ทลายเครือข่าย ค้ารถข้ามชาติ

27 ต.ค. 2566 - 18:10

  • ตำรวจสอบสวนกลาง ทลายเครือข่ายค้ารถข้ามชาติ และเครือข่ายปลอมป้ายทะเบียน

  • พร้อมยึดรถยนต์ของกลาง ได้ 24 คัน รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

cib_break_the_network_international_car_trade_SPACEBAR_Hero_bfd0ea791b.jpg

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกับตำรวจทางหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงผลการปฏิบัติการเครือข่ายแก๊งปลอมป้ายทะเบียน ค้ารถข้ามชาติครบวงจร ดำเนินการปราบปรามขบวนการที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ผิดกฎหมาย

เนื่องจากพบว่าในปัจจุบัน อาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ผิดกฎหมายมีจำนวนมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดัดแปลง ปลอมเเปลงข้อมูลรถ, การนำเข้ารถยนต์มาโดยผิดกฎหมายเพื่อนำมาอำพรางและส่งออกขายในประเทศเเละต่างประเทศ, การรับจ้างทำแผ่นป้ายทะเบียน ป้ายภาษีเเละเอกสารเกี่ยวกับรถยนต์ปลอม โดยกลุ่มผู้กระทำความผิดเหล่านี้ มักจะกระทำการโดยหลบเลี่ยงการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่ และกระทำการโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย 

โดย กองบังคับการปราบปราม ทลายเครือข่ายลักลอบนำเข้ารถยนต์จากประเทศมาเลเซีย ก่อนอำพรางรถโดยใช้แผ่นป้ายทะเบียนและเอกสารเกี่ยวกับรถปลอม เพื่อนำส่งขายต่อประเทศเพื่อนบ้าน โดยเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจค้นในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร, นราธิวาส, ปัตตานี และ สุราษฏร์ธานี รวมจำนวน 12 จุด โดยจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 11 ราย

สำหรับพฤติการณ์ ของผู้ต้องหากลุ่มนี้ จากการสืบสวนทราบว่ามีขบวนการลักลอบนำรถยนต์จากประเทศมาเลเซียเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย โดยนางมะลิฯ ชาวเมียนมาร์ กับพวก จะลักลอบนำเข้ารถยนต์ที่ถูกโจรกรรมมาจากประเทศมาเลเซียเข้ามาในประเทศ ก่อนจะนำมาพักไว้ที่ จ.สมุทรสาคร เพื่อนำไปขายต่อยังประเทศเมียนมาร์ และในประเทศไทย

จากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มของนางมะลิฯ ได้มีแบ่งหน้าที่กันทำในลักษณะองค์กรอาชญากรรม และทำเป็นขบวนการ เมื่อมีลูกค้าจากประเทศเมียนมาร์ หรือคนไทยต้องการสั่งซื้อรถ นางมะลิฯ ซึ่งเป็นหัวหน้าขบวนการของกลุ่มเครือข่ายจ.สมุทรสาคร จะติดต่อไปยังกลุ่มเครือข่าย ให้นำเข้ารถมาจากประเทศมาเลเซียโดยผิดกฎหมายผ่านชายแดนภาคใต้ โดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร 

จากนั้นกลุ่มของนางมะลิฯ จะเดินทางไปรับรถในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ก่อนจะนำแผ่นป้ายทะเบียนปลอมมาติดแล้วขับนำรถกลับมาจอดพักไว้ที่ จ.สมุทรสาคร เพื่อรอนำส่งต่อไปยังประเทศเมียนมาร์

นอกจากนี้ จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มของนางมะลิฯ ได้กระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวมาแล้วกว่า 50 ครั้ง ในระยะเวลา 1 ปี โดยในวันที่ 15 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมาสามารถจับกุมนางมะลิฯ กับพวกได้รวม 3 คน ขณะกำลังขับรถยนต์ที่ไปรับมาจากพื้นที่ชายแดนใต้ พร้อมกันนี้ยังได้ตรวจยึดรถยนต์จำนวน 2 คัน จากนั้นจึงได้มีการติดตามยึดรถยนต์ที่นำมาพักไว้ที่ จ.สมุทรสาคร ได้อีกจำนวน 2 คัน 

จากการตรวจสอบรถยนต์ทั้งหมดพบว่าไม่มีการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกแต่อย่างใด อีกทั้งยังมีการนำแผ่นป้ายทะเบียนปลอม แผ่นป้ายภาษีปลอม และสมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ปลอม มาใช้อีกด้วย จากการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติมทำให้พบว่ากลุ่มของนางมะลิฯ มีการสั่งทำแผ่นป้ายทะเบียน ป้ายภาษี และเอกสารที่เกี่ยวกับรถปลอม เพื่อนำมาใช้ในกระบวนการดังกล่าว 

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับกลุ่มผู้ทำแผ่นป้ายทะเบียน ป้ายภาษี และเอกสารเกี่ยวกับรถยนต์ปลอม โดยในวันที่ 26 กันยายน 2566 สามารถจับกุม เครือข่ายผู้ทำแผ่นป้ายทะเบียน ป้ายภาษี และเอกสารปลอม จำนวน 3 ราย พร้อมของกลาง เช่น แท่นพิมพ์ป้ายทะเบียน ป้ายทะเบียนปลอม ป้ายภาษีปลอม และอุปกรณ์การทําป้ายปลอมต่างๆ 

นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบว่านายเนียมฯ และนายนิคมฯ เคยมีประวัติคดีเกี่ยวกับการปลอมป้ายทะเบียนรถมาแล้วคดีอยู่ในชั้นศาล

cib_break_the_network_international_car_trade_SPACEBAR_Photo01_b5113e348d.jpg

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ทำการสืบสวนพบเครือข่ายที่ได้ครอบครองรถยนต์ต้องสงสัย ว่าได้มา โดยผิดกฎหมาย โดยสามารถยึดรถยนต์ผิดกฎหมายได้จํานวน 24 คัน แบ่งเป็นรถยนต์ยี่ห้อ MERCEDES BENZ จำนวน 6 คัน, BMW จำนวน 10 คัน, MINI จำนวน 1 คัน, TOYOTA จำนวน 3 คัน, HYUNDAI จำนวน 1 คัน, MG จำนวน 1 คัน และ MITSUBISHI จำนวน 1 คัน ซึ่งรถทุกคันติดป้ายภาษีปลอม และมีบางคันพบว่ามีการขูดลบแก้ไขเลขตัวถังและเลขเครื่องยนต์

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลเครือข่ายดังกล่าว จนกระทั่งสามารถออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการได้ทั้งหมด 11 ราย โดยในวันที่ 24 ตุลาคม 2566 ได้สนธิกำลังร่วมกับกองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส และปัตตานี ปฏิบัติการจับกุมกลุ่มเครือข่ายลักลอบนำเข้ารถยนต์มาจากประเทศมาเลเซียโดยผิดกฎหมาย

โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 11 ราย ตรวจยึดของกลางเป็นรถยนต์ 1 คัน โทรศัพท์มือถือ สมุดบัญชีธนาคาร และอื่นๆ รวมจำนวน 11 รายการ ​จากการสอบถามผู้ต้องหาในเบื้องต้น ให้การรับสารภาพ จำนวน 2 ราย ให้การปฏิเสธ จำนวน 4 ราย และให้การภาคเสธ จำนวน 4 ราย 

​ทั้งนี้ จากการจับกุมเครือข่ายดังกล่าว สามารถตรวจยึดรถยนต์ผิดกฎหมายคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 20 ล้านบาท

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์