มหากาพย์ระหว่าง ‘ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์’ กับ ‘ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด’ ส่อแววว่าจะยังไม่จบกันง่ายๆ ยังคงผลัดกันฟาดคนละหมัดอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด ชูวิทย์ ได้โพสต์ภาพความสนิทสนมระหว่าง ‘ทนายตั้ม’ กับ ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล’ หรือ ‘บิ๊กโจ๊ก’ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยมีภรรยาของทั้งคู่ยืนร่วมวงอยู่ด้วย พร้อมระบุข้อความในลักษณะเตือนให้ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ระวังตัวอย่านำคนที่รวยอย่างมีเงื่อนงำมาอยู่ใกล้ตัว เพราะอาจจะทำให้เสียหายได้ง่ายๆ อีกทั้งตัวของ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ก็มีคนรอจองกฐินยาวอยู่แล้ว หากวางตัวไม่ดีโอกาสที่จะได้ขยับไปเป็น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็อาจมีปัญหาได้ เพราะในอดีตมีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ว่าสิ่งที่ต้องระวังในการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง ผบ.ตร. คือ ‘คนใกล้ตัว’ ที่มักจะทำให้ตกอับกับแสง
นอกจากนี้ ชูวิทย์ ระบุข้อความในทำนองจิกกัดว่า ‘ทนายตั้ม’ แค่สนิทกับรอง ผบ.ตร. ยังรวยขนาดนี้ หากสนิทกับ ผบ.ตร. จะรวยขนาดไหน
ส่วนประเด็นที่ ‘ทนายตั้ม’ ปล่อยคลิปเสียงคล้ายชูวิทย์ กำลังคุยกับทหารยศใหญ่คนหนึ่งในลักษนะฝากลูกชายให้เป็นทหาร โดยประเด็นนี้ ‘ชูวิทย์’ ได้ชี้แจงในคอมเมนต์ใต้โพสต์ดังกล่าวว่า “ไม่รู้ว่าฝากยังไง ลูกผมถึงได้เป็นแค่ทหารเกณฑ์ ส่วนเรื่องแมนไม่แมน ที่มาบอกว่าลูกผมรับเงิน 50 ล้าน หลักฐานก็ไม่มี ไปแก้ตัวเอาที่ศาลนะครับ”
สำหรับชนวนเหตุของมหกาพย์ครั้งนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากการที่ ‘ทนายตั้ม’ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 66 โดยกล่าวหาว่า ‘ชูวิทย์’ มีพฤติกรรมแฉไปไถไป จนเกิดเป็นประเด็นตอบโต้กันไปมาบนโซเชี่ยล และนำมาสู่การฟ้องร้องในชั้นศาล โดย ‘ชูวิทย์’ ได้ฟ้อง ‘ทนายตั้ม’ ฐานหมิ่นประมาทโดยเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน จำนวน 100 ล้านบาท พร้อมกับร้องเรียนไปยังสภาทนายความฯ เพื่อขอให้ตรวจสอบมรรยาททนายของ ‘ทนายตั้ม’ ด้วย
ล่าสุด ชูวิทย์ ได้โพสต์ภาพความสนิทสนมระหว่าง ‘ทนายตั้ม’ กับ ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล’ หรือ ‘บิ๊กโจ๊ก’ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยมีภรรยาของทั้งคู่ยืนร่วมวงอยู่ด้วย พร้อมระบุข้อความในลักษณะเตือนให้ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ระวังตัวอย่านำคนที่รวยอย่างมีเงื่อนงำมาอยู่ใกล้ตัว เพราะอาจจะทำให้เสียหายได้ง่ายๆ อีกทั้งตัวของ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ก็มีคนรอจองกฐินยาวอยู่แล้ว หากวางตัวไม่ดีโอกาสที่จะได้ขยับไปเป็น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็อาจมีปัญหาได้ เพราะในอดีตมีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ว่าสิ่งที่ต้องระวังในการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง ผบ.ตร. คือ ‘คนใกล้ตัว’ ที่มักจะทำให้ตกอับกับแสง
นอกจากนี้ ชูวิทย์ ระบุข้อความในทำนองจิกกัดว่า ‘ทนายตั้ม’ แค่สนิทกับรอง ผบ.ตร. ยังรวยขนาดนี้ หากสนิทกับ ผบ.ตร. จะรวยขนาดไหน
ส่วนประเด็นที่ ‘ทนายตั้ม’ ปล่อยคลิปเสียงคล้ายชูวิทย์ กำลังคุยกับทหารยศใหญ่คนหนึ่งในลักษนะฝากลูกชายให้เป็นทหาร โดยประเด็นนี้ ‘ชูวิทย์’ ได้ชี้แจงในคอมเมนต์ใต้โพสต์ดังกล่าวว่า “ไม่รู้ว่าฝากยังไง ลูกผมถึงได้เป็นแค่ทหารเกณฑ์ ส่วนเรื่องแมนไม่แมน ที่มาบอกว่าลูกผมรับเงิน 50 ล้าน หลักฐานก็ไม่มี ไปแก้ตัวเอาที่ศาลนะครับ”
สำหรับชนวนเหตุของมหกาพย์ครั้งนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากการที่ ‘ทนายตั้ม’ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 66 โดยกล่าวหาว่า ‘ชูวิทย์’ มีพฤติกรรมแฉไปไถไป จนเกิดเป็นประเด็นตอบโต้กันไปมาบนโซเชี่ยล และนำมาสู่การฟ้องร้องในชั้นศาล โดย ‘ชูวิทย์’ ได้ฟ้อง ‘ทนายตั้ม’ ฐานหมิ่นประมาทโดยเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน จำนวน 100 ล้านบาท พร้อมกับร้องเรียนไปยังสภาทนายความฯ เพื่อขอให้ตรวจสอบมรรยาททนายของ ‘ทนายตั้ม’ ด้วย




