ในโอกาสที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา วันที่ 2 เมษายน 2568 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ขอเชิญชมนิทรรศการ “รัตนแห่งจุฬาฯ” จากพรรณไม้ สู่นวัตกรรม เพื่อความยั่งยืน ที่จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์พืชพรรณไทย และการพัฒนาพรรณไม้ ด้วยนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าอย่างสร้างสรรค์
นิทรรศการครั้งนี้มีจุดประสงค์สำคัญในการเผยแพร่พระราชกรณียกิจที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้ทรงทุ่มเทให้แก่การอนุรักษ์พืชพรรณไทย ทรงเป็นผู้นำในการส่งเสริมและพัฒนาพรรณไม้ต่างๆ ที่หายากและมีคุณค่าทางการแพทย์ รวมถึงการใช้พรรณไม้ในโครงการต่างๆ ที่ช่วยเสริมสร้างความยั่งยืนด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ
รวมถึงเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้และนำไปต่อยอดสร้างสรรค์ โดยได้รับการเอื้อเฟื้อข้อมูลจากคณะอักษรศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ ศูนย์สารนิเทศมนุษยศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศูนย์แม่ข่ายประสานงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย



ภายในนิทรรศการจัดแสดงพรรณไม้หลากหลายชนิด ควบคู่ไปกับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชและการส่งเสริมนวัตกรรมเกษตรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยแบ่งการจัดแสดงออกเป็นโซนต่างๆ ได้แก่
โซนต้นไม้ประจำพระองค์ “จำปีสิรินธร” ซึ่งเป็นพรรณไม้จำปีที่มีอยู่แห่งเดียวในโลกที่ป่าพรุชุมชน ต.ซับจำปา อ.ท่าหลวง จ.ลพบุรี และยังเป็นต้นไม้ประจำโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รวมทั้งพรรณไม้พระราชทาน อาทิ ม่วงเทพรัตน์ สัญลักษณ์ประจำอาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ไอยริศ ซึ่งเป็นพืชหายากและถิ่นเดียวของประเทศไทย เป็นต้น
โซนพรรณไม้เทิดพระเกียรติ พืชชนิดใหม่ของโลกซึ่งได้รับพระราชทานชื่อตามพระนามสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเทิดพระเกียรติที่ทรงสนพระทัยและสนับสนุนงานทางพฤกษศาสตร์ตลอดมา อาทิ สิรินธรวัลลี หรือสามสิบสองประดง ซึ่งพบในภาคอีสานตอนบนและมีลักษณะเด่นคือกลีบเลี้ยงห่อคล้ายกาบ ค้นพบปี 2538
เทียนสิรินธร หรือชมพูสิริน เป็นพืชถิ่นเดียวของไทย พบเฉพาะในกระบี่และสุราษฎร์ธานี ขึ้นตามหน้าผาหินปูน และได้รับพระราชทานชื่อ ชมพูสิริน ตามสีของดอกไม้ กุหลาบพระนามสิรินธร กุหลาบพันธุ์ใหม่ที่นำเข้าปลูกมาในชลบุรี และกลายพันธุ์มาจากพันธุ์ Madras รักตสิริน กล้วยไม้สกุลหวายลูกผสมชนิดใหม่ระหว่างหวายไทยแลนด์กับแอรี่เรดบูล ดอกสีแดงกำมะหยี่ขอบสีขาว สวยโดดเด่น เป็นต้น
โซนต้นไม้ทรงปลูก ณ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีที่มาน่าสนใจ เช่น ต้นรวงผึ้ง ที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปลูกในปี 2517 โดยนำพันธุ์มาจากพระที่นั่งอัมพรสถาน ทั้งยังเป็นพรรณไม้ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรด ต้นมหาพรหมและต้นสรัสวดี เป็นชื่อพระราชทานพ้องกับสรัสวตีเทวี ซึ่งเป็นเทพผู้เป็นสัญลักษณ์ประจำคณะอักษรศาสตร์ นอกจากนี้ยังมี ต้นจำปีสิรินธร ต้นยางนา ต้นตะเคียนทอง ต้นตะเคียนหิน ต้นยางแดง เป็นต้น
โซนพรรณไม้สู่นวัตกรรม จัดแสดงโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สนองพระราชดำริโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและศูนย์แม่ข่ายประสานงาน อพ.สธ. ร่วมกับหลายมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาพรรณพืชสู่การสร้างผลิตภัณฑ์
โซนภาพถ่ายดอกไม้ฝีพระหัตถ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี




นอกจากนี้ยังมีการเสวนาวิชาการที่น่าสนใจจากคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากคณะอักษรศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญด้านพฤกษศาสตร์ โดยมีหัวข้อสำคัญในแต่ละวันด้วย
วันที่ 1 เมษายน 2568 เสวนาวิชาการ “พรรณไม้ไทยในภูมิสถาปัตยกรรม” โดย รศ.ปารณ ชาตกุล ผู้ช่วยคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ดำเนินรายการ ดร. ภณิตา ศิลปวิทยาดิลก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วันที่ 2 เมษายน 2568 เวลา 17.00 – 17.45 น. “นวัตกรรมจากพรรณไม้ท้องถิ่นต่อยอดพระราชดำริยกระดับผลิตภัณฑ์เพื่ออนาคต” โดย ผศ.ดร.นพดล กิตนะ ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ดำเนินรายการ ดร.ชวธัช ธนูสิงห์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
และวันที่ 3 เมษายน 2568 เวลา 17.00 – 17.45 น. “มองธรรมะผ่านต้นไม้” โดย ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุวรรณา สถาอานันท์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ดำเนินรายการ รศ.ดร.สุรเดช โชติอุดมพันธ์ คณบดีคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย



ตลอดระยะเวลาจัดงานมีบูธจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์จากโครงการในพระราชดำริ นำผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมาจัดแสดง อาทิ พืชผักผลไม้ปลอดสารพิษของโครงการหลวง สินค้าที่ระลึกของมูลนิธิมหาจักรีสิรินธร เพื่อคณะอักษรศาสตร์ฯ เครื่องจักสานและผ้าทอมือของภัทรพัฒน์ ผลิตภัณฑ์ผักผลไม้แปรรูปของดอยคำ กาแฟดอยตุงและแมคคาเดเมียของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง หนังสือภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (ปี พ.ศ. 2549 - 2567) ของบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากพรรณไม้และดอกไม้ เช่น ขนมทองม้วนดอกไม้ น้ำวุ้นดอกไม้ จากร้านดอกไม้บ้านเรา ชาดอกไม้นานาชนิดพร้อมชงจากร้าน Grace family เป็นต้น
ผู้มาร่วมงานยังสามารถเข้าร่วมเรียนรู้กับกิจกรรมเวิร์กช็อปฮีลใจที่เกี่ยวเนื่องกับดอกไม้และพืชพรรณต่างๆ อาทิ การทำดอกไม้ทับแห้ง และภาพพิมพ์จากธรรมชาติ หรือ Eco Paint โดยศูนย์แม่ข่ายประสานงาน โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การวาดภาพพรรณไม้โดย ผศ.ดร. ฉัตรทิพย์ รอดทัศนา ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา พร้อมชื่นชมพันธุ์ไม้หาชมยาก และเรียนรู้การอนุรักษ์พืชพรรณด้วยนวัตกรรมสู่ความยั่งยืน ในนิทรรศการ “รัตนแห่งจุฬาฯ” จากพรรณไม้ สู่นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ตั้งแต่วันนี้ - 3 เมษายน 2568 ณ ลานกิจกรรม ชั้น G ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์


