กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ หลังเกิดเหตุปะทะระหว่างผู้เข้าร่วมงานชาวจีนกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยภายในงานมหกรรมนิยายนานาชาติ เมื่อคลิปจากหลายมุมถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางทั้งในประเทศไทยและประเทศจีน
จากข้อมูลที่ปรากฏในคลิปและคำชี้แจงจากหลายฝ่าย เหตุการณ์เริ่มจากข้อพิพาทเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกติกาการเข้าคิวและการรักษาสิทธิ์ในพื้นที่กิจกรรม โดยมีการกล่าวอ้างว่าผู้เข้าร่วมงานชาวจีนไม่ปฏิบัติตามกติกาที่ผู้จัดกำหนดไว้ ขณะที่อีกฝ่ายยืนยันว่าตนเองมีหลักฐานการต่อคิวและพยายามอธิบายสถานการณ์ ก่อนเหตุการณ์จะลุกลามเป็นการผลักดัน ดึงรั้ง และเกิดการปะทะทางร่างกายซึ่งคลิปจากหลายมุมทำให้ผู้ชมตีความเหตุการณ์แตกต่างกัน
หลังเหตุการณ์บานปลาย GMMTV ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า บริษัทได้ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นแล้วพบว่าการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในบางช่วงมีการใช้กำลังเกินกว่าสถานการณ์จำเป็น บริษัทฯ ระบุว่าไม่สนับสนุนความรุนแรงทุกรูปแบบ พร้อมแสดงความเสียใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น ทั้งยังยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ที่ปรากฏในคลิปเป็นพนักงานจากบริษัทภายนอก ไม่ใช่พนักงานประจำของ GMMTV และได้สั่งระงับการจ้างงานไว้ก่อนจนกว่าการสอบสวนจะแล้วเสร็จ นอกจากนี้ยังชี้แจงว่าข่าวลือเรื่องการดำเนินคดีกับผู้เข้าร่วมงานไม่เป็นความจริง
แม้ GMMTV จะยอมรับว่ามีการใช้กำลังเกินความจำเป็นในบางช่วง แต่ในฝั่งสังคมไทยก็มีอีกมุมมองที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงเช่นกัน นั่นคือภาพจากคลิปที่แสดงให้เห็นการขัดขืน การพยายามหลบหนี และจังหวะที่มีการใช้เท้าถีบหรือเตะเจ้าหน้าที่ระหว่างการควบคุมตัว ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าหากเจ้าหน้าที่ถูกคุกคามระหว่างปฏิบัติหน้าที่พวกเขามีสิทธิ์ป้องกันตัวได้มากน้อยเพียงใด
ในหลักการทำงานของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ใช้กันในหลายประเทศการควบคุมตัวบุคคลสามารถทำได้เมื่อมีเหตุอันควรเพื่อรักษาความปลอดภัยหรือป้องกันอันตรายต่อผู้อื่น แต่การใช้กำลังต้องอยู่ภายใต้หลัก "ใช้เท่าที่จำเป็น" (Use of Necessary Force) และต้องเพิ่มระดับการควบคุมตามพฤติกรรมของผู้ถูกควบคุม หากอีกฝ่ายขัดขืนหรือใช้ความรุนแรงเจ้าหน้าที่สามารถใช้วิธีป้องกันตนเองและควบคุมสถานการณ์ได้แต่ต้องไม่เกินกว่าที่จำเป็น และเมื่อสถานการณ์สงบลงการใช้กำลังต้องยุติทันที
ด้วยเหตุนี้ประเด็นสำคัญของเหตุการณ์จึงอาจไม่ใช่เพียงว่า "ใครเริ่มก่อน" แต่คือการพิจารณาว่า ทั้งผู้เข้าร่วมงานและเจ้าหน้าที่ต่างปฏิบัติตามหน้าที่และกติกาเพียงใด หากผู้่เข้าร่วมงานไม่ปฏิบัติตามกฎย่อมมีสิทธิ์ถูกเชิญออกจากพื้นที่ แต่ในขณะเดียวกันหากเจ้าหน้าที่ใช้กำลังเกินขอบเขตที่จำเป็นก็เป็นเรื่องที่ต้องได้รับการตรวจสอบเช่นกัน
เหตุการณ์ครั้งนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า การจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ที่มีผู้เข้าร่วมจากหลายประเทศไม่ได้อาศัยเพียงกติกาที่ชัดเจนเท่านั้น แต่ยังต้องมีการสื่อสารที่เข้าใจตรงกัน การจัดการฝูงชนอย่างเป็นระบบ และการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้รับมือกับสถานการณ์ตึงเครียดตามมาตรฐานสากล เพราะท้ายที่สุดแล้วเป้าหมายของการรักษาความปลอดภัยไม่ใช่การเอาชนะผู้เข้าร่วมงานแต่คือการยุติความขัดแย้งโดยให้ทุกฝ่ายได้รับความปลอดภัยมากที่สุด




