ความไม่ชอบมาพากลในกระบวนการ ‘เลือกตั้งล่วงหน้า’ ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้ทำให้หลายคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่ามีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต
หนึ่งในนั้น คือ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่ออกมาแถลงข่าวจับพิรุธถึงความผิดปกติในการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมา โดยพุ่งเป้าไปที่การ ‘ขนคนมาลงคะแนนเสียง’ ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ ชูวิทย์ อธิบายว่าจังหวัดนี้มีเพียง 2 เขต แต่กลับพบว่ามีคนที่อยู่เขตหนึ่ง ไปเลือกตั้งล่วงหน้าที่เขตสอง จำนวน 4,735 คน ขณะที่เขตสอง ไปเลือกตั้งล่วงหน้าที่เขตหนึ่ง จำนวน 2,554 คน มองว่าเป็นการเลือกตั้งล่วงหน้าเพื่ออำพรางการซื้อเสียง โดยมีหัวคะแนนของพรรคการเมือง เป็นคนจัดการ
ชูวิทย์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงข้อพิรุธของการเขียนเลขเขตและจังหวัดที่อยู่บนหน้าซองลงคะแนนผิด โดยปัญหานี้พบว่าเกิดในหลายพื้นที่ไม่ใช่แค่จังหวัดใด จังหวัดหนึ่ง เช่น จ.อุดรธานี จ.อุบลราชธานี จ.ขอนแก่น ซึ่งผลที่ตามมา คือ จะทำให้ใบลงคะแนนเลือกตั้งแบบเบ่งเขต ที่มีเพียงเบอร์ของผู้สมัคร ไม่มีการระบุชื่อและพรรคของผู้สมัครลงไปด้วย มีการนับคะแนนที่ผิดเพี้ยนไป เช่น อยู่เขต 7 เป็นพรรคการเมืองหนึ่ง แต่พอไปเขต 8 เป็นอีกพรรคการเมืองหนึ่ง
ข้อพิรุธที่เกิดขึ้น ชูวิทย์ มั่นใจว่า ‘เป็นการวางแผนการเพื่อหวังโกงการเลือกตั้ง’ ที่จงใจสลับเขตบัตรเลือกตั้ง เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบางพรรคการเมือง
“เป็นการวางแผนให้มีการซื้อเสียงได้ล่วงหน้า และสามารถทำได้อย่างชัดเจน”
ชูวิทย์ ยังเสนอให้มีการยกเลิกการเลือกตั้งล่วงหน้าที่เกิดขึ้น เพราะถือพบการทุจริตเป็นจำนวนมากตั้งแต่การออกแบบบัตร กระบวนการลงคะแนนเสียง ที่สำคัญ กกต. ยังไม่สามารถควบคุมการเลือกตั้งครั้งนี้ให้โปร่งใส สุจริตได้ พร้อมเรียกร้องให้ กกต. ชุดนี้ลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะงบประมาณที่ใช้ในการจัดการเลือกตั้งสูงถึง 6,000 ล้านบาท
“มันมั่วมากเลย จนตั้งข้อสงสัยได้ว่ามันตั้งใจมั่วหรือเปล่า”
นอกจากนี้ ชูวิทย์ ยังเตือนว่าในวันเลือกตั้งที่ 14 พ.ค.นี้ ทุกคนต้องช่วยกันจับตาดู เพราะเชื่อว่าจะมีความผิดปกติอีกมาก
“ผมมั่นใจว่าการเลือกตั้งล่วงหน้า วันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา ไม่โปร่งใสแน่นอน ควรจะให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะเลย เพราะมีการเขียนซองผิด เขียนเลขผิด ไม่เขียนบ้าง เขียนสลับเลขบ้าง เอาซองไปใส่รวมกันบ้าง มีการขนถ่ายอย่างไม่รัดกุมบ้าง เรื่องแบบนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นนะในปี 2566”
