จากกรณีที่ประเทศไทยถูกเรียกเก็บภาษีตอบโต้ในอัตรา 19% หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้อัตราภาษีตอบโต้ของไทยต่ำลง คือ รัฐบาลไทยยอมให้มีการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากสหรัฐอเมริกา ภาษีนำเข้า 0% โดยเบื้องต้นไทยจะนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐอเมริกา ประมาณ 3 ล้านตัน เฉลี่ยปัจจุบันนี้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตกอยู่ที่ 7-8 บาทต่อกิโลกรัม
ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยพบว่า ประเทศไทยมีผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ต่ำกว่าความต้องการราว 3.8 ล้านตันต่อปี ทำให้ต้องนำเข้าเพื่อรองรับความต้องการอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น โดยในปี 2568 คาดว่าความต้องการอาหารสัตว์ของไก่และหมูจะโต 3.7%
โดยไทยจะได้ประโยชน์จากการนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯในราคาเฉลี่ยที่ 254 ดอลลาร์ฯต่อตัน ซึ่งถูกกว่าที่ไทยซื้อจากแหล่งนำเข้าหลักอย่างเมียนมาและสปป.ลาวอยู่ราว 47-118 ดอลลาร์ฯ ต่อตัน
การนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ จะส่งผลบวกต่อผู้ผลิตอาหารสัตว์และผู้เลี้ยงสัตว์ให้มีต้นทุนลดลง แต่จะส่งผลลบต่อผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากราคาที่ลดลง อย่างไรก็ดี ไทยไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากการส่งออกเนื้อไก่ที่เลี้ยงด้วยข้าวโพด GMO

อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ที่ถือเป็นแหล่งปลูกข้าวโพดอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย มีพื้นที่ปลูกกว่า 1 แสน 2 หมื่นไร่ และ กำลังจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนตุลาคมนี้ โดยในปีนี้คาดว่าปริมาณข้าวโพดจะเพิ่มขึ้น เพราะเกษตรกรเริ่มหันกลับมาปลูกข้าวโพดอีกครั้ง เนื่องจากพืชชนิดอื่นๆ มีราคาตกต่ำ

อุทัย บุญเทียม นายกเทศมนตรี ตำบลท่าผา อำเภอแม่แจ่ม เปิดเผยว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจของชาวอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงเกษตรกรทางภาคเหนือทั้ง 8 จังหวัด และจากการ คาดการณ์สถานการณ์ปัจจุบัน ถึงราคาพืชผลทางการเกษตร ทั้งลำไย ข้าว และมะม่วง ราคาตกต่ำอย่างหนักทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบ ขณะที่ข้าวโพดถือว่าเป็นพืชหลักของเกษตรกรชาวอำเภอแม่แจ่ม ที่มีพื้นที่ปลูกกว่า 1 แสน 2 หมื่นไร่
โดยชาวบ้านที่ปลูกนั้นกังวลเรื่องของราคารับซื้อ ตกต่ำเหมือนพืชชนิดอื่น เกษตรกรจึงอยากให้ หน่วยงานภาครัฐเตรียมการวางแผน รองรับเรื่องของมาตรการและกลไกทางการตลาด เพราะผลผลิต จะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนตุลาคม ถึงเดือนกุมภาพันธ์
“จึงอยากให้ภาครัฐได้เตรียมการไว้ล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต โดยข้อเสนอที่เรียกร้องไปยังรัฐบาลมีทั้งหมด 6 ข้อ คือการลดการนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศ ในช่วงเดือนกันยายน ถึงเดือนกุมภาพันธ์ การประกันรายได้ให้กับเกษตรกร ให้มีราคาที่คุ้มทุน จากราคาต้นทุนอยู่ที่กิโลกรัมละกว่า 10 บาท บวกผลกำไรอีก 20% จะอยู่ที่กิโลกรัมละกว่า 12 บาท รับซื้อที่กิโลกรัมละ 14 บาท ในเรื่องของการรับจำนำ การประกันรายได้ ไร่ละ 1,000 ไม่เกิน 30 ไร่ การตรวจสอบสต๊อกสินค้า ดูแลในเรื่องของไม่ให้ถูกกดขี่ด้านราคา รวมถึงการฮั้วเรื่องราคาข้าวโพด”

