‘ชาวนาเชียงใหม่’ วอนภาครัฐแก้ปัญหาราคาข้าวจริงจัง หลังรับผลกระทบข้าวราคาตกต่ำมาอย่างยาวนาน

2 ธ.ค. 2568 - 09:23

  • ชาวนาจังหวัดเชียงใหม่ วอนภาครัฐแก้ปัญหาราคาข้าวจริงจังหลังรับผลกระทบข้าวราคาตกต่ำมานาน

  • มองนโยบายแก้ปัญหาการทำตลาดข้าว ไม่ตอบโจทย์ที่แท้จริง

  • การเข้ามาพยุงราคา เพียง 10 สตางค์ต่อกิโลกรัมไม่สามารถแก้ปัญหาได้

‘ชาวนาเชียงใหม่’ วอนภาครัฐแก้ปัญหาราคาข้าวจริงจัง หลังรับผลกระทบข้าวราคาตกต่ำมาอย่างยาวนาน

จากกรณีที่กระทรวงพาณิชย์เผยถึงสถานการณ์ตลาดข้าวกลับมาคึกคัก หลังมาตรการดูแลราคาทั้งระบบตามมติคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) เริ่มเห็นผลเต็มที่ ทำให้ราคาข้าวหลายชนิดขยับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะข้าวเปลือกหอมมะลิที่ดีดแตะ 16,000 บาทต่อตัน เพิ่มขึ้นทันที 1,000 บาทต่อตัน สร้างความเชื่อมั่นให้เกษตรกรในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดปลายปี

หลังการประชุม นบข. เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ได้อนุมัติชุดมาตรการเร่งด่วน ทั้งการดูดซับผลผลิตออกจากระบบ การชะลอการขาย การรับฝากเก็บ และการเร่งจัด “ตลาดนัดข้าวเปลือก” เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่าย ช่วยพยุงราคาช่วงผลผลิตกระจุกตัว

ราคาล่าสุดวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 พบว่า

*ข้าวเปลือกหอมมะลิ 14,700-16,100 บาท/ตัน (+1,000 บาท)

*ข้าวปทุมธานี 8,000-8,300 บาท/ตัน

*ข้าวเปลือกเจ้า 6,300-7,200 บาท/ตัน (+400 บาท)

*ข้าวเหนียว 7,000-10,000 บาท/ตัน ถือเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่ราคาฟื้นตัวเร็วที่สุดในรอบหลายปี

ขณะเดียวกัน โครงการตลาดนัดข้าวเปลือกจัดขึ้นตั้งแต่ 10 พฤศจิกายน 2568 จะเดินหน้ารวมกว่า 50 ครั้ง ใน 32 จังหวัด ครอบคลุมภาคเหนือ-อีสาน-กลาง ถึงเดือนเมษายน 2569 มีบทบาทสำคัญทำให้ผู้ประกอบการจากนอกพื้นที่เข้าไปรับซื้อโดยตรง ลดค่าขนส่ง เพิ่มการแข่งขันด้านราคา

Chiang-Mai-farmers-urge-the-government-to-solve-the-problem-of-falling-rice-prices-SPACEBAR-Photo02.jpg

จำรัส ลุมมา ตัวแทนชาวนา อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า แม้จะมีโครงการ “ตลาดนัดข้าวเปลือก”เข้ามาช่วย รวมถึงการพยุงราคาข้าวในปัจจุบัน ไม่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้จริง เพราะโครงการดังกล่าวจัดที่จังหวัดเชียงใหม่เพียง 3 วันเท่านั้น ซื้อข้าวได้เพียง 500 ตันจากที่จังหวัดเชียงใหม่มีผลผลิตข้าวทั้งหมดราวๆ 300,000 ตัน และขยับราคาขึ้นจาก กิโลกรัมละ 6.80 บาท เป็นกิโลกรัมละ 6.90 บาทเท่านั้นหรือขึ้นราคาเพียง 10 สตางค์ ต่อกิโลกรัม

