ผบ.ตร.เด้ง ‘ผู้การชลบุรี’ ตั้ง ‘บิ๊กโจ๊ก’ สอบ

17 มิ.ย. 2566 - 13:45

  • ผบ.ตร.สั่งเด้ง ‘ผู้การชลบุรี’ กับพวก 8 นาย เข้ากรุ ศปก.ตร.

  • ตั้ง ‘บิ๊กโจ๊ก’ นำทีมคลี่คลายคดี หลังถูกแจ้งความรีดทรัพย์ 140 ล้านบาท

  • โฆษก ตร.ยืนยัน หากผิดจริง ไม่มีการช่วยเหลือ

COMMISSIONER_GENERAL_Order_to_Migrate_Chonburi_Police_Because_SPACEBAR_Thumbnail_a0920d5e32.jpeg
พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่ พ.ต.อ.วงกต สุวรรณวัตน์ ผกก.สภ.คูคต ทำหนังสือรายงานเหตุด่วนถึง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง โดยแจ้งว่า ได้มีการรับคำร้องทุกข์หรือกล่าวโทษ ให้ดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.กัมพล ลีลาประภาภรณ์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และพวกรวม 10 ราย รวม 3 ข้อหา สืบเนื่องจากกรณีมีผู้เสียหาย 6 ราย เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.กัมพล และพวกรวม 10 ราย โดยอ้างว่าถูกเรียกรับเงินรวม 140 ล้านบาทนั้น โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เข้าควบคุมกำกับดูแลสืบสวนสอบสวนคดีนี้อย่างตรงไปตรงมาและใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.คูคต ได้สอบสวนคำร้องทุกข์ดังกล่าวไปแล้ว ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้มีความเสียหายต่อทางราชการ และเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างชัดเจนถูกต้อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะทำคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจทั้ง 8 รายเข้ามาช่วยราชการประจำส่วนปฏิบัติการส่วนหน้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.)  ภายในวันนี้จนกว่าคดีจะเสร็จสิ้น ในส่วนต่อไป ผบ.ตร.ได้สั่งการให้แต่งตั้งพนักงานสอบสวน เป็นคณะทำงาน โดยให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน พร้อมกับพนักงานสอบสวนภูธรภาค 1 ภาค 2 เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานที่ถูกต้องให้ครบถ้วน สืบเนื่องจากได้มีผู้ถูกร้องทุกข์หลายราย และมีการกล่าวอ้างว่า เกิดเหตุหลายท้องที่ จึงต้องตั้งคณะพนักงานสอบสวนขึ้นมา นอกจากนี้ ผบ.ตร.สั่งการให้ รอง ผบ.ตร. ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 รวบรวมพยานหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รายงานข้อเท็จจริงมายัง ตร.โดยด่วน เพื่อพิจารณาดำเนินการทางวินัย หากพบว่ามีมูลหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง ก็จะตั้งคณะกรรมการวินัยร้ายแรงในลำดับต่อไป อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับข้าราชการตำรวจชุดดังกล่าวแต่อย่างใด แต่มีการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งมีความคืบหน้าไปมากพอสมควร  

ทั้งนี้ นโยบายของ ผบ.ตร.ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง เรื่องการกวาดบ้านตัวเอง หากตำรวจคนใดทำผิด ก็ต้องดำเนินคดีทุกราย ไม่มีปล่อยปละละเว้น แม้จะเป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่ก็ต้องดำเนินการ  

เมื่อถามว่า ขณะนี้สรุปได้แล้วหรือไม่ว่าคดีดังกล่าวมีมูล โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผู้เสียหายได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน สภ.คูคต ก็คงต้องสอบสวนอย่างเป็นระบบ เป็นธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ ก็ต้องเร่งดำเนินการให้เป็นที่ประจักษ์ ซึ่งก็ได้สั่งให้ข้าราชการตำรวจมาช่วยราชการก่อนในวันนี้ 

เมื่อถามถึงขั้นตอนลำดับต่อไป โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ลำดับต่อไป เป็นการสอบสวนเพื่อให้มีพยานหลักฐาน ไม่ว่าจะพยานบุคคล พยานเอกสารและพยานวัตถุให้ครบถ้วน จะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป หากพบว่า มีมูล ก็จะเรียกเข้ามา แต่หากมีหลักฐานเพียงพอ ก็ต้องให้ข้าราชการทั้ง 8 รายมารับทราบข้อกล่าวว่า 

