ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์คลิปวิดีโอของผู้ใช้ TikTok รายหนึ่ง ที่บันทึกภาพเหตุการณ์การที่มีลักษณะคล้ายกับการซื้อเสียง พร้อมระบุข้อความว่า “เทศกาลจ่ายเงิน ภาคอีสาน ภาคใต้ เริ่มจ่ายกันแล้ว มัดจำกันไว้ก่อนน อสม. เป็นคนเดินสายจดรายชื่อตามบ้าน เมื่อได้เป็น ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล ก็โกงเงินกลับมาสะสม ดูเอาเองว่าพรรคไหน? นักการเมืองถึงรวย ชาวบ้านถึงจน”
ต่อมา ชูวิทย์ ได้คอมเมนต์เพิ่มเติมใต้โพสต์ของตัวเองว่า “อสม. คือตัวหลักในการล่ารายชื่อชาวบ้านจ่ายเงิน ใครถ่ายคลิปได้ส่งให้ผม ได้รายละ 10,000 บาท ต้องชัดนะครับ”
สำหรับคลิปดังกล่าวเป็นคลิปการสนทนาระหว่างครอบครัวของผู้โพสต์ กับหญิงรายหนึ่งที่ถือสมุดรายชื่อบางอย่างไว้ในมือ พร้อมให้คำแนะนำว่าหากครอบครัวของผู้โพสต์ มี 4-5 คน หาจะเลือก ให้ลงชื่อตามจำนวน พร้อมกับระบุที่อยู่ด้วย โดยในคลิปดังกล่าวยังเห็นว่าในมือของครอบครัวผู้โพสต์ ได้ถือใบปลิวของผู้สมัครของ ‘หมอมิลค์’ หรือ ทันตแพทย์หญิง จิดาภา สุนทรธนากุล ผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย เขต 2 เบอร์ 4 ด้วย ซึ่งต่อมา ศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาตอบโต้ว่าคลิปดังกล่าวเป็นกระบวนการใส่ร้ายป้ายสีผู้สมัครของพรรค เช่นเดียวกับ หมอมิลค์ ที่โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้ว่า ถูกใส่ร้าย และเธอได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. โพนพิสัยแล้ว รวมถึงขอให้ กกต. ตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นนี้ด้วย
อีกความเคลื่อนไหวของ ชูวิทย์ เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (20 เม.ย.) นอกจากโพสต์เฟซบุ๊ก อ้างถึงการซื้อเสียงแล้ว เขายังได้ลงพื้นที่รณรงค์ต่อต้านกัญชาเสรี ที่ถนนข้าวสาร หลังก่อนหน้านี้มีกลุ่มที่สนับสนุนกัญชา ได้นัดหมายกันจัดกิจกรรมสูบบ้องกัญชาและเดินขบวนพาเหรด เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในวันกัญชาโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 20 เม.ย. ของทุกปี แต่ต่อมากลุ่มดังกล่าวได้เลื่อนการจัดงานออกไปเป็นช่วงหลักเลือกตั้ง
โดยช่วงหนึ่งระหว่างที่ ชูวิทย์ ลงพื้นที่เขาได้พบกับชายกลุ่มหนึ่งที่สนับสนุนกัญชาประมาณ 3-4 คน โดยกลุ่มนี้ได้ขอให้ชูวิทย์ มองกัญชาในแง่ที่เป็นประโยชน์ด้วย ซึ่ง ชูวิทย์ ได้ตอบกลับไปว่าที่เขาบอกว่ากัญชาไม่ดีเพราะมันไปรบกวนคนอื่น พร้อมย้อนถามว่าคุณอยากให้ลูกสูบกัญชาไหมล่ะ ซึ่งชายคนดังกล่าวได้ตอบทันทีว่าลูกผมก็สูบครับ ทำให้ชูวิทย์ ถามกลับด้วยน้ำเสียงมีอารมณ์ว่าลูกคุณอายุเท่าไหร่ แต่ชายคนดังกล่าวไม่ได้ตอบคำถาม พร้อมย้ำว่าเขาทำถูกต้องตามกฎหมาย จนกลายเป็นชวนเหตุให้เกิดการปะคะคารมกันครู่หนึ่ง ก่อนที่ตำรวจจะเข้ามาห้ามปราม โดยชูวิทย์ ย้ำว่าสิ่งที่เขาต่อต้านคือการใช้กัญชาอย่างเสรีโดยไร้กฎหมายควบคุม เพราะจะทำให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงกัญชาได้ง่าย แต่ไม่ได้ต่อต้านการใช้กัญชาในทางการแพทย์ ขณะที่กลุ่มดังกล่าวพยามอธิบายว่าเขาได้ประโยชน์จากกัญชาในทางการแพทย์ และเวลาสูบกัญชาเขาก็สูบที่บ้าน ไม่ใช่ที่สาธารณะ
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้ถามชูวิทย์ เพิ่มเติมว่าพักหลังเริ่มมีกลุ่มคนออกมาต่อต้านการรณรงค์ของเขาบ่อยครั้งต่อจากนี้จะมีการรับมือออย่างไร โดยชูวิทย์ ตอบกลับว่าไม่ต้องรับมืออะไร เพราะเขาพูดความจริงและสิ่งที่เขาพูดเป็นข้อมูลที่อ้างอิงจากนักวิชาการและแพทย์ หากไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร เพราะสิ่งที่เขาต่อต้านคือการใช้กัญชาโดยไร้กฎหมายควบคุม
โดยช่วงท้ายของการลงพื้นที่ ชูวิทย์ ได้ติดสติ๊กเกอร์ต่อต้านกัญชาไว้ที่เสาบริเวณทางเข้าถนนข้าวสาร พร้อมบอกว่าแม้จะมีคนกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในถนนข้าวสารให้สนับสนุนกัญชาเสรี แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่อยู่ในพื้นที่นี้จะเห็นด้วยกับกัญชาเสรี ดังนั้นอย่ามาพูดว่าถนนกัญชาเป็นถนนสายเขียว
ต่อมา ชูวิทย์ ได้คอมเมนต์เพิ่มเติมใต้โพสต์ของตัวเองว่า “อสม. คือตัวหลักในการล่ารายชื่อชาวบ้านจ่ายเงิน ใครถ่ายคลิปได้ส่งให้ผม ได้รายละ 10,000 บาท ต้องชัดนะครับ”
สำหรับคลิปดังกล่าวเป็นคลิปการสนทนาระหว่างครอบครัวของผู้โพสต์ กับหญิงรายหนึ่งที่ถือสมุดรายชื่อบางอย่างไว้ในมือ พร้อมให้คำแนะนำว่าหากครอบครัวของผู้โพสต์ มี 4-5 คน หาจะเลือก ให้ลงชื่อตามจำนวน พร้อมกับระบุที่อยู่ด้วย โดยในคลิปดังกล่าวยังเห็นว่าในมือของครอบครัวผู้โพสต์ ได้ถือใบปลิวของผู้สมัครของ ‘หมอมิลค์’ หรือ ทันตแพทย์หญิง จิดาภา สุนทรธนากุล ผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย เขต 2 เบอร์ 4 ด้วย ซึ่งต่อมา ศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาตอบโต้ว่าคลิปดังกล่าวเป็นกระบวนการใส่ร้ายป้ายสีผู้สมัครของพรรค เช่นเดียวกับ หมอมิลค์ ที่โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้ว่า ถูกใส่ร้าย และเธอได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. โพนพิสัยแล้ว รวมถึงขอให้ กกต. ตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นนี้ด้วย
อีกความเคลื่อนไหวของ ชูวิทย์ เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (20 เม.ย.) นอกจากโพสต์เฟซบุ๊ก อ้างถึงการซื้อเสียงแล้ว เขายังได้ลงพื้นที่รณรงค์ต่อต้านกัญชาเสรี ที่ถนนข้าวสาร หลังก่อนหน้านี้มีกลุ่มที่สนับสนุนกัญชา ได้นัดหมายกันจัดกิจกรรมสูบบ้องกัญชาและเดินขบวนพาเหรด เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในวันกัญชาโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 20 เม.ย. ของทุกปี แต่ต่อมากลุ่มดังกล่าวได้เลื่อนการจัดงานออกไปเป็นช่วงหลักเลือกตั้ง
โดยช่วงหนึ่งระหว่างที่ ชูวิทย์ ลงพื้นที่เขาได้พบกับชายกลุ่มหนึ่งที่สนับสนุนกัญชาประมาณ 3-4 คน โดยกลุ่มนี้ได้ขอให้ชูวิทย์ มองกัญชาในแง่ที่เป็นประโยชน์ด้วย ซึ่ง ชูวิทย์ ได้ตอบกลับไปว่าที่เขาบอกว่ากัญชาไม่ดีเพราะมันไปรบกวนคนอื่น พร้อมย้อนถามว่าคุณอยากให้ลูกสูบกัญชาไหมล่ะ ซึ่งชายคนดังกล่าวได้ตอบทันทีว่าลูกผมก็สูบครับ ทำให้ชูวิทย์ ถามกลับด้วยน้ำเสียงมีอารมณ์ว่าลูกคุณอายุเท่าไหร่ แต่ชายคนดังกล่าวไม่ได้ตอบคำถาม พร้อมย้ำว่าเขาทำถูกต้องตามกฎหมาย จนกลายเป็นชวนเหตุให้เกิดการปะคะคารมกันครู่หนึ่ง ก่อนที่ตำรวจจะเข้ามาห้ามปราม โดยชูวิทย์ ย้ำว่าสิ่งที่เขาต่อต้านคือการใช้กัญชาอย่างเสรีโดยไร้กฎหมายควบคุม เพราะจะทำให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงกัญชาได้ง่าย แต่ไม่ได้ต่อต้านการใช้กัญชาในทางการแพทย์ ขณะที่กลุ่มดังกล่าวพยามอธิบายว่าเขาได้ประโยชน์จากกัญชาในทางการแพทย์ และเวลาสูบกัญชาเขาก็สูบที่บ้าน ไม่ใช่ที่สาธารณะ
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้ถามชูวิทย์ เพิ่มเติมว่าพักหลังเริ่มมีกลุ่มคนออกมาต่อต้านการรณรงค์ของเขาบ่อยครั้งต่อจากนี้จะมีการรับมือออย่างไร โดยชูวิทย์ ตอบกลับว่าไม่ต้องรับมืออะไร เพราะเขาพูดความจริงและสิ่งที่เขาพูดเป็นข้อมูลที่อ้างอิงจากนักวิชาการและแพทย์ หากไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร เพราะสิ่งที่เขาต่อต้านคือการใช้กัญชาโดยไร้กฎหมายควบคุม
โดยช่วงท้ายของการลงพื้นที่ ชูวิทย์ ได้ติดสติ๊กเกอร์ต่อต้านกัญชาไว้ที่เสาบริเวณทางเข้าถนนข้าวสาร พร้อมบอกว่าแม้จะมีคนกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในถนนข้าวสารให้สนับสนุนกัญชาเสรี แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่อยู่ในพื้นที่นี้จะเห็นด้วยกับกัญชาเสรี ดังนั้นอย่ามาพูดว่าถนนกัญชาเป็นถนนสายเขียว






