หลัง ชูวิทย์ กมลวิทย์ ออกมาโพสต์คลิปแฉ ทนายตั้ม หรือ ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ว่ามีตำรวจท่องเที่ยวคอยอำนวยความสะดวกช่วยขนกระเป๋าเดินทางให้ และยังมีพนักงานที่สนามบินยืนเรียงแถวไหว้ที่บริเวณหน้าเคาน์เตอร์สายการบินแห่งหนึ่ง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ามีผู้ใหญ่รายหนึ่งให้การดูช่วยเหลือ
ล่าสุดเมื่อวานนี้ (23 เม.ย. 66) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งการด่วนให้ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (บช.ทท.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวที่เกิดขึ้นโดยละเอียดว่า การดำเนินการในลักษณะดังกล่าว เกิดขึ้นที่ไหนอย่างไร เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด บช.ทท. หรือไม่ เป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่หรือไม่ รวมทั้งการให้บริการอำนวยความสะดวกดังกล่าว มีความเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร มีการสั่งการให้ดูแลอำนวยความสะดวกเป็นกรณีพิเศษ หรือใช้อภิสิทธิ์ชน จนกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรหรือไม่ หากพบว่าเป็นความผิดให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ โดยรายงานผลให้ทราบโดยเร็ว
โฆษก ตร. ยังระบุอีกว่า ในช่วงที่ผ่านมา การดูแลอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวและประชาชน ของตำรวจท่องเที่ยว แม้บางครั้งเป็นการให้บริการ ช่วยเหลือตามปกติ ตามอำนาจหน้าที่ แต่ภาพที่ออกมา ในบางครั้งกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร ไม่เหมาะสม ไม่สมเกียรติของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ผบ.ตร.จึงสั่งการเร่งให้ บช.ทท.ร่วมกับสำนักงานกำลังพล (สกพ.), สำนักงานกฎหมายและคดี (กมค.), สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ (สยศ.ตร.) และจเรตำรวจ (จต.) ทบทวนและกำหนดแนวทางมาตรการการปฏิบัติงาน (SOP) ของตำรวจท่องเที่ยว ในการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว หรือ ประชาชน โดยกำหนดรูปแบบ ขอบเขตการทำงานให้ชัดเจน ไม่เป็นการเลือกปฏิบัติหรือเกินความเหมาะสม เพื่อให้มีมาตรฐานการปฏิบัติงานเป็นมาตรฐานเดียวกัน เกิดภาพลักษณ์ที่ดี สร้างความเชื่อมั่นศรัทธากับพี่น้องประชาชน
ล่าสุดเมื่อวานนี้ (23 เม.ย. 66) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งการด่วนให้ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (บช.ทท.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวที่เกิดขึ้นโดยละเอียดว่า การดำเนินการในลักษณะดังกล่าว เกิดขึ้นที่ไหนอย่างไร เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด บช.ทท. หรือไม่ เป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่หรือไม่ รวมทั้งการให้บริการอำนวยความสะดวกดังกล่าว มีความเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร มีการสั่งการให้ดูแลอำนวยความสะดวกเป็นกรณีพิเศษ หรือใช้อภิสิทธิ์ชน จนกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรหรือไม่ หากพบว่าเป็นความผิดให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ โดยรายงานผลให้ทราบโดยเร็ว
โฆษก ตร. ยังระบุอีกว่า ในช่วงที่ผ่านมา การดูแลอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวและประชาชน ของตำรวจท่องเที่ยว แม้บางครั้งเป็นการให้บริการ ช่วยเหลือตามปกติ ตามอำนาจหน้าที่ แต่ภาพที่ออกมา ในบางครั้งกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร ไม่เหมาะสม ไม่สมเกียรติของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ผบ.ตร.จึงสั่งการเร่งให้ บช.ทท.ร่วมกับสำนักงานกำลังพล (สกพ.), สำนักงานกฎหมายและคดี (กมค.), สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ (สยศ.ตร.) และจเรตำรวจ (จต.) ทบทวนและกำหนดแนวทางมาตรการการปฏิบัติงาน (SOP) ของตำรวจท่องเที่ยว ในการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว หรือ ประชาชน โดยกำหนดรูปแบบ ขอบเขตการทำงานให้ชัดเจน ไม่เป็นการเลือกปฏิบัติหรือเกินความเหมาะสม เพื่อให้มีมาตรฐานการปฏิบัติงานเป็นมาตรฐานเดียวกัน เกิดภาพลักษณ์ที่ดี สร้างความเชื่อมั่นศรัทธากับพี่น้องประชาชน




