กาง 8 ข้อสั่งการ! ลุยป้องกันคุ้มครองพระพุทธศาสนา

27 พ.ย. 2567 - 11:37

  • ‘ชูศักดิ์’ วาง 8 ข้อสั่งการให้ ‘พศ.’ ลุยป้องกันคุ้มครองพระพุทธศาสนา

  • หาแนวทางป้องทำผิดกฎหมายในวัด ดำเนินการเด็ดขาดแต่งกายเลียนแบบพระ

  • ลั่นจากนี้เลิกอยู่ในที่ตั้ง ต้องทำงานเชิงรุก

  • เผยเร่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติแก้ปัญหาที่ดินวัด-สำนักสงฆ์

  • แจงใช้ ‘ศพ’ สอนธรรมะไม่ได้-บิดเบือนคำสอน บอกดูไม่ยาก ‘ผิดอาญา-วินัย’ หรือไม่

Choosak_announced_8_orders_to_protect_Buddhism_SPACEBAR_Hero_7f22a4de47.jpg

ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) พร้อม อินทพร จั่นเอี่ยม ผู้อำนวยการ พศ. ร่วมแถลงถึงนโยบายป้องกันและคุ้มครองพระพุทธศาสนา โดยมีข้อสั่งการ 8 ข้อ ดังนี้

  1. ขอให้มีมาตรการกำหนดแนวทางป้องกันการกระทำที่ผิดกฎหมาย เช่น การเสพยาเสพติด การเล่นการพนันในบริเวณวัด
  2. ป้องกันการกระทำผิดพระธรรมวินัยของพระสงฆ์ ที่ถือเป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะการเสพเมถุน รวมถึงการใช้สื่อออนไลน์
  3. ติดตามเรื่องการนำคำสอนของพระพุทธศาสนาไปบิดเบือน ไม่ให้ศาสนิกชนหลงผิดในคำสอนของพระพุทธศาสนา หรือเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ของพระสงฆ์
  4. ดำเนินการกับผู้ที่แต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์เด็ดขาด
  5. ออกมาตรการคุ้มครองดูแลพระภิกษุสงฆ์ที่ปฏิบัติดี ไม่ให้ถูกกลั่นแกล้งด้วยวิธีการใด
  6. กำหนดมาตรการร่วมกับผู้ปกครองคณะสงฆ์ โดยใช้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคัดกรองกับผู้ที่จะอุปสมบท ป้องกันไม่ให้ผู้ต้องคดีผู้ติดยาเสพติดอาศัยวัดเป็นเครื่องมือเพื่อหลบหลีกความผิด
  7. ขอให้ พศ.จัดตั้งและปรับปรุงศูนย์ร้องเรียนเพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วและทันท่วงที
  8. หาแนวทางให้ศาสนิกชนมีส่วนร่วมในการทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา

อย่างไรก็ตาม ทั้ง 8 ข้อ เป็นการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้รัฐบาลออกมาตรการป้องกันการทำลายพระพุทธศาสนา ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นกลไกสอดส่องดูแล ที่ผ่านมา พศ.อาจอยู่ในที่ตั้ง แต่ต่อไปนี้จะทำงานเชิงรุก คอยดูพฤติกรรมที่คิดว่าไม่ถูกต้อง      

ชูศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนอีกเรื่องที่กำลังดำเนินการอยู่ คือ การแต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาการใช้ที่ดินของวัดและสำนักสงฆ์ที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ เช่น ที่ดินที่ทับซ้อนกับที่ดินของรัฐจนเกิดเป็นปัญหาข้อพิพาท

เมื่อถามถึงแนวทางการปรับปรุง พศ. ชูศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในนโยบายอย่างหนึ่ง ทั้งนี้ การปรับโครงสร้างเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ไม่ได้ทำงานได้ง่าย เพราะ พศ.เป็นระบบราชการ ดังนั้น ต้องคำนึงถึงระบบภาพรวม

ใช้ ‘ศพ’ สอนธรรมะไม่ได้-บิดเบือนคำสอน

สำหรับกรณีมีการร้องตรวจสอบสำนักสงฆ์ฝึกเรียนหูทิพย์-ตาทิพย์ โดยใช้ ‘ศพ’ เรื่องนี้ ชูศักดิ์ ชี้แจงว่า ได้มอบให้ พศ.ไปหารือกับสำนักสงฆ์ต่างๆ แต่ส่วนตัวคิดว่าทำไม่ได้

เมื่อถามว่า ถ้าประเมินภาพรวม 2 สำนัก มี 71 ศพ และมีความเชื่อมโยงกัน ทาง พศ.จะดำเนินการอย่างไร ชูศักดิ์ กล่าวว่า ทาง พศ.ต้องไปดำเนินการตรวจสอบดูว่า ทำได้หรือไม่ ซึ่งเชื่อว่าทำไม่ได้ และเมื่อทำไม่ได้ จะต้องมีมาตรการอย่างไร