“ซึ่งมองว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุดและดำเนินการได้อย่างล่าช้าเพราะปัจจุบันจังหวัดเชียงใหม่ร้องเรียนเรื่องราคาข้าวตกต่ำไปตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม ปัจจุบัน เข้าสู่ช่วงเดือนธันวาคมแล้วทำให้เกษตรกรนั้นเก็บเกี่ยวข้าวไปแล้วกว่าร้อยละ 90 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่หากรัฐบาลต้องการที่จะแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังต้องขยับราคารับซื้อให้สูงกว่านี้อย่างน้อยต้องกิโลกรัมละ 8 บาท เกษตรกรถึงจะไม่ขาดทุนแต่ถ้าหากจะมีกำไรจากการทำนาต้องขายข้าวได้กิโลกรัมละ 10 บาทเพราะต้นทุนอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 7 บาทขึ้นราคาปุ๋ยต่างๆ”

Chiang-Mai-farmers-urge-the-government-to-solve-the-problem-of-falling-rice-prices-SPACEBAR-Photo03.jpg

ด้าน ประสิทธิ์ บุญสม ชาวนา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่าปัญหาราคาข้าวตกต่ำ เป็นปัญหาการเมืองที่พอเปลี่ยนผ่านรัฐบาลไม่สามารถสานต่อนโยบายร่วมกันได้ ทั้งที่เป็นแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรและเป็นปัญหาสะสมมานานเกือบ 20 ปี ที่เราได้รับผลกระทบจากราคาข้าวตกต่ำมาโดยตลอด

“มีเพียงปี 2550  ที่กลุ่มชาวนาเรียกร้องและได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลในยุคนั้นที่เข้ามาพยุงราคาข้าวให้เป็นกิโลกรัมละ 8 บาทจึงทำให้ชาวนาบางส่วนพอมีกำลังใจในการทำนาต่อไป แต่ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งปี ราคากลับตกต่ำเหมือนเดิมและตกต่ำมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน”

Chiang-Mai-farmers-urge-the-government-to-solve-the-problem-of-falling-rice-prices-SPACEBAR-Photo01.jpg

ขณะที่ นเรศ ธำรงค์พิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันเราอยากส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวคุณภาพเพื่อเป็นทางเลือกและกำหนดราคาได้สูง ในส่วนของข้าวคุณภาพจะเห็นได้ว่าราคาขึ้นตลอด ฉะนั้นแล้วโครงการชะลอการขายข้าวของรัฐบาล โครงการรวบรวมข้าว โครงการให้สินเชื่อเพื่อชะลอการขายข้าว โครงการเหล่านี้เราเพิ่งเริ่มดำเนินการไป สหกรณ์ทั้งหมดที่เราเตรียมไว้ 428 แห่งตอนนี้กำลังเริ่มดำเนินการแล้วในการที่จะรับโครงการชะลอการขายข้าว กับรวบรวมข้าว

ทำให้เห็นได้ว่าตอนนี้ในส่วนของการขายข้าวต่างประเทศเราขายข้าวไปทั้งหมด 600,000 ตัน  (ข้าวสาร) หรือเท่ากับ 1,020,000 ตันข้าวเปลือก

“ทั้งนี้ได้ให้นโยบายของท่านอธิบดีกรมการข้าวไปว่า ต้องเพิ่มพื้นที่ในการที่จะปลูกข้าวคุณภาพ พื้นที่ไหนที่ไม่เหมาะสมโดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่นาปรังเราจะต้องมีการปลูกพืชอื่นๆ ทดแทน ซึ่งตรงนี้เราเตรียมการไว้ทั้งหมดตามเป้าไว้ประมาณ 1,000,000 ไร่ ซึ่งเราได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ไปคิดในเรื่องของรายละเอียดเพื่อที่จะนำกลับเข้าประชุมอีกครั้ง เพื่อขอมติที่ประชุมต่อไป”

นเรศ ธำรงค์พิพยคุณ รมช.เกษตรและสหกรณ์

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์