องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ (อบจ.เชียงใหม่) นำร่องโครงการพัฒนาและขับเคลื่อนระบบขนส่งสาธารณะ รถโดยสารพลังงานสะอาดอีวีบัส (EV Bus) เพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัดและมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละออง PM 2.5 ให้บริการระยะที่ 1 นำร่อง 2 เส้นทางหลัก ดังนี้
สายที่ 18 จากขนส่งอาเขต ผ่านสถานีรถไฟ-ย่านท่าแพ-โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่-มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถึงอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย
สายที่ 20 จากขนส่งอาเขต ผ่านไนท์บาซาร์-สถานีขนส่งช้างเผือก -ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเชียงใหม่-สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ถึงโรงพยาบาลนครพิงค์
ก่อนขยายระยะที่ 2 ในสายที่ 6 เชื่อมท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ ย่านเศรษฐกิจ แหล่งการศึกษา และสถานพยาบาลสำคัญของเมือง

พิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ (นายก อบจ.) เปิดเผยว่า เมืองเชียงใหม่ที่เติบโตอย่างรวดเร็วทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และจำนวนประชากร ทำให้ระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของการขับเคลื่อนระบบ EV Bus ประกอบด้วย การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะพลังงานไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพ สะดวก ปลอดภัย ตรงเวลา และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การลดปัญหาจราจรติดขัด ลดอุบัติเหตุ และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการเดินทาง
“โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส การลดมลภาวะทางเสียง และมลภาวะทางอากาศ (PM 2.5) จากการลดใช้เครื่องยนต์สันดาป การดึงดูดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวปรับเปลี่ยนจากการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ และการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรองรับการเป็นเมืองมรดกโลกและเมืองอัจฉริยะ”


สำหรับเส้นทางการเดินรถ EV Bus ที่อบจ.เชียงใหม่ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง มี 2 สายทาง ได้แก่ สายที่ 18: สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงใหม่ แห่งที่ 2 – สถานีรถไฟเชียงใหม่ – อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย และสายที่ 20: สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงใหม่ แห่งที่ 2 – ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ – ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่

ผศ.ปรีดา พิชยาพันธ์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมโยธาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า การเดินทางคือการลงทุน ในอนาคตกลุ่มผู้สูงอายุจะมากขึ้น โดยจังหวัดเชียงใหม่มีผู้สูงอายุจำนวนมากเป็นอันดับที่ 4 ของประเทศ รวมถึงชาวต่างชาตินิยมมาอยู่เชียงใหม่ ระบบการจัดระบบขนส่งสาธารณะจึงเป็นองค์ประกอบหนึ่งเพื่อจะช่วยลดฝุ่นจากการการใช้รถยนต์
“ที่กรุงเทพฯ หรือต่างประเทศส่วนใหญ่จะมาจากการจราจรโดยเฉพาะรถยนต์ที่มาจากการเผาไหม้ถ้ามีระบบขนส่งสาธารณะที่ดีจะช่วยลดปัญหา ข้อเสนอขนส่งสาธารณะที่จะต้องมีการออกแบบ การจัดระบบขนส่งสาธารณะจำเป็นต้องคำนึงในเรื่องของการคัดเลือกระบบสาธารณะหลักวิศวกรรม สิ่งแวดล้อม และการลงทุน เน้นความสะดวกให้คนใช้มากขึ้นเทคโนโลยีต้องเหมาะสมกับคนใช้”

ผศ.ปรีดา กล่าวต่อว่า ระบบขนส่งสาธารณะเฉพาะในเมืองเชียงใหม่แต่ละวันมีคนใช้ถึง 2 ล้านคน ปัจจุบันไม่ใช่ทุกคนใช้ระบบที่เหมาะสม ซึ่งต้องมีความยั่งยืน วางแผนต้องสอดคล้องกับเงินและงบประมาณ ที่สำคัญลักษณะกายภาพของเมือง และบริหารจัดการได้โดยท้องถิ่น ที่ผ่านมา สนข.ศึกษาพบว่า จ.เชียงใหม่ อยู่ในกลุ่มศักยภาพสูงในการพัฒนาระบบขนส่งในเมือง มีการออกแบบรถไฟฟ้าและระบบรองและระบบเสริม

ด้าน บุญเนียม บุญทา ประธานสหกรณ์นครลานนาเดินรถ จำกัด หรือรถสองแถวสี่ล้อแดง กล่าวว่า ปัจจุบันมีสมาชิกขับรถสองแถวสี่ล้อแดง ลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่ให้บริการอยู่ประมาณ 2400 คัน ปัจจุบันเหลือเพียง 1700 คัน เท่านั้น หากมีรถ EV Bus เข้าให้บริการก็จะมีผลกระทบกับผู้ประกอบการสี่ล้อแดงอย่างแน่นอน ก็จะทำให้มีรายได้ลดลง
“เพราะที่ผ่านมาก็ถือว่าได้รับผลกระทบอย่างหนักแล้ว เพราะนักท่องเที่ยวลดลง จนทำให้คนขับสี่ล้อแดงหันไปประกอบอาชีพอื่น และยิ่งมีงบที่จะพัฒนาระบบขนส่งมวลชนมวล ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่เป็นรถโดยสารไฟฟ้า ที่ได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐ แต่สี่ล้อแดงไม่มีงบประมาณมาส่งเสริมแต่อย่างใด”
“แม้ก่อนหน้านี้ทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เข้ามาสนับสนุนในการทำรถสองแถวสี่ล้อแดงไฟฟ้า แต่ต้นทุนสูง ก็ไม่ประสบความสำเร็จและได้ยกเลิกไปแล้ว และเชื่อว่าอนาคตหากไม่ได้รับการสนับสนุนและช่วยเหลือรถสองแถวสี่ล้อแดงก็จะค่อยๆลดลงไป และหายในที่สุด เพราะคนขับก็จะต้องหันไปประกอบอาชีพอื่นเพื่อเลี้ยงชีพ เพราะปัจจุบันคนขับสี่ล้อแดงก็มีรายได้ไม่มากนัก ไม่คุ้มค่ากับค่าของชีพที่ต้องแบกรับอยู่แล้ว” พิชัย กล่าว
ข้อมูลสถานการณ์การจราจรในเชียงใหม่ปัจจุบัน พบว่า จังหวัดเชียงใหม่ เฉพาะในตัวเมืองเชียงใหม่ มีรถยนต์ 200,000 – 300,000 คัน และจักรยานยนต์ 700,000 – 800,000 คัน และมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึงปีละ 2% นอกจากนี้ยังมีคนจากนอกพื้นที่เดินทางเข้ามาทำงานและเรียนในเมืองอีกวันละกว่า 20,000 คน