เกรียงศักดิ์ บุญเทียม เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในเรื่องของนโยบายภาครัฐในปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องของภาษีทรัมป์ รวมถึงแผนที่จะนำเข้าข้าวโพด จากต่างประเทศก็จะทำให้เกิดผลกระทบ กับกลุ่มเกษตรกร ที่กำลังจะเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงเดือนตุลาคม ถึงเดือนกุมภาพันธ์นี้ ถือเป็นโจทย์ที่รัฐบาลจะต้องนำไปเป็นการบ้าน ประเมินสถานการณ์ในช่วงที่ผลผลิตของเกษตรกรจะเริ่มเก็บเกี่ยว ซึ่งจะส่งผลในเรื่องของออร์เดอร์ การส่งออก สต๊อกสินค้า รวมถึงราคาด้วย
“อยากจะฝากไปถึงรัฐบาล ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง ที่จะต้องหาทางออก ร่วมกัน ซึ่งเกษตรกรกลุ่มข้าวโพดนั้นได้รับผลกระทบทุกปี ในเรื่องของราคาต้นทุน ปุ๋ย ยา แพงขึ้น ค่าแรงงานเพิ่มสูงขึ้น แม้เกษตรกรจะมีความพยายามในการลดต้นทุน โดยเฉพาะเรื่องของแรงงานจะเน้นการลงแขก แทนการจ้างแรงงานไปจนถึง ช่วงเก็บเกี่ยว และราคาที่ผ่านมา แม้จะสามารถดำรงชีวิตประจำวันได้ แต่ยังไม่สามารถนำเงินไปใช้หนี้ได้”

เกรียงศักดิ์ กล่าวต่อว่า หลังรัฐบาลมีโควตาในการ นำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศ จำนวนมาก ก็ทำให้เกษตรกรในพื้นที่รู้สึกเป็นกังวล เพราะถ้าหากมีการนำข้าวโพดต่างประเทศเข้ามา แล้วข้าวโพดของในพื้นที่จะขายได้หรือไม่ จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาและชะลอการนำเข้า ผลผลิตข้าวโพดจากต่างประเทศ และพยุงราคาข้าวโพดในประเทศให้เป็นธรรมกับเกษตรกร เพราะปัจจุบันราคารับซื้อข้าวโพดมีแนวโน้มลดลง ตกต่ำ ทำให้เกษตรกรขาดทุน ถ้าหากรัฐบาลมีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ก็จะทำให้เกษตรกรอุ่นใจ มีความมั่นใจ
ถ้าหากมีแนวโน้มว่าราคาจะตกต่ำ เนื่องจากมีการนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศ ซึ่งก็ส่งผลกระทบกับเกษตรกรในพื้นที่อย่างแน่นอน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวสำหรับเกษตรกรในพื้นที่หากรัฐบาลจริงใจกับเกษตรกรอยากให้ช่วยเรื่องของราคาเพื่อให้เกษตรกรอยู่รอด ไม่ขาดทุน ลืมตาอ้าปากได้ รวมถึงการพยุงราคาส่วนต่าง เพราะข้าวโพดถือว่าเป็นอาชีพหลักอาชีพเดียวของเกษตรกรที่นี่

รศ.ดร.นิสิต พันธมิตร หัวหน้าศูนย์อาเซียนศึกษา วิทยาลัยนานาชาตินวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่า ในสถานการณ์ สงครามภาษี ที่ทำให้ไทยต้องลดภาษีนำเข้าข้าวโพดจาก 2% เหลือ 0% ระยะยาวจะส่งผลเสียกับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดอย่างเลวร้าย เพราะเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดต้องแบกรับภาระต้นทุนในการปลูกหลายอย่าง รัฐบาลจึงควรออกมาตรการประกันราคาขั้นต่ำ เพื่อสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด พร้อมเร่งหาตลาดและพันธมิตรการค้าใหม่ๆ มาช่วยเหลืออย่างจริงจัง เพราะที่ผ่านมาไทยยังคงพึ่งพารูปแบบการค้าส่งออก–นำเข้าแบบเดิมมาเป็นเวลานาน
จากข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่านิติบุคคลประเภท 01191 มีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จำนวน 31 ราย ทุนจดทะเบียน 1,003 ล้านบาท ช่วง เดือนมกราคม ถึง 14 สิงหาคม 2568 จดทะเบียนเพิ่มขึ้น 10.71% ในปี 2567 นิติบุคคลที่ส่งงบการเงิน 20 ราย มีรายได้รวม 306.07 ล้านบาท ลดลง 52.85%
ข้อมูลสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร พบว่า ฤดูกาล 2566/2567 ประเทศไทยมีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์(รวมรุ่น) จำนวน 406,732 ครัวเรือน เนื้อที่เพาะปลูก 6,279,932 ไร่






