รวบ 3 คีย์แมนเครือข่าย ‘สารวัตรซัว’ ยังไม่รู้ 6 ล้านของชูวิทย์ใครเป็นเจ้าของ

11 เม.ย. 2566 - 16:36

  • ตำรวจสอบสวนกลาง รวบ 3 คีย์แมนเครือข่าย ‘สารวัตรซัว’ ด้านผู้การกองปราบฯ เผบยังไม่รู้เงิน 6 ล้านของชูวิทย์ใครเป็นเจ้าของ ยันเร่งตรวจสอบอยู่

cib_police_thailand_arrest_the_accused_SPACEBAR_Hero_80d4cf64b7.jpeg
พล.ต.ต. มนตรี เทศขัน ผู้บังคับการกองปราบปราม พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แถลงผลการปฎิบัติการ บุกรัง ‘อาณาจักรสารวัตรซัว’ มาเฟียคาสิโนออนไลน์ เจ้าของเครือข่ายพนันออนไลน์รายใหญ่ ที่พบว่ามีความเชื่อมโยงกับบริษัทในเครือเป็นต่อกรุ๊ป จำนวน 55 บริษัท หลังก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้ทลายเครือข่ายของ ‘สารวัตรซัว’ มาแล้ว 2 ครั้ง ยึดของกลางเป็นทรัพย์สินหลายรายการ รวมมูลค่ากว่า 1,400 ล้านบาท และได้ออกหมายจับ สารวัตรซัวกับพวก รวม 9 หมาย  

สำหรับผลการปฎิบัติการของชุดจับกุมเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ต.ต.มนตรี เปิดเผยว่าจากการลงพื้นที่ตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 16 จุด ในพื้นที่ 6 จังหวัด ตำรวจสามารถจับกุม ผู้ต้องหา ได้ 3 ราย คือ ธีรภัทร์, ธนณัฐ และ ธีรพรรณ โดยผู้ต้องหากลุ่มนี้ มีความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันฯ และร่วมกันฟอกเงิน สามารถยึดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบได้กว่า 170 รายการ รวมมูลค่ากว่า 400 ล้านบาท  

หมายความว่าตอนนี้ตำรวจ สามารถจับผู้ต้องหาได้แล้ว 4 ราย คือ ธีรภัทร์, ธนณัฐ, ธีรพรรณ และธีรพงศ์หรือจิ๋ว ที่ถูกจับเมื่อวันที่ 3 มี.ค. ที่ผ่านมา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง ส่วน ‘สารวัตรซัว’ กับพวกรวม 5 ราย พล.ต.ต.มนตรี บอกว่าตอนนี้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว แต่หากผู้ต้องหาที่หลบหนีมั่นใจในความบริสุทธ์ของตัวเอง ก็สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่มาได้เลย  

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 3 คนนี้ พล.ต.ต.มนตรี บอกว่าเป็นคีย์แมนคนสำคัญของสารวัตรซัว มีหน้าที่คอยดูแลจัดการเรื่องบัญชีและเรื่องการเงิน เบื้องต้นทั้งหมดยังให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปแล้ว  

ส่วนเงินจำนวน 6 ล้านบาท ที่ ‘ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์’ นำมามอบให้ตำรวจสอบสวนกลาง ตรวจสอบหาเจ้าของเงินตัวจริง หลัง ‘ทนายตั้ม’ หรือ ‘ษิทรา เบี้ยบังเกิด’ เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ กล่าวหาว่าชูวิทย์ เรียกรับเงินจากกลุ่มธุรกิจสีเทา พล.ต.ต.มนตรี ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้นิ่งเฉย ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ จึงยังตอบไม่ได้ว่าเงินจำนวนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับสารวัตรซัวหรือกลุ่มทุนสีเทากลุ่มไหนหรือไม่

อีกประเด็นที่มีการตั้งข้อสังเกต คือ กรณีที่บริษัทในเครือของ ‘เป็นต่อกรุ๊ป’ บางบริษัทยังพบว่ามีการเปิดกิจการตามปกติ หมายความว่า สารวัตรซัว ยังคงบริหารงานอยู่หรือไม่นั้น เรื่องนี้ พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการตำรวจกองปราบปราม อธิบายว่าเนื่องจากสารวัตรซัว ไม่ได้เป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นใหญ่ในทุกบริษัทที่อยู่ในเครือ เพราะฉะนั้นสารวัตรซัวจึงไม่ได้บริหารงานโดยตรง โดยบริษัทที่เปิดดำเนินการอยู่ จากการตรวจสอบยังไม่พบมีเรื่องอะไรทีผิดกฎหมาย ส่วนการที่บริษัทในเครือของสารวัตรซัว มีการโล๊ะพนักงานออกทั้งหมด แล้วรับพนักงานใหม่เข้ามา เป็นการจงใจปกปิดอะไรหรือไม่นั้น พ.ต.อ.เอนก ระบุว่าตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน และจากการสอบถามพนักงานไม่พบว่าไม่มีใครเคยติดต่อกับสารวัตรซัวมาก่อน  

สำหรับการขยายผลในคดีนี้ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้เร่งสืบสวนหาความเชื่อมโยงเกี่ยวกับการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.การพนันฯ และความผิด พ.ร.บ.ฟอกเงินฯ ในเครือข่ายสารวัตรซัว ซึ่งเชื่อว่ากลุ่มขบวนการนี้ทำกันมาเป็นระยะเวลานาน จนก่อเกิดเป็นองค์กรอาชญากรรม ที่ขยายตัวเป็นธุรกิจเกี่ยวกับพนันออนไลน์ ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน โดยมีสารวัตรซัว เป็นผู้ควบคุมสั่งการในเครือข่ายในทุกขั้นตอน รวมถึงเปิดบัญชี และรับโอนเงินจากเว็บไซต์ต่างๆ อาทิ sbobet, ibcbet, lovescore, fifa55 ฯลฯ ก่อนที่จะถ่ายเทโอนเงินที่ได้จากผู้เล่นไปยังบัญชีของกลุ่มพนักงานในเครือข่ายด้วยเช่นกัน จากนั้นทำการถ่ายเทโอเงินที่ได้จากผลกำไรไปยังบัญชีรับโอนเงิน ซึ่งเป็นบัญชีของกลุ่มที่ทำหน้าที่กรรมการหรือผู้ถือหุ้นในเครือบริษัทของสารวัตรซัว เชื่อว่าเป็นผู้ร่วมขบวนการ ตัวการ หรือผู้ได้รับผลประโยชน์จากการจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ โดยมี 4 คีย์แมนหลักผู้อยู่เบื้องหลัง ถือหุ้นใน บริษัท เป็นต่อ กรุ๊ป 

นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่าสารวัตรซัว ขายเฟรนไซส์ระบบพนันออนไลน์ให้กับลูกค้าจำนวนมาก มีลักษณะจัดตั้งในรูปแบบบริษัท สนับสนุนในการทำธุรกิจเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะมีบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์