เรียกว่า ‘ขิงก็ราข่าก็แรง’ จนแซ่บไม่ไหวจริงๆ เพราะแม้เมื่อวานนี้ (5 เม.ย.) พรรคภูมิใจไทย จะประกาศชัยชนะ หลังศาลแพ่งมีคำสั่งห้าม ‘ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์’ พูดหรือกระทำการใดๆ เกี่ยวกับเรื่องกัญชาของพรรคภูมิใจไทยอีก จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น แต่คนอย่าง ‘ชูวิทย์’ ที่ได้ประกาศเตือนผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวไปแล้วว่า ‘อย่าให้คนอย่างผมได้ชน’ ไม่มีทางหยุดเคลื่อนไหวเรื่องนี้แน่นอน
ล่าสุดวันนี้ (6 เม.ย.) ‘ชูวิทย์’ ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ยืนยันว่าจะเดินหน้าพูดเรื่องโทษของกัญชาต่อไป เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนไทยทุกคน เป็นประเด็นสาธารณะ ไม่ใช่การพูดเรื่องส่วนตัวของคนในพรรค อีกทั้ง ‘พรรคการเมือง’ มีที่มาจากการเลือกของประชาชน ดังนั้นประชาชนจึงมีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์ได้ ย้ำว่าจำเป็นต้องพูดในช่วงที่มีการหาเสียงเลือกตั้ง เพราะเมื่อพรรคภูมิใจไทยได้ประโยชน์จากกัญชามาจากการหาเสียง ดังนั้นพรรคภูมิใจไทยก็ต้องรับฟังผลเสียที่เกี่ยวกับนโยบายนี้ด้วย
นอกจากนี้ ‘ชูวิทย์’ ยังย้อนคำพูดของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่เคยพูดในทำนองว่าไม่สนใจสิ่งที่ตนพูด และไม่ให้ราคา เพราะไม่มีผลกระทบอะไร ว่า หากเป็นอย่างนั้นจริงจะให้คนไปยื่นเรื่องต่อศาลทำไม
“อนุทิน เคยบอกไม่สนใจเรื่องเล็ก ไม่มีราคา ไม่มีผลกระทบ แล้วถ้าไม่กระทบคุณไปร้องทำไมล่ะ ถ้าคุณไม่มีผลกระทบอะไร ยิ่งพูดยิ่งดัง นี่คือวิสัยของพรรคการเมือง พรรคการเมืองอย่าลืมนะครับ ถ้าวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ อนาคตพรรคการเมืองก็จะแปรสภาพเป็นรัฐบาล ซึ่งมีอำนาจอยู่ในมือการบริหารประเทศ ”
‘ชูวิทย์’ ยังย้ำว่าเขาจะไม่ยื่นเรื่องอุทธรณ์ต่อศาล เพราะหากทำแบบนั้นจะกลายเป็นการเดินตามเกมของเขา ยืนยันว่าจะใช้วิธีการมวลชนคือพูดเรื่องโทษกัญชาและความหละหลวมของการออกกฎหมายควบคุมกัญชาต่อไป ย้ำว่าเป็นสิทธิและเสรีภาพของตัวเอง ในการแสดงความคิดเห็น และเรื่องนี้คนที่จะเป็นคนตัดสินคือประชาชน ที่จะออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค.นี้
นอกจากนี้ ‘ชูวิทย์’ ยังตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการทำงานของศาล เพราะมองว่าศาลควรจะต้องเรียกตนไปให้ถ้อยคำด้วย แต่การพิจารณาของศาลครั้งนี้ กลับไม่มีการเรียกตนไปให้ปากคำ และยังเร่งรีบพิจารณา เพราะเมื่อวันที่ 4 เม.ย. ที่ผ่านมา ศาลแพ่งได้ยกคำร้องของพรรคภูมิใจไทยแล้ว แต่ต่อมาวันที่ 5 เม.ย. พรรคภูมิใจไทย ได้ไปยื่นเรื่องต่อศาลใหม่ในช่วงเช้า ก่อนที่ช่วงบ่ายในวันเดียวกันศาลจะมีคำสั่งดังกล่าวออกมา เพราะฉะนั้นจึงไม่จำเป็นต้องไปอุทธรณ์ “เพราะเห็นตั้งแต่ต้นแล้วว่ากระบวนการนี้ไม่ชอบธรรม”
‘ชูวิทย์’ ยังตั้งคำถามว่าการที่ศาลทำแบบนี้อาจหมายความว่าศาลฟังความข้างเดียว และเข้าข้างพรรคภูมิใจไทยหรือเปล่า และถ้าบริสุทธ์ใจทำไมถึงไม่ประกาศว่าจะยื่น แบบนี้เรียกว่าเป็นการลักยื่น
“คุณทำอะไร พรรคการเมืองทำลับๆ ล่อๆ ไปยื่นแล้วไม่ให้ศาลเรียกผม ผมถามคำว่างั้นศาลฟังความข้างเดียวสิครับ ศาลเข้าข้างพรรคภูมิใจไทยหรือเปล่า ผมถามได้ไหมล่ะ”
สำหรับกิจกรรมการเคลื่อนไหวของ ‘ชูวิทย์’ ต่อจากนี้ เบื้องต้นในวันศุกร์ ที่ 7 เม.ย. เวลา 17.00 น. ‘ชูวิทย์’ มีกำหนดการลงพื้นที่ต่อต้านนโยบายกัญชา ที่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ล่าสุดวันนี้ (6 เม.ย.) ‘ชูวิทย์’ ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ยืนยันว่าจะเดินหน้าพูดเรื่องโทษของกัญชาต่อไป เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนไทยทุกคน เป็นประเด็นสาธารณะ ไม่ใช่การพูดเรื่องส่วนตัวของคนในพรรค อีกทั้ง ‘พรรคการเมือง’ มีที่มาจากการเลือกของประชาชน ดังนั้นประชาชนจึงมีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์ได้ ย้ำว่าจำเป็นต้องพูดในช่วงที่มีการหาเสียงเลือกตั้ง เพราะเมื่อพรรคภูมิใจไทยได้ประโยชน์จากกัญชามาจากการหาเสียง ดังนั้นพรรคภูมิใจไทยก็ต้องรับฟังผลเสียที่เกี่ยวกับนโยบายนี้ด้วย
นอกจากนี้ ‘ชูวิทย์’ ยังย้อนคำพูดของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่เคยพูดในทำนองว่าไม่สนใจสิ่งที่ตนพูด และไม่ให้ราคา เพราะไม่มีผลกระทบอะไร ว่า หากเป็นอย่างนั้นจริงจะให้คนไปยื่นเรื่องต่อศาลทำไม
“อนุทิน เคยบอกไม่สนใจเรื่องเล็ก ไม่มีราคา ไม่มีผลกระทบ แล้วถ้าไม่กระทบคุณไปร้องทำไมล่ะ ถ้าคุณไม่มีผลกระทบอะไร ยิ่งพูดยิ่งดัง นี่คือวิสัยของพรรคการเมือง พรรคการเมืองอย่าลืมนะครับ ถ้าวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ อนาคตพรรคการเมืองก็จะแปรสภาพเป็นรัฐบาล ซึ่งมีอำนาจอยู่ในมือการบริหารประเทศ ”
‘ชูวิทย์’ ยังย้ำว่าเขาจะไม่ยื่นเรื่องอุทธรณ์ต่อศาล เพราะหากทำแบบนั้นจะกลายเป็นการเดินตามเกมของเขา ยืนยันว่าจะใช้วิธีการมวลชนคือพูดเรื่องโทษกัญชาและความหละหลวมของการออกกฎหมายควบคุมกัญชาต่อไป ย้ำว่าเป็นสิทธิและเสรีภาพของตัวเอง ในการแสดงความคิดเห็น และเรื่องนี้คนที่จะเป็นคนตัดสินคือประชาชน ที่จะออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค.นี้
นอกจากนี้ ‘ชูวิทย์’ ยังตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการทำงานของศาล เพราะมองว่าศาลควรจะต้องเรียกตนไปให้ถ้อยคำด้วย แต่การพิจารณาของศาลครั้งนี้ กลับไม่มีการเรียกตนไปให้ปากคำ และยังเร่งรีบพิจารณา เพราะเมื่อวันที่ 4 เม.ย. ที่ผ่านมา ศาลแพ่งได้ยกคำร้องของพรรคภูมิใจไทยแล้ว แต่ต่อมาวันที่ 5 เม.ย. พรรคภูมิใจไทย ได้ไปยื่นเรื่องต่อศาลใหม่ในช่วงเช้า ก่อนที่ช่วงบ่ายในวันเดียวกันศาลจะมีคำสั่งดังกล่าวออกมา เพราะฉะนั้นจึงไม่จำเป็นต้องไปอุทธรณ์ “เพราะเห็นตั้งแต่ต้นแล้วว่ากระบวนการนี้ไม่ชอบธรรม”
‘ชูวิทย์’ ยังตั้งคำถามว่าการที่ศาลทำแบบนี้อาจหมายความว่าศาลฟังความข้างเดียว และเข้าข้างพรรคภูมิใจไทยหรือเปล่า และถ้าบริสุทธ์ใจทำไมถึงไม่ประกาศว่าจะยื่น แบบนี้เรียกว่าเป็นการลักยื่น
“คุณทำอะไร พรรคการเมืองทำลับๆ ล่อๆ ไปยื่นแล้วไม่ให้ศาลเรียกผม ผมถามคำว่างั้นศาลฟังความข้างเดียวสิครับ ศาลเข้าข้างพรรคภูมิใจไทยหรือเปล่า ผมถามได้ไหมล่ะ”
สำหรับกิจกรรมการเคลื่อนไหวของ ‘ชูวิทย์’ ต่อจากนี้ เบื้องต้นในวันศุกร์ ที่ 7 เม.ย. เวลา 17.00 น. ‘ชูวิทย์’ มีกำหนดการลงพื้นที่ต่อต้านนโยบายกัญชา ที่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ




