ชุมชนเมืองสาตรหลวง ตำบลหนองหอย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตโคมยี่เป็งขนาดใหญ่ ที่มีโคมยี่เป็งจำหน่ายจำนวนมาก และเป็นแหล่งที่ยังมี ‘สล่าโคมยี่เป็ง’ หรือช่างฝีมือทำโคมยี่เป็งเกือบทั้งชุมชน แต่ปัจจุบันช่างทำโคมยี่เป็งเริ่มลดน้อยลงไป เนื่องจากความนิยมเริ่มหดหายไปตามกาลเวลา ปัจจุบันพบว่า ยอดสั่งทำ หรือสั่งซื้อส่วนใหญ่เป็นออร์เดอร์จากต่างจังหวัด ทั้งในส่วนของภาคเหนือเอง หรือตามจังหวัดต่างๆ ที่นิยมเอาไปตกแต่งในช่วงของงานประเพณียี่เป็งหรือลอยกระทง

ปราณี ปาระมี อายุ 69 ปี สล่าทำโคมยี่เป็ง (สล่า คือช่างฝีมือ) บ้านเมืองสาตรหลวง เปิดเผยว่า ในอดีตหน่วยงานราชการ หน่วยงานเอกชน หรือห้างร้านต่างๆ จะนิยมสั่งทำโคมยี่เป็งเพื่อนำไปประดับตกแต่งสถานที่จัดงานยี่เป็ง หรือแม้แต่ตามห้างร้าน หน้าบ้านเรือนประชาชนเองทั่วทั้งเมืองจะสว่างไสวไปด้วยแสงไฟจากโคมยี่เป็งหลากสีสัน สวยงามไปทั่วทั้งเมือง โดยเฉพาะเทศบาลนครเชียงใหม่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งส่วนราชการห้างร้านวัดทั่วเมืองเชียงใหม่ จะเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สั่งโคมยี่เป็งทุกปีไปประดับตกแต่งเมืองเป็นหลัก ทำให้ชาวบ้านก็ยังคงมีช่องทางในการประกอบอาชีพไปพร้อมกับการอนุรักษ์งานหัตถศิลป์ล้านนา
“แต่ปัจจุบันพบว่าในช่วงหลังๆ 2-3 ปีที่ผ่านมา รูปแบบการจัดงานและการตกแต่งบ้านเมืองในช่วงงานประเพณียี่เป็งเปลี่ยนไป เน้นเรื่องของสีสันแสงไฟจากแอลอีดี รูปแบบการตกแต่งเป็นแบบตะวันตกหรือแบบที่ทันสมัยมากขึ้น ทำให้บรรยากาศของงานยี่เป็งที่เชียงใหม่เปลี่ยนไป จุดหลักของการจัดงานแทบจะไม่เห็นโคมยี่เป็งที่เคยสว่างไสวสวยงามแบบแต่ก่อนเลย”



ปราณี กล่าวว่า ปัจจุบันยอดสั่งทำโคมยี่เป็งลดลงมาต่อเนื่องในแต่ละปี จากบรรยากาศที่เคยคึกคัก คนต้องแย่งกันสั่งของสั่งทำ มาต่อคิวยาวซื้อโคมยี่เป็งในช่วงก่อนงานประเพณียี่เป็งจะมาถึง หน่วยงานราชการ เทศบาล อบจ.เอง ก็สั่งจองตามชุมชนต่างๆ กระจายรายได้ และช่วยให้ชาวบ้านได้อนุรักษ์โคมยี่เป็งไว้ แต่ปัจจุบันหันไปตกแต่งเมืองในรูปแบบแสงสีเสียงแบบตะวันตกมากขึ้น เลยไม่มีการมาอุดหนุนชาวบ้านแบบแต่ก่อน หลายคนก็เลิกอาชีพนี้ไป
“จึงอยากวอนให้หน่วยงานของภาครัฐ รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ หันมาให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์โคมยี่เป็ง อยากเห็นแสงจากโคมยี่เป็งสว่างไสวทั่วทั้งเมืองแบบแต่ก่อน มากกว่าการให้ความสำคัญกับรูปแบบที่ทันสมัยจนเกินไป ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการมาสัมผัสงานประเพณีวัฒนธรรมล้านนา หดหายไปด้วย”

