หลังประกาศอย่างเป็นทางการว่าประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝน ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยายังคงเฝ้าระวังภัยธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกรณีฝนตกหนักถึงหนักมาก และปริมาณฝนสะสมช่วงสัปดาห์นี้
โดยล่าสุด ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน ฉบับที่ 3 (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 14–18 พฤษภาคม 2569) ความว่า
ในช่วงวันที่ 14–18 พ.ค. 69 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้
ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย
ทั้งนี้ เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่าง จะเคลื่อนขึ้นไปปกคลุมบริเวณอ่าวเบงกอลตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะเริ่มมีกำลังแรงขึ้น โดยในช่วงวันที่ 15–18 พ.ค. 69 ทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2–3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าวนี้ไว้ด้วย
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

พื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมีดังนี้
ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร ตาก
ภาคอีสาน: เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี นครพนม ชัยภูมิ และนครราชสีมา
ภาคกลาง: กาญจนบุรี ราชบุรี
ภาคตะวันออก: นครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด
ภาคใต้: ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า (วันที่ 14 พ.ค. 2569)
ภาคใต้
มีฝนตกหนักบางแห่งโดยเฉพาะด้านตะวันตก เนื่องจากมีลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และภาคใต้เริ่มมีกำลังแรงขึ้น ส่วนทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย
ประเทศไทยตอนบน
มีฝนฟ้าคะนอง กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณด้านตะวันตกของประเทศ เนื่องจากมีลมตะวันตกเฉียงใต้ พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่บริเวณดังกล่าวยังคงมีอากาศร้อนในบางพื้นที่
ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง กับลมกระโชกแรง รวมทั้งฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง อีกทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง

พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า
วันที่ 14 - 15 พ.ค. 69 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันตกเฉียงใต้และลมใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองและมีตกหนักบางพื้นที่โดยเฉพาะด้านตะวันตก เนื่องจากลมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้นจะพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
วันที่ 16 - 20 พ.ค. 69 ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เนื่องลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยจะมีกำลังแรงขึ้น สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ เนื่องจากลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้นเป็นค่อนข้างแรง โดยคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ข้อควรระวัง:
ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 16 - 18 พ.ค.





