‘ชูวิทย์’ ส่งต่อ ‘โรม’ ขยี้ส่วยกลางคืน

2 มิ.ย. 2566 - 17:02

  • ชูวิทย์’ แฉจีนเทาภาค 2 หลังตำรวจบุกจับผับดังย่านคลองตัน เปิดห้อง VIP ให้นักเที่ยวจีนปาร์ตี้ยา

  • ลั่นพร้อมส่งต่อข้อมูล ‘ส่วยกลางคืน’ ให้ ‘วิโรจน์-ก้าวไกล’ จัดการ

  • ชี้ที่น่ากลัวไม่ใช่อเมริกาแต่เป็นจีน!

chuwit_gray_chinese_business_part2_rangsiman_rome_SPACEBAR_Hero_4c59d4462c.jpeg
ประเด็นเรื่องจีนเทากลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง หลังตำรวจกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.นำกำลังเข้าตรวจค้นสถานบันเทิงไดมอนด์ เคทีวี ย่านถนนเพชรบุรีตัดใหม่ และพบนักท่องเที่ยวหลายคน กำลังมั่วสุมยาเสพติด คล้ายกับกรณีที่ตำรวจบุกไปทลายผับจินหลิง ย่านสาธร  จนนำมาสู่การขยายผลจับกุม ‘ตู้ห่าว’ 
 
ล่าสุดวันนี้ (2 มิ.ย.) ‘ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์’ ซึ่งเป็นคนแรกๆ ที่ออกมาแฉเรื่องทุนจีนสีเทาและผับจินหลิง ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเปิดประเด็นจีนเทาภาค 2  
 
‘ชูวิทย์’ ตั้งข้อสังเกตว่าสิ่งที่คล้ายกันระหว่าง ‘จินหลิง’ กับ ‘ไดมอนด์ เคทีวี’ คือ มีบ่อน มียาเสพติดประเภทเดียวกัน และมีเรื่องผู้หญิงบริการเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งข้อมูลที่เขามีพบว่า มีบุคคลชื่อ ‘ชายเล็ก’ ที่มีเครือข่ายในแวดวงธุรกิจอาบอบนวด และยังเป็นที่รู้จักในวงการตำรวจ โดยเฉพะตำรวจในพื้นที่มักกะสัน ได้ชักชวนให้ ‘อาจ๋าย’ ชายชาวจีน ที่พูดไทยได้ อายุประมาณ 50 ปี เข้ามาร่วมทุนทำธุรกิจสถานบันเทิงไดมอนด์ เคทีวี และ ‘เมรี’ โดยภายในมีทั้งบ่อนและผู้หญิงไว้คอยบริการ โดยจะเปิดรับเฉพาะคนจีนเท่านั้น คิดค่าห้อง VIP ราคา 100,000 บาท ใช้ห้องได้ประมาณ 5-6 ชั่วโมง  
 
ปัญหาที่เกิดขึ้น ‘ชูวิทย์’ ชี้เป้าว่ามาจากปัญหาเรื่อง ‘ส่วยกลางคืน’ เพราะสถานบันเทิงลักษณะนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีการเคลียร์กับตำรวจมาก่อน ซึ่งเขาเคยแจ้งเรื่องนี้ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติรับทราบแล้ว ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บอกว่าเรื่องนี้มีประเด็นเรื่องหน่วยงานขัดแย้งกันเองซ่อนอยู่ด้วย ซึ่ง ‘ชูวิทย์’ มองว่าเป็นเรื่องดี เพราะจะทำให้เกิดการแฉเรื่องธุรกิจสีเทามากขึ้น  
 
อีกปัญหาคือเรื่องการคัดกรองต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) โดย ‘ชูวิทย์’ อธิบายว่าทุนจีนเทาที่เข้าไทยมาได้อย่างสบายๆ มาด้วย วีซ่า ON ARRIVAL ที่ให้เข้าไทยมาได้เลย และอาจมีการจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่เพื่ออำนวยความสะดวก ไม่มีการตรวจประวัติว่าบุคคลดังกล่าวมีหมายจับอะไรหรือไม่ ดังนั้นจึงมองว่าหากประเทศไทยยังไม่จัดการเรื่องนี้ อีกไม่นานประเทศไทยจะเป็น ‘ศูนย์กลางจีนหมายแดง’ หรือศูนย์กลางของนักโทษตามหมายแดงของจีน โดยตอนนี้จากข้อมูลพบว่ามีคนจีนมาอยู่ในไทยแล้วประมาณ 3 ล้านคน 
 
‘ชูวิทย์’ ยังมองว่าปัญหาเรื่องส่วยและเรื่องตม. เป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าตัวเขาเพียงคนเดียวจะจัดการได้ จึงอยากให้พรรคก้าวไกล หรือใครก็ตามที่จะเข้ามาเป็นรัฐบาลเป็นผู้จัดการเรื่องนี้แทน เพราะเชื่อว่าจะจัดการเรื่องเหล่านี้ได้ดีกว่า ย้ำว่าสิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ปัญหาคืออิทธิพลจีนที่แผ่เข้ามาในประเทศไทย โดยที่ไทยไร้ระบบคัดกรองชาวต่างชาติที่มีประสิทธิภาพ 
 
ช่วงหนึ่ง ‘ชูวิทย์’ ยังได้โทรศัพท์ไปหา ‘รังสิมันต์ โรม’ โฆษกพรรคก้าวไกล ที่ก่อนหน้านี้เขาได้ส่งข้อมูลเรื่องจีนเทาภาค 1 ให้รังสิมันต์ ใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาแล้ว โดย ‘ชูวิทย์’ ได้ฝากให้ ‘รังสิมันต์’ ดูแลเรื่องนี้ด้วย โดยเขาจะส่งข้อมูลทั้งหมดที่มีไปให้ ซึ่ง ‘รังสิมันต์’ ได้รับปากว่าจะดูแลเรื่องนี้ให้ 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์