‘เชียงใหม่’ เดินหน้าโครงการรถไฟฟ้า ‘EV Bus’ นำร่อง 2 สาย แก้จราจรติดขัดในเมือง - แก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5

21 ธ.ค. 2568 - 07:30

  • อบจ.เชียงใหม่ เดินหน้าโครงการรถโดยสารพลังงานสะอาด 'EV Bus' นำร่อง 3 เส้นทางหลัก เริ่มปี 2569

  • หวังลดฝุ่นละออง PM 2.5 - แก้ปัญหาจราจรติดขัดและยกระดับระบบขนส่งเมืองท่องเที่ยว

  • ขณะที่ผู้ประกอบการรถสองแถวสี่ล้อแดงหวั่นผลกระทบอาชีพ หากมีรถโดยสารพลังงานไฟฟ้าเข้ามาทดแทน

‘เชียงใหม่’ เดินหน้าโครงการรถไฟฟ้า ‘EV Bus’ นำร่อง 2 สาย แก้จราจรติดขัดในเมือง - แก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5

องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ (อบจ.เชียงใหม่) นำร่องโครงการพัฒนาและขับเคลื่อนระบบขนส่งสาธารณะ รถโดยสารพลังงานสะอาดอีวีบัส (EV Bus) เพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัดและมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละออง PM 2.5 ให้บริการระยะที่ 1 นำร่อง 2 เส้นทางหลัก ดังนี้

สายที่ 18 จากขนส่งอาเขต ผ่านสถานีรถไฟ-ย่านท่าแพ-โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่-มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถึงอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย

สายที่ 20 จากขนส่งอาเขต ผ่านไนท์บาซาร์-สถานีขนส่งช้างเผือก -ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเชียงใหม่-สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ถึงโรงพยาบาลนครพิงค์

ก่อนขยายระยะที่ 2 ในสายที่ 6 เชื่อมท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ ย่านเศรษฐกิจ แหล่งการศึกษา และสถานพยาบาลสำคัญของเมือง

Chiang Mai-is-moving-forward-with-its-electric-bus-project-to-address-traffic-problems-SPACEBAR-Photo01.jpg

พิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ (นายก อบจ.) เปิดเผยว่า เมืองเชียงใหม่ที่เติบโตอย่างรวดเร็วทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และจำนวนประชากร ทำให้ระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของการขับเคลื่อนระบบ EV Bus ประกอบด้วย การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะพลังงานไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพ สะดวก ปลอดภัย ตรงเวลา และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การลดปัญหาจราจรติดขัด ลดอุบัติเหตุ และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการเดินทาง

“โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส การลดมลภาวะทางเสียง และมลภาวะทางอากาศ (PM 2.5) จากการลดใช้เครื่องยนต์สันดาป การดึงดูดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวปรับเปลี่ยนจากการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ และการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรองรับการเป็นเมืองมรดกโลกและเมืองอัจฉริยะ” 

Chiang Mai-is-moving-forward-with-its-electric-bus-project-to-address-traffic-problems-SPACEBAR-Photo04-1.jpg
Chiang Mai-is-moving-forward-with-its-electric-bus-project-to-address-traffic-problems-SPACEBAR-Photo07.jpg

สำหรับเส้นทางการเดินรถ EV Bus ที่อบจ.เชียงใหม่ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง มี 2 สายทาง ได้แก่ สายที่ 18: สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงใหม่ แห่งที่ 2 – สถานีรถไฟเชียงใหม่ – อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย และสายที่ 20: สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงใหม่ แห่งที่ 2 – ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ – ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ 

Chiang Mai-is-moving-forward-with-its-electric-bus-project-to-address-traffic-problems-SPACEBAR-Photo03.jpg

ผศ.ปรีดา พิชยาพันธ์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมโยธาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า การเดินทางคือการลงทุน ในอนาคตกลุ่มผู้สูงอายุจะมากขึ้น โดยจังหวัดเชียงใหม่มีผู้สูงอายุจำนวนมากเป็นอันดับที่ 4 ของประเทศ รวมถึงชาวต่างชาตินิยมมาอยู่เชียงใหม่ ระบบการจัดระบบขนส่งสาธารณะจึงเป็นองค์ประกอบหนึ่งเพื่อจะช่วยลดฝุ่นจากการการใช้รถยนต์

“ที่กรุงเทพฯ หรือต่างประเทศส่วนใหญ่จะมาจากการจราจรโดยเฉพาะรถยนต์ที่มาจากการเผาไหม้ถ้ามีระบบขนส่งสาธารณะที่ดีจะช่วยลดปัญหา ข้อเสนอขนส่งสาธารณะที่จะต้องมีการออกแบบ การจัดระบบขนส่งสาธารณะจำเป็นต้องคำนึงในเรื่องของการคัดเลือกระบบสาธารณะหลักวิศวกรรม สิ่งแวดล้อม และการลงทุน เน้นความสะดวกให้คนใช้มากขึ้นเทคโนโลยีต้องเหมาะสมกับคนใช้”

Chiang Mai-is-moving-forward-with-its-electric-bus-project-to-address-traffic-problems-SPACEBAR-Photo05-3.jpg

ผศ.ปรีดา กล่าวต่อว่า ระบบขนส่งสาธารณะเฉพาะในเมืองเชียงใหม่แต่ละวันมีคนใช้ถึง 2 ล้านคน ปัจจุบันไม่ใช่ทุกคนใช้ระบบที่เหมาะสม ซึ่งต้องมีความยั่งยืน วางแผนต้องสอดคล้องกับเงินและงบประมาณ ที่สำคัญลักษณะกายภาพของเมือง และบริหารจัดการได้โดยท้องถิ่น ที่ผ่านมา สนข.ศึกษาพบว่า จ.เชียงใหม่ อยู่ในกลุ่มศักยภาพสูงในการพัฒนาระบบขนส่งในเมือง มีการออกแบบรถไฟฟ้าและระบบรองและระบบเสริม

Chiang Mai-is-moving-forward-with-its-electric-bus-project-to-address-traffic-problems-SPACEBAR-Photo02.jpg

ด้าน บุญเนียม บุญทา ประธานสหกรณ์นครลานนาเดินรถ จำกัด หรือรถสองแถวสี่ล้อแดง กล่าวว่า ปัจจุบันมีสมาชิกขับรถสองแถวสี่ล้อแดง ลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่ให้บริการอยู่ประมาณ 2400 คัน ปัจจุบันเหลือเพียง 1700 คัน เท่านั้น หากมีรถ EV Bus เข้าให้บริการก็จะมีผลกระทบกับผู้ประกอบการสี่ล้อแดงอย่างแน่นอน ก็จะทำให้มีรายได้ลดลง

“เพราะที่ผ่านมาก็ถือว่าได้รับผลกระทบอย่างหนักแล้ว เพราะนักท่องเที่ยวลดลง จนทำให้คนขับสี่ล้อแดงหันไปประกอบอาชีพอื่น และยิ่งมีงบที่จะพัฒนาระบบขนส่งมวลชนมวล ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่เป็นรถโดยสารไฟฟ้า ที่ได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐ แต่สี่ล้อแดงไม่มีงบประมาณมาส่งเสริมแต่อย่างใด”

“แม้ก่อนหน้านี้ทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เข้ามาสนับสนุนในการทำรถสองแถวสี่ล้อแดงไฟฟ้า แต่ต้นทุนสูง ก็ไม่ประสบความสำเร็จและได้ยกเลิกไปแล้ว และเชื่อว่าอนาคตหากไม่ได้รับการสนับสนุนและช่วยเหลือรถสองแถวสี่ล้อแดงก็จะค่อยๆลดลงไป และหายในที่สุด เพราะคนขับก็จะต้องหันไปประกอบอาชีพอื่นเพื่อเลี้ยงชีพ เพราะปัจจุบันคนขับสี่ล้อแดงก็มีรายได้ไม่มากนัก ไม่คุ้มค่ากับค่าของชีพที่ต้องแบกรับอยู่แล้ว” พิชัย กล่าว

ข้อมูลสถานการณ์การจราจรในเชียงใหม่ปัจจุบัน พบว่า จังหวัดเชียงใหม่ เฉพาะในตัวเมืองเชียงใหม่ มีรถยนต์ 200,000 – 300,000 คัน และจักรยานยนต์ 700,000 – 800,000 คัน และมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึงปีละ 2% นอกจากนี้ยังมีคนจากนอกพื้นที่เดินทางเข้ามาทำงานและเรียนในเมืองอีกวันละกว่า 20,000 คน

Chiang Mai-is-moving-forward-with-its-electric-bus-project-to-address-traffic-problems-SPACEBAR-Photo08.jpg
Chiang Mai-is-moving-forward-with-its-electric-bus-project-to-address-traffic-problems-SPACEBAR-Photo09.jpg
Chiang Mai-is-moving-forward-with-its-electric-bus-project-to-address-traffic-problems-SPACEBAR-Photo06.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์