ปัญหาไฟป่าถือเป็นสิ่งที่อันตรายเป็นอย่างมาก เนื่องจากภายในป่ามีเชื้อเพลิงอย่าง ต้นไม้ ใบไม้แห้ง จำนวนมาก ทำให้ไฟลามอย่างรวดเร็วและเพิ่มความรุนแรงเป็นทวีคูณ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่เป็นหนึ่งจังหวัดที่มีพื้นที่แบบภูเขาและป่าไม้ที่อยู่บนพื้นที่สูง
หนึ่งในวิธีที่สามารถช่วยยับยั้งไฟป่า และเป็นแนวตั้งรับในการดับไฟป่า คือ แนวกันไฟ ที่สกัดเพลิงที่เกิดขึ้นจากพื้นที่ด้านหนึ่งไม่ให้ลุกลามไปอีกฟากหนึ่ง จะช่วยลดความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากไฟป่า โดยในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ได้ เร่งทำแนวกันไฟกันอย่างต่อเนื่อง
ทีมข่าว Spacebar Big City ลงพื้นที่ติดตามการทำแนวกันไฟที่บ้านบวกจั่น หมู่ที่ 7 ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ต่างมีความตระหนักถึงปัญหาหมอกควัน ไฟป่า ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยวจำนวนมาก ชาวบ้านในพื้นที่กว่า 50 คนได้ร่วมแรงร่วมใจทำแนวกันไฟป่าเป็นยะทางกว่า 5 กิโลเมตร
ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญของการเกิดปัญหาฝุ่นควันและมลพิษทางอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ เกิดจากการเผาในพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตรกรรม และการเผาในที่โล่งแจ้ง รวมถึงปัญหาไฟป่าในประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เกิดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กสะสมในชั้นบรรยากาศเป็นจำนวนมาก


เช่า เฟื่องฟูกิจการ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ชาวบ้านตื่นตัวเรื่องปัญหาไฟป่าหมอกควันมาโดยตลอด และต่างร่วมกันช่วยกันเฝ้าระวังป้องกันภัย ซึ่งทำกันมาทุกปีตั้งแต่ปี 2534 เป็นเวลากว่า 30 ปีมาแล้ว โดยเฉพาะการทำแนวกันไฟ ที่สามารถช่วยป้องกันการลุกลามของไฟป่าเมื่อยามเกิดเหตุได้
ผู้ใหญ่เช่า บอกว่า จุดเด่นของพื้นที่ของเราจะมีหอดูไฟ ที่สูงกว่า 30 เมตร สามารถมองเห็นได้ไกลและรอบทิศ หากฟ้าเปิด สามารถมองวิสัยทัศน์ได้ไกลกว่า 100 กิโลเมตร ทำให้เมื่อเวลามีไฟป่า ก็สามารถสื่อสารกันเพื่อเข้าไประงับเหตุได้อย่างทันท่วงที และลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้มาก
“ปัจจัยที่ทำให้ชาวบ้านมีความสามัคคีและร่วมใจกันป้องกันไม่ให้เกิดไฟป่า มาจากการที่ชาวบ้านอยู่ร่วมกับป่าและมีประโยชน์ร่วมกัน สิ่งสำคัญคือชาวบ้านอยู่อาศัยภายในป่าหรือใกล้กับป่ามาก หากเกิดไฟป่าและไม่ช่วยกันดูแลไฟก็จะสร้างความเสียหายทั้งธรรมชาติ บ้านเรือนและชีวิต ในส่วนของการท่องเที่ยวชาวบ้านก็เริ่มมีการทำเป็นที่พักโฮมสเตย์ให้กับนักท่องเที่ยวได้ขึ้นมาสัมผัสกับอากาศหนาวและความสวยงามของธรรมชาติ ดังนั้นจุดนี้ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ชาวบ้านอยากที่จะอนุรักษ์ความสมบูรณ์ของผืนป่าเอาไว้ ป่าดูแลเรา เราก็ดูแลป่า”
— เช่า เฟื่องฟูกิจการ
ด้าน ประจักษ์ อนันต์วินัยงาม อดีตผู้ใหญ่บ้านบวกจั่น เล่าว่า ชาวบ้านตั้งรกรากอยู่ใกล้ป่าหรืออยู่ภายในป่าเป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องดูแลพื้นที่ การเกิดไฟป่าเป็นสิ่งที่ชาวบ้านไม่อยากให้เกิด ตนเองเชื่อว่าคนสามารถอยู่กับป่าได้ หากภายในป่าไม่มีคนอยู่เลยเมื่อเกิดไฟไหม้ไฟก็จะลุกลามอย่างรวดเร็วและจะไม่เหลืออะไร
อดีตผู้ใหญ่บ้าน ประจักษ์ ยังบอกด้วยว่า สิ่งที่เราทำมาหากินอยู่ภายในป่าก็ส่วนนึง การดูแลรักษาป่าก็เป็นอีกหน้าที่หนึ่ง ต้องมีการปลูกจิตสำนึกให้กับทุกคนในการดูแลรักษาป่า สิ่งที่สามารถทำได้ง่ายๆ คือ แต่ละหมู่บ้านดูแลพื้นที่ของตนเองให้ดีที่สุด แต่เมื่อใดที่เกิดเหตุการณ์ใหญ่ที่รุนแรง เราก็สามารถส่งคนไปให้การช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้