สำหรับผลคะแนนการเลือกตั้งในครั้งนี้ ชูวิทย์ เชื่อว่าจะหักปากกาเซียนของผลโพลหลายสำนัก ส่วนพรรคที่ชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ก็เห็นว่าจะเป็นการได้คะแนนที่ไม่บริสุทธิ์อย่างแน่นอน
หนึ่งในนั้น คือ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่ออกมาแถลงข่าวจับพิรุธถึงความผิดปกติในการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมา โดยพุ่งเป้าไปที่การ ‘ขนคนมาลงคะแนนเสียง’ ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ ชูวิทย์ อธิบายว่าจังหวัดนี้มีเพียง 2 เขต แต่กลับพบว่ามีคนที่อยู่เขตหนึ่ง ไปเลือกตั้งล่วงหน้าที่เขตสอง จำนวน 4,735 คน ขณะที่เขตสอง ไปเลือกตั้งล่วงหน้าที่เขตหนึ่ง จำนวน 2,554 คน มองว่าเป็นการเลือกตั้งล่วงหน้าเพื่ออำพรางการซื้อเสียง โดยมีหัวคะแนนของพรรคการเมือง เป็นคนจัดการ
ชูวิทย์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงข้อพิรุธของการเขียนเลขเขตและจังหวัดที่อยู่บนหน้าซองลงคะแนนผิด โดยปัญหานี้พบว่าเกิดในหลายพื้นที่ไม่ใช่แค่จังหวัดใด จังหวัดหนึ่ง เช่น จ.อุดรธานี จ.อุบลราชธานี จ.ขอนแก่น ซึ่งผลที่ตามมา คือ จะทำให้ใบลงคะแนนเลือกตั้งแบบเบ่งเขต ที่มีเพียงเบอร์ของผู้สมัคร ไม่มีการระบุชื่อและพรรคของผู้สมัครลงไปด้วย มีการนับคะแนนที่ผิดเพี้ยนไป เช่น อยู่เขต 7 เป็นพรรคการเมืองหนึ่ง แต่พอไปเขต 8 เป็นอีกพรรคการเมืองหนึ่ง
ข้อพิรุธที่เกิดขึ้น ชูวิทย์ มั่นใจว่า ‘เป็นการวางแผนการเพื่อหวังโกงการเลือกตั้ง’ ที่จงใจสลับเขตบัตรเลือกตั้ง เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบางพรรคการเมือง
“เป็นการวางแผนให้มีการซื้อเสียงได้ล่วงหน้า และสามารถทำได้อย่างชัดเจน”
ชูวิทย์ ยังเสนอให้มีการยกเลิกการเลือกตั้งล่วงหน้าที่เกิดขึ้น เพราะถือพบการทุจริตเป็นจำนวนมากตั้งแต่การออกแบบบัตร กระบวนการลงคะแนนเสียง ที่สำคัญ กกต. ยังไม่สามารถควบคุมการเลือกตั้งครั้งนี้ให้โปร่งใส สุจริตได้ พร้อมเรียกร้องให้ กกต. ชุดนี้ลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะงบประมาณที่ใช้ในการจัดการเลือกตั้งสูงถึง 6,000 ล้านบาท
“มันมั่วมากเลย จนตั้งข้อสงสัยได้ว่ามันตั้งใจมั่วหรือเปล่า”
นอกจากนี้ ชูวิทย์ ยังเตือนว่าในวันเลือกตั้งที่ 14 พ.ค.นี้ ทุกคนต้องช่วยกันจับตาดู เพราะเชื่อว่าจะมีความผิดปกติอีกมาก
“ผมมั่นใจว่าการเลือกตั้งล่วงหน้า วันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา ไม่โปร่งใสแน่นอน ควรจะให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะเลย เพราะมีการเขียนซองผิด เขียนเลขผิด ไม่เขียนบ้าง เขียนสลับเลขบ้าง เอาซองไปใส่รวมกันบ้าง มีการขนถ่ายอย่างไม่รัดกุมบ้าง เรื่องแบบนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นนะในปี 2566”
สำหรับผลคะแนนการเลือกตั้งในครั้งนี้ ชูวิทย์ เชื่อว่าจะหักปากกาเซียนของผลโพลหลายสำนัก ส่วนพรรคที่ชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ก็เห็นว่าจะเป็นการได้คะแนนที่ไม่บริสุทธิ์อย่างแน่นอน



