‘ชัชชาติ’ เผย รอผลสอบสวนผู้ก่อเหตุแทงเพื่อนเป็น 'เด็กพิเศษ' หรือไม่

29 ม.ค. 2567 - 15:48

  • 'ชัชชาติ' เผยให้รอยืนยันอีกที หลังข้อมูลชี้ นักเรียนผู้ก่อเหตุ 'ไม่ใช่เด็กพิเศษ'

  • กำชับเข้มมาตรการความปลอดภัยในโรงเรียน สังกัด กทม.

Chatchat_a_student_who_was_stabbed_to_death_by_a_knife_friend_SPACEBAR_Hero_e0ac0eaf41.jpg

29 มกราคม 2567 'ชัชชาติ สิทธิพันธุ์' ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงกรณีเหตุนักเรียนถูกทำร้ายร่างกาย ณ โรงเรียนย่านพัฒนาการ 26 ว่า จากหลักฐานที่มี เด็กนักเรียนผู้ก่อเหตุไม่ใช่เป็นเด็กพิเศษ ไม่ได้เป็นเข้าชั้นเรียนเด็กพิเศษ ส่วนที่บอกว่าเขาเด็กพิเศษอาจจะเป็นการสังเกต เรื่องนี้ต้องระวังเพราะมีเด็กพิเศษอยู่ในโรงเรียนกทม.หลายคน เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าทุกคนกลัวเด็กพิเศษไปหมด เด็กพิเศษมีหลายรูปแบบอย่าเอาเรื่องนี้เป็นประเด็น รอเรื่องการสืบสวนให้ชัดเจนก่อน ว่าปัญหาเป็นอย่างไร รวมถึงเรื่องการบูลลี่ด้วย  

สำหรับมาตรการความปลอดภัย จริงๆ แล้วคือเรื่องนี้คงต้องระวังพิเศษโดยเฉพาะเรื่องการเอาอย่างกัน เรียนแบบกัน เรื่องแรก เรื่องการตรวจอาวุธต้องเข้มข้นขึ้น ตรวจตั้งแต่ก่อนเข้าโรงเรียน รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่ในโรงเรียนก็ต้องระวังด้วย อย่าง กรรไกร - มีดทําครัวที่อยู่ในโรงเรียน อาจต้องมีการเก็บให้เป็นระเบียบมากขึ้น ที่ผ่านมาก็มีการตรวจอยู่ แต่อาจจะไม่ได้ 100 เปอร์เซนต์ทุกวัน เพราะว่าเกี่ยวกับเรื่องของเวลา เรื่องของสิทธิของนักเรียนด้วย ผู้ปกครองก็อาจจะมาช่วยกันดูด้วย เพราะบางทีเป็นนักเรียนหญิงก็ต้องระวังเหมือนกัน 

เรื่องที่ 2 คือการหาข้อมูลให้ชัดเจน เช่น ถ้าเกิดเหตุหรือเด็กสังเกตเห็นพฤติกรรมต่างๆ ทํายังไงที่ให้เด็กกล่าวมาบอก หรือครูแนะแนว ครูโฮมครู สามารถสังเกตพฤติกรรมที่ผิดปกติได้เพื่อป้องกันเหตุ ต้องสร้างบรรยากาศที่เด็กสามารถกล้ามาบอกเรื่องราวต่างๆ รวมถึงผู้ปกครองเองก็อาจจะมีส่วนสังเกต หรือเด็กมาเล่าให้ฟังเพราะว่าจะได้ช่วยกันแก้ปัญหา ความร่วมมือจากทุกส่วนเป็นเรื่องที่สําคัญ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ที่ต้องเน้นต่อไป 

เรื่องที่ 3 อาจจะเป็นเรื่องการเสริมสร้างหลักสูตรให้เด็กด้านเรื่องจิตใจ ไม่เน้นเรื่องวิชาการอย่างเดียว แต่เรื่องการจัดดูแลเรื่องความรู้สึกเรื่องจิตใจเรื่องการบอกปัญหาต่างๆ ให้ครูช่วยรับฟัง รวมทั้งบริบทต่างๆ ของชุมชนพื้นที่ด้วย  

อย่างโรงเรียนนี้อาจจะมีปัญหาเรื่องมีเยาวชนจากด้านนอก มีพฤติกรรมที่เกเรนิดหน่อย ซึ่งนี่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาก่อนแล้วผู้ปกครองให้ความเห็นที่น่าสนใจ บอกว่าจริงๆ แล้วไม่อยากให้เด็กแต่งชุดไปรเวท เพราะว่าเด็กที่มาโรงเรียน ไม่สามารถแยกเกเรที่อยู่นอกโรงเรียน กับเด็กที่แต่งตัวโรงเรียนได้ ซึ่งน่าสนใจก็เป็นมิติหนึ่ง ซึ่งอาจจะไม่ใช่มิติเรื่องสิทธิภาพของเด็ก แต่เป็นเรื่องบริบทโดยรอบ และเรื่องความปลอดภัยของเด็ก ซึ่งอันนี้ก็ต้องให้ไปประเมินว่าจะมีผลเรื่องความปลอดภัยหรือไม่  

อีกวิธีคือร่วมมือกันระหว่างคุณครูกับผู้ปกครอง ถ้าผู้ปกตรองเป็นเนื้อเดียวกับโรงเรียน มีความร่วมมือกับเขต กับตํารวจจ ร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวกันปัญหาต่างๆ ก็น่าจะแก้ปัญหาได้อย่างดีขึ้น ไม่ใช่ว่าต่างคนต่างแก้ กทม.เองรับผิดชอบเรื่องกายภาพ ไฟฟ้าส่องสว่าง ทางเดิน กล้อง CCTV ให้มีความพร้อม เขตต้องลงพื้นที่ที่มีการมั่วสุมนอกโรงเรียน 

ทั้งนึ้ กทม.ต้องถอดบทเรียนเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา ซึ่งมี 2 ส่วน คือ ที่มาของอาวุธ เอาเข้ามาโรงเรียนได้อย่างไร อันนี้คงต้องปัองกันตรงนี้ และเรื่องพฤติกรรมจะแยกพฤติกรรมนี้ออกมาได้อย่างไร จะดูแลเด็กที่อาจจะมีพฤติกรรมที่ได้รับการบําบัดหรือว่าทําให้ดีขึ้นอย่างไร ซึ่งอันนี้คงต้องมีการสร้างความไว้วางใจ ให้กับเด็กที่เขากล้ามาเล่าให้ฟัง สื่อสารด้วยความรวดเร็ว สะดวก และไม่กังวล 

"สุดท้ายแล้วก็ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครอง ต้องบอกว่าเป็นรับชอบผู้ว่าราชการกรุงเทพโดยตรง ต้องออกนโยบายออกการปฏิบัติ ผอ.โรงเรียนก็ต้องเป็นผู้ที่ช่วยกันปฏิบัติให้แต่เราต้องสนับสนุนทุกอย่างเพื่อสร้างความมั่นใจแก่เด็กนักเรียนและผู้ปกครอง" ชัชชาติ กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์