สำหรับกรณี 71 ศพ จะมีมาตรการป้องกันอย่างไรนั้น ชูศักดิ์ กล่าวว่า ได้ให้ไปดูว่า การกระทำใดๆ ที่นำไปสู่การบ่อนทำลาย ดัดแปลงคำสอนพระพุทธศาสนา ทำให้พุทธศาสนิกชนเข้าใจผิดในหลักธรรมคำสอน

ก็ให้เข้าไปดูและมีมาตรการห้ามปราม เพื่อไม่ให้มีการกระทำแบบนี้เกิดขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม เราต้องยอมรับว่า การกระทำลักษณะเช่นนี้มีหลายแห่ง ซึ่งไม่ใช่หลักธรรมคำสอนของศาสนาพุทธ แต่มีการนำไปบิดเบือน

ชูศักดิ์ ศิรินิล

ดูไม่ยาก ‘ผิดอาญา-วินัย’ หรือไม่

เมื่อถามว่า เบื้องต้นมีความผิดและสามารถเอาผิดได้หรือไม่ ชูศักดิ์ กล่าวว่า ได้บอก ผอ.พศ.ไปแล้วว่า ถ้าผิดอาญา ก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ แต่ถ้าเป็นเรื่องของวินัย ต้องแจ้งคณะสงฆ์ ซึ่งการที่จะดูว่ามีผิดทางความอาญาหรือวินัยนั้นดูไม่ยาก

เมื่อถามว่า  ที่ผ่านมา พศ.ดำเนินการเชิงรับมาตลอด จะทำอย่างไรเพื่อทำมาตรการเชิงรุกตามนโยบาย ชูศักดิ์ กล่าวว่า ได้คุยกับผู้อำนวยการ พศ.แล้วว่า เรามี พศ.อยู่ทุกจังหวัด เราไม่ได้ทำแค่ว่าไปร่วมกิจกรรมทางศาสนา แต่เราจะต้องเข้าไปดูแล ซึ่งผมก็มีทีมงานที่ติดตามและรายงานมาตลอด  

ทั้งนี้ ได้ไปไล่ดูนโยบายของ พศ. เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกในนโยบายของรัฐบาล เพราะก่อนที่จะมารับหน้าที่ก็เห็นปัญหามาตลอด จึงได้หารือกับทางกับ พศ.ว่าเราจะดำเนินการ เพื่อทำให้พระพุทธศาสนาของเราเป็นหลักให้ได้ ไม่มีพฤติกรรมบ่อนทำลายในทุกรูปแบบ

เมื่อถามว่า ในการบวชพระใหม่จะมีมาตรการตรวจสอบอย่างไร ชูศักดิ์ กล่าวว่า ตรงนี้เป็นหนึ่งในมาตรการที่เรากำหนดว่า ต่อไปนี้สำนักสงฆ์จะต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้คนใช้ผ้าเหลืองมาเป็นเครื่องมือ ซึ่งการบวชพระใหม่ไม่ได้บวชกันได้ง่ายๆ เพราะมีกฎ-กติกาอยู่

ส่วนกรณีประชาชนให้ความเชื่อถือศรัทธา ‘อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม’ มากกว่าพระสงฆ์นั้น ชูศักดิ์ กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปสรุปอย่างนั้นเลย วัดยังเป็นสถานที่พึ่งพา เป็นสถาบันที่เป็นหลักของของพุทธศาสนิกชน  เพียงแต่ตอนนี้มีสิ่งอันไม่พึงประสงค์หลายประการ

กำชับสอดส่องยาเสพติดในวัด

เมื่อถามว่า ขณะนี้ขบวนการยาเสพติดเริ่มเข้าไปในวัด เราจะมีมาตรการเด็ดขาดในการป้องกันอย่างไร ชูศักดิ์ กล่าวว่า เราก็ต้องสอดส่องดูแลไม่ให้วัดเป็นแหล่งเสพยาเสพติดทั้งหลายทั้งปวง หรือใช้วัดเป็นแหล่งค้ายาเสพติด ซึ่งได้กำชับไปแล้ว

ส่วนจะต้องมีการตรวจปัสสาวะพระสงฆ์ตามวัดหรือไม่นั้น ชูศักดิ์ กล่าวว่า มีอยู่แล้ว หากมีสิ่งเหล่านี้ก็ต้องสึก และความจริงก็บวชไม่ได้อยู่แล้ว เพียงแต่เราละเลยกันมานาน ไม่ได้ดูแลกันอย่างจริงจัง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์