ด้าน พวงเพ็ญ นวลฟั่น ผู้ประกอบการร้านขายโคมล้านนา บ้านเมืองสาตรหลวง กล่าวว่า ปีนี้ยอดขายลดลงต่อเนื่อง รวมถึงปี 2567 ที่ชุมชน เมืองสาตรหลวงแห่งนี้ได้รับผลกระทบจากเหตุ น้ำท่วมใหญ่ทำให้โคมยี่เป็งที่ทำสต๊อกเก็บไว้เสียหายเกือบทั้งหมด มาปีนี้ชาวบ้านก็ได้เริ่มต้นใหม่ ลงทุนใหม่ เร่งทำโคมยี่เป็งเก็บไว้ เพื่อมารอขายในช่วงประเพณียี่เป็ง แต่บรรยากาศการซื้อขายกลับไม่เป็นอย่างที่คิด ยอดขายลดลงจำนวนมาก
“หากเทียบกับในช่วงที่ขายดี จนมีคนมาต่อคิว กับปัจจุบัน ยอดขายนั้นลดลงไปกว่าร้อยละ 50 ซึ่งคาดว่าค่านิยมของคนเปลี่ยนแปลงไป เพราะก่อนหน้านี้เราจะเห็นทุกบ้านจะประดับด้วยโคมยี่เป็ง สว่างไสวทั่วทั้งเมือง แต่ปัจจุบัน จะเห็นชาวบ้านออกมาตกแต่งประตูบ้านไม่มากนัก จึงทำให้ยอดขายไม่ได้ดีเท่าที่ควร”
“ประกอบกับปีนี้ เกิดเหตุการณ์ที่พสกนิกรชาวไทยต้องเศร้าโศกเสียใจ ก็ยิ่งทำให้ยอดขายหดหายไป เพราะหลายหน่วยงานเองก็รอความชัดเจนในการจัดงานยี่เป็ง แต่พอรัฐบาลประกาศว่ากิจกรรมงานประเพณีทำได้เป็นปกติ ก็เริ่มมียอดขายกลับมาเพิ่มขึ้นในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาเท่านั้น”

สำหรับชุมชนเมืองสาตรหลวง ตั้งอยู่ในตำบลหนองหาย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ในอดีตที่ผ่านมา ชาวบ้านเมืองสาตร มีการรวมกลุ่มเพื่อประกอบอาชีพ คือ การผลิตโคมล้านนา โคมยี่เป็ง ซึ่งนับเป็นอาชีพหลักของคนในชุมชน ถือเป็นแหล่งผลิตโคมล้านนาที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ โคมล้านนาที่ใช้ประดับตกแต่งในงานประเพณี พิธีกรรม หรือสถานที่ต่างๆ ส่วนใหญ่ล้วนมาจากบ้านเมืองสาตรเกือบทั้งหมด



ปัจจุบัน บ้านเมืองสาตรได้มีการสืบทอดการทำโคมล้านนา โคมยี่เป็ง ให้แก่ลูกหลานในชุมชน ทำให้บ้านเมืองสาตรเป็นชุมชนที่ยังคงอนุรักษ์ภูมิปัญญาล้านนาเรื่องการทำโคมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น และกลายเป็นชุมชนที่มีชื่อเสียงด้านการทำโคมล้านนา โคมยี่เป็ง ที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือมาจนปัจจุบัน
สำหรับราคาจำหน่ายโคมล้านนานั้นจะเริ่มตั้งแต่ใบละ 30 บาท ไปถึงหลักร้อย หลักพัน และบางใบราคาสูงถึงใบละ 10,000 บาท สำหรับโคมสั่งทำพิเศษ







