยะยาว ทั้งนี้ ในด้านการวิจัย เราจะต้องรู้ให้ชัดว่าต้นตอของฝุ่นนั้นมีองค์ประกอบจากอะไรเป็นหลัก เพื่อให้แก้ไขได้อย่างตรงจุด ในส่วนนี้นักสืบฝุ่นได้พยายามวิเคราะห์หาคำตอบ ซึ่ง กทม.ได้หารือกับกรมควบคุมมลพิษ ในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ว่า สถานการณ์ PM2.5 ในช่วงนี้ (1 - 4 ก.พ. 66) มีฝุ่นรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศที่ปิด รวมถึงมีการเผาชีวมวล และหลังจากวันที่ 5 ก.พ. 66 สถานการณ์จะบรรเทาลงถึงดีขึ้น เนื่องจากลมอาจมีการเปลี่ยนทิศ
ย้ำว่า กทม. ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้กำชับให้มีการตรวจหาต้นต่อฝุ่นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกำชับให้มีการปรับปรุง การพยากรณ์ฝุ่น ให้มีความแม่นยำมากขึ้น เพราะส่งผลต่อการเตือนภัยประชาชน และการประสานงานขอความร่วมมือจากพื้นที่รอบนอกเรื่องการเผาชีวมวล
ส่วนแนวทางการรับมือกับฝุ่น PM2.5 ในช่วง 2-3 วันนี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้ขอความร่วมมือในการทำงานแบบ Work from Home เพื่อลดการเดินทาง โดยเราได้ประกาศของความร่วมมือบนช่องทางการสื่อสารของ กทม. และมีเครือข่ายติดต่อกับบริษัทต่างๆ เพื่อขอความร่วมมือด้วย โดยตอนนี้มีบริษัทที่ให้ความร่วมมือทำงานแบบ Work from Home จำนวน 33 บริษัท อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปัจจุบันยังไม่รุนแรงถึงขั้นต้องประกาศปิดโรงเรียน
ส่วนการป้องกันผลกระทบจากฝุ่น สำนักอนามัย ได้แจกหน้ากากอนามัย แก่กลุ่มเปราะบางไปแล้วกว่าล้านชิ้น รวมถึง สำนักการแพทย์ ได้เปิดคลินิกฝุ่น (คลินิกมลพิษทางอากาศ) ในโรงพยาบาล 5 แห่ง (โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ และโรงพยาบาลสิรินธร) และมีหน่วยงานลงตรวจต้นตอฝุ่นอยู่ตลอด
สุดท้ายแล้ว การลดต้นตอฝุ่นบางเรื่องเป็นเรื่องที่ต้องขอความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เพราะมีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น รถยนต์ใน กทม. หรือขนส่งมวลชน หากจะเปลี่ยนเป็นการใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV (Electric Vehicle) กทม.อาจมีส่วนเพียงการสนับสนุนในระดับหนึ่ง ซึ่งอาจไม่สามารถทำได้ในระยะสั้น แต่เป็นการวางแผนในระยะยาว ทั้งนี้ ในด้านการวิจัย เราจะต้องรู้ให้ชัดว่าต้นตอของฝุ่นนั้นมีองค์ประกอบจากอะไรเป็นหลัก เพื่อให้แก้ไขได้อย่างตรงจุด ในส่วนนี้นักสืบฝุ่นได้พยายามวิเคราะห์หาคำตอบ ซึ่ง กทม.ได้หารือกับกรมควบคุมมลพิษ ในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง



