‘ภัทรพงศ์ ศุภักษร’ หรือ ทนายอั๋นบุรีรัมย์ พร้อมด้วย ‘วีรวิชญ์ รุ่งเรืองศิริผล’ หรือลุงศักดิ์เสื้อแดง เข้ายื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อคัดค้านการร้องเรียนของ ‘ศรีสุวรรณ จรรยา’ เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กรณีที่นายศรีสุวรรณได้เคยร้องเรียนขอให้ กกต.ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อนำสู่การยุบพรรคก้าวไกลและพรรคร่วม
ทนายอั๋น กล่าวว่า การมายื่น กกต.ในวันนี้เพื่อคัดค้านคำร้องในทุกเรื่องของศรีสุวรรณ จรรยา ซึ่งเจ้าตัวได้มีการยื่นร้องต่อ กกต.เพื่อให้ดำเนินดารยุบพรรคก้าวไกล รวมถึง 6 พรรคการเมือง ซึ่งศรีสุวรรณได้มีการตั้งประเด็นว่ามีบุคคลนอกมาร่วมรับประทานอาหารกับพรรคก้าวไกลและพรรคการเมืองพันธมิตรกับก้าวไกล ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายพรรคการเมือง ในประเด็นการปล่อยให้บุคคลนอกครอบงำพรรค
ทั้งนี้ในฐานะพลเมือง ไม่อยากให้ประเทศเดินหน้าแบบไม่ปกติ และมีการเล่นเกมส์การเมือง จึงขอให้ กกต.พิจารณาคำร้องศรีสุวรรณด้วยความโปร่งใส โดยไม่มีเกมส์การเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยว และขอให้ระงับคำร้องของนายศรีสุวรรณทั้งหมด เพราะส่อทำให้ประเทศชาติเสียหาย
พร้อมฝากคำถามถึงศรีสุวรรณ ว่า ที่ร้องมาทั้งหมดได้อะไร ทำเพื่ออะไร มีใครสั่งมาหรือไม่ พร้อมมองว่าต้นตอของปัญหาความวุ่นวายทั้งหมดเกิดจากตัวเองมากกว่า
ขณะที่ ‘ธีรยุทธ สุวรรณเกษร’ ยื่นคำร้องต่อประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องขอให้ตรวจสอบพรรคก้าวไกล กรณีที่พรรคก้าวไกลได้ดำเนินการเพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสำเร็จ ซึ่งเป็นการกระทำอันอาจเป็นปฎิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (2) หรือไม่
ธีรยุทธ กล่าวว่า จากการคิดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2562 และ 2564 ซึ่งมีกรณีการยุบพรรคการเมือง อาทิ พรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งมีประเด็นข้องเกี่ยวกับกฎหมายอาญามาตรา 112 ในขณะที่ปัจจุบันมีประเด็นของพรรคก้าวไกบที่มีนโยบายการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ทำให้เข้าข่ายเป็นการทำลายสถาบัน กระทบต่อความมั่นคง ดังนั้นการยื่น กกต.ในวันนี้ เพื่อขอให้พิจารณารายละเอียดการกระทำของพรรคก้าวไกลที่มีการเสนอนโยบายดังกล่าว หากมีประเด็นที่เข้าข่ายความผิด ก็อยากให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามความผิดต่อไป ส่วนจะถึงขั้นยุบพรรคหรือไม่ อยู่ที่ศาลฯ พิจารณา
ทนายอั๋น กล่าวว่า การมายื่น กกต.ในวันนี้เพื่อคัดค้านคำร้องในทุกเรื่องของศรีสุวรรณ จรรยา ซึ่งเจ้าตัวได้มีการยื่นร้องต่อ กกต.เพื่อให้ดำเนินดารยุบพรรคก้าวไกล รวมถึง 6 พรรคการเมือง ซึ่งศรีสุวรรณได้มีการตั้งประเด็นว่ามีบุคคลนอกมาร่วมรับประทานอาหารกับพรรคก้าวไกลและพรรคการเมืองพันธมิตรกับก้าวไกล ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายพรรคการเมือง ในประเด็นการปล่อยให้บุคคลนอกครอบงำพรรค
ทั้งนี้ในฐานะพลเมือง ไม่อยากให้ประเทศเดินหน้าแบบไม่ปกติ และมีการเล่นเกมส์การเมือง จึงขอให้ กกต.พิจารณาคำร้องศรีสุวรรณด้วยความโปร่งใส โดยไม่มีเกมส์การเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยว และขอให้ระงับคำร้องของนายศรีสุวรรณทั้งหมด เพราะส่อทำให้ประเทศชาติเสียหาย
พร้อมฝากคำถามถึงศรีสุวรรณ ว่า ที่ร้องมาทั้งหมดได้อะไร ทำเพื่ออะไร มีใครสั่งมาหรือไม่ พร้อมมองว่าต้นตอของปัญหาความวุ่นวายทั้งหมดเกิดจากตัวเองมากกว่า
ขณะที่ ‘ธีรยุทธ สุวรรณเกษร’ ยื่นคำร้องต่อประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องขอให้ตรวจสอบพรรคก้าวไกล กรณีที่พรรคก้าวไกลได้ดำเนินการเพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสำเร็จ ซึ่งเป็นการกระทำอันอาจเป็นปฎิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (2) หรือไม่
ธีรยุทธ กล่าวว่า จากการคิดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2562 และ 2564 ซึ่งมีกรณีการยุบพรรคการเมือง อาทิ พรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งมีประเด็นข้องเกี่ยวกับกฎหมายอาญามาตรา 112 ในขณะที่ปัจจุบันมีประเด็นของพรรคก้าวไกบที่มีนโยบายการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ทำให้เข้าข่ายเป็นการทำลายสถาบัน กระทบต่อความมั่นคง ดังนั้นการยื่น กกต.ในวันนี้ เพื่อขอให้พิจารณารายละเอียดการกระทำของพรรคก้าวไกลที่มีการเสนอนโยบายดังกล่าว หากมีประเด็นที่เข้าข่ายความผิด ก็อยากให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามความผิดต่อไป ส่วนจะถึงขั้นยุบพรรคหรือไม่ อยู่ที่ศาลฯ พิจารณา