เมื่อถามว่า เหตุใดจึงมีการเรียกทรัพย์มากถึง 140 ล้านบาท โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ต้องดำเนินการให้ครบทุกมิติ ซึ่งผู้เสียหายที่ถูกจับ เนื่องจากกระทำผิดเรื่องบ่อนออนไลน์ จึงขอหมายค้นเพื่อค้น 3 จุด ในเรื่องถูกกล่าวหาว่า เรียกรับผลประโยชน์มีหลายจุดด้วยกัน ซึ่งจุดนี้ก็ต้องทำความกระจ่ายให้ได้ ทั้งนี้ ตำรวจทั้ง 8 นายที่เกี่ยวข้องมี 2 หน่วยคือ ภาค 2 กับ สอท. เป็นชุดที่เข้าไปตรวจค้นและจับกุม รวมทั้งดำเนินการเรียกรับ  

เมื่อถามว่า สังคมเกิดข้อสงสัยว่า เหตุเกิดที่ จ.ปทุมธานี ทำไมภาค 2 จึงมาจับ แล้วกระจายไปพื้นที่ต่างๆแล้วรีดทรัพย์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในเรื่องของออนไลน์ ไม่สามารถระบุพื้นที่ได้ชัดเจน เพราะประกอบด้วยบุคคลต่างๆในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งต้องรวบรวมการกระทำผิดให้ครบถ้วน ก่อนที่ตำรวจจะขออนุมัติหมายค้นหรือเข้าจับกุม ก็ต้องเป็นไปตามรายงานการสืบสวนที่ได้ดำเนินการมา ซึ่งเบื้องต้นได้รับทราบข้อมูลว่ามีการเข้าจับกุมจริง แต่รายละเอียดขอให้คณะทำงานได้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องให้ครบทุกมิติ ซึ่งการที่ไปพูดคุยกับผู้ต้องหาและรีดเงิน ยังเป็นการร้องทุกข์กล่าวโทษ จะต้องสอบสวนให้ชัดว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงหรือไม่ 

ส่วนประโยคที่ระบุว่า ‘เป้รักผู้การไหม เป้รักผู้การเท่าไหร่’ ตรงนี้จริงหรือไม่ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ต้องรอสอบปากคำ ซึ่งเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะหาความจริงให้กระจ่ายว่าใครพูดอะไร ตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ ทั้งนี้ ผบ.ตร.ได้สั่งการให้มาช่วยราชการแล้ว แต่เรื่องการสอบถามผู้การชลบุรี เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนมากกว่า 

เมื่อถามว่า กังวลใจหรือไม่ เพราะเรื่องดังกล่าวสะเทือนวงการตำรวจอย่างมาก โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่า เหตุที่เกิดขึ้นต้องทำความจริงให้ปรากฎก่อน ไม่มีการช่วยเหลือ ไม่ปล่อยปละละเลย ไม่ดำเนินการไม่ตรงไปตรงมา  

เมื่อถามว่า จะมีตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้องมากกว่า 8 รายหรือไม่ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า อยู่ที่การสอบสวนขยายผลว่า จะมีผู้ใดที่เข้ามาเกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก แต่ในชั้นนี้ ต้องเร่งทำความจริงให้ปรากฎ เพื่อดำเนินการต่อไป 

ส่วนกรณีของพลเรือน 2 ราย ที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องร่วมขบวนการจับกุม ต้องดำเนินการตรวจสอบว่า เกี่ยวข้องตำรวจกลุ่มนี้อย่างไร ทำหน้าที่รับเคลียร์หรือไม่ อย่างไรก็ตาม การสืบสวนสอบสวนคืบหน้าไปมากพอสมควร มีการตรวจสอบเส้นทางการเงินทางฝั่งของผู้ต้องหาและผู้ถูกกล่าวหา เพื่อหาความเชื่อมโยง ซึ่งจากการร้องเรียนและการดำเนินคดีของผู้เสียหาย พบว่ามีตำรวจเกี่ยวข้องเพียง 8 นาย และพลเรือน 2 นายเท่านั้น หลังจากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อตรวจสอบว่ามีผู้อื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ 

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า หลังจากมีคำสั่งให้ทั้ง 8 นายมาช่วยราชการที่ ศปก.ตร. ล่าสุด มี ตร.สอท. 1 นาย ยศ พ.ต.อ. สังกัด สอท. ได้เข้ารายงานตัวและชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าว กับ พ.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ขณะเดียวกัน ตำรวจอีก 7 นาย มีรายงานว่าจะเดินทางเข้ารายงานตัว ที่ สตช. ในวันนี้แต่ไม่มีการระบุเวลา 

ขณะเดียวกัน โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังชี้แจงภาพผู้การชลบุรี รับรางวัลกับ ผบ.ตร. ว่า ภาพดังกล่าวเป็นการมอบรางวัลแก่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ดีเด่นเรื่องการดูแลความเรียบร้อยงานจราจรช่วงปีใหม่ และสงกรานต์ ซึ่งมีการมอบรางวัลให้ 30 นาย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงาน 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์