“ก็มีหลายครั้งที่มีคนตราหน้าเราว่าเราอยู่ในป่าเราทำลายป่า แต่เราอยากจะสื่อสารว่าเรื่องของไฟป่าสำหรับคนที่อยู่ในป่านั้นเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก ในช่วงหน้าแล้งทุกคนกลัวมากว่าจะเกิดไฟไหม้”
— ประจักษ์ อนันต์วินัยงาม
ประจักษ์ บอกว่า “การทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ของภาครัฐนั้นถือเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ เพื่อไม่ให้เกิดไฟแห่งความขัดแย้งสองฝั่งสามารถพูดคุยกันได้ เพื่อหาทางที่ไปด้วยกันได้ เจ้าหน้าที่ก็ควรจะเข้าใจวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อยู่ร่วมกับป่า ในส่วนของชาวบ้านเองก็ควรจะสนับสนุนโครงการของภาครัฐ หากทั้งสองฝ่ายเข้าใจกันการจัดการไฟป่าก็จะดีขึ้นมาก”



ขณะที่ทางจังหวัดเชียงใหม่ เดินหน้ากิจกรรม Kick off เคาะประตูบ้าน “หยุดเผา หยุดฝุ่น เพื่อคุณ เพื่อเรา” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทางกระทรวงมหาดไทยและกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (ปภ.ช.) ได้กำหนดให้มีการจัดขึ้นทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมการตระหนักรู้ให้กับประชาชนในการหยุดเผา และเพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่
รวมถึงกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ภาคประชาชน ทีมเสือไฟ ทีมสิงห์ไฟ และทีมเหยี่ยวไฟ ออกไปปฏิบัติหน้าที่ในการลงพื้นที่ไปเคาะประตูบ้านตามบ้านเรือนประชาชน เพื่อพูดคุยและทำความเข้าใจกับชาวบ้านไม่ให้มีการเผาในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรและพื้นที่ชุมชน พร้อมทั้งเสนอวิธีทางเลือกในการปรับเปลี่ยนจากการเผามาเป็นวิธีการอื่น เพื่อสร้างอากาศบริสุทธิ์ให้กับตนเองและคนรอบข้าง


พล.ต.ท. กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่า ทางตำรวจขอความร่วมมือทุกภาคส่วน หากพบผู้กระทำผิดในการลักลอบเผาในพื้นที่โล่งหรือการเกษตร ก็ขออย่าได้นิ่งเฉย เราต้องช่วยกันดูแลจังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็นจังหวัดที่ได้ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยทุกๆ และน่ามาท่องเที่ยวตลอดทั้งปี
“ในส่วนการบังคับใช้กฎหมายหากมีการพูดคุยแล้วไม่ปฏิบัติตาม ก็ต้องดำเนินลงโทษตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดย ทางด้านการลักลอบเผาตำรวจภูธรภาค 5 ได้มีการจับกุมจำนวนมากกว่า 47 ครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ลักลอบเผาเศษวัสดุทางการเกษตร พร้อมทั้งสั่งการให้ตำรวจทุกพื้นที่ออกให้คำแนะนำประชาชนอยู่สม่ำเสมอเพื่อไม่ให้ชาวเกษตรกรเผาเศษวัสดุทางการเกษตร” ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าว






