รวบแก๊งเสธ.ทหารปลอม หลอกลงทุนมูลนิธิชัยพัฒนาฯ

10 ส.ค. 2566 - 13:44

  • ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบแก๊งอ้างตัวเป็น ‘เสธ.’ หลอกลงทุน ในโครงการของมูลนิธิชัยพัฒนาฯ มูลค่าความเสียหายกว่า 1.5 ล้านบาท

cib_chaipattana_foundation_fake_soldier_SPACEBAR_Hero_cdb6dba33d.jpeg
ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) แถลงผลการจับกุมแก๊งอ้างตัวเป็นเสธทหารปลอม หลอกลวงประชาชนร่วมลงทุนในโครงการมูลนิธิชัยพัฒนา มูลค่าความเสียหายกว่า 1.5 ล้านบาท 

จุดเริ่มต้นของคดีนี้ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผู้บังคับการตำรวจกองปราบปราม เปิดเผยว่า ช่วงต้นปี 2564 กองบังคับการปราบปราม ได้รับเรื่องร้องเรียนจากมูลนิธิชัยพัฒนา ว่า มีกลุ่มบุคคลแอบอ้างเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ไปหลอกลวงผู้เสียหายว่าได้จัดทำโครงการขุดลอกคลอง (โครงการแก้มลิง) ของมูลนิธิชัยพัฒนา ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน  90 โครงการ เพื่อชักชวนผู้ประกอบการรับเหมารายย่อยและชาวบ้านให้ร่วมลงทุน  

ระหว่างนี้กลุ่มบุคคลดังกล่าว ได้พยายามสร้างความน่าเชื่อถือให้ตัวเอง ด้วยการหลอกใช้สถานที่ราชการเป็นสถานที่นัดประชุม  

ต่อมาผู้เสียหายมาทราบภายหลังว่าโครงการดังกล่าวไม่มีอยู่จริงๆ จึงขอยกเลิกสัญญาและขอเงินคืน แต่กลุ่มผู้ต้องหาพยายามบ่ายเบี่ยง ก่อนจะหลบหนีไป โดยคดีนี้มีผู้เสียหายกว่า 20 ราย และมีมูลค่าความเสียหายกว่า 1.5 ล้านบาท
 
ทั้งจากการสืบสวนและสอบสวนของเจ้าหน้าที่ พบว่าผู้ต้องหาได้แบ่งหน้าที่กันเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มนายหน้า (ส่วนใหญ่อ้างตัวเป็นทหาร) ทำหน้าที่ชักชวนผู้เสียหายให้มาร่วมลงทุนด้วย ส่วนอีกกลุ่มทำหน้าที่เป็นบริษัทหน้าม้า  

โดยเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าตรวจค้น ทั้งหมด 8 จุด ในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ, เชียงใหม่, ลำปาง, สุพรรณบุรี, มหาสารคาม,ร้อยเอ็ด,กาฬสินธุ์  

จนกระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาในขบวนการดังกล่าวได้ จำนวน 7 คน ประกอบด้วย 1.นายสมชาย หรือผู้กองเป็ด อายุ 59 ปี  2.นายสุริยพันธ์ หรือผู้กองจอร์ท อายุ 61 ปี 3.นายอัครวัฒน์  หรือเสธหนุ่มฯ อายุ 59 ปี 4.นายนิพนธ์ อายุ 61 ปี  5.นายประสาร หรือเสธแดงฯ อายุ 65 ปี  6.นางสาววราภรณ์ อายุ 58 ปี และ 7.นายสมศักดิ์ อายุ 51 ปี

นอกจากนี้ตำรวจยัง ตรวจยึดพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องจำนวนหลายรายการ เช่น เอกสารโครงการรับเหมาก่อสร้าง , สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 18 เล่ม , บัตรเอทีเอ็ม จำนวน 3 ใบ และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมพยานหลักฐานทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไปในฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน  

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์