ศาลปกครองสั่ง ‘กรมประมง’ แก้ปลาหมอคางดำ–ประกาศเขตภัยพิบัติสมุทรสงคราม

8 ก.ย. 2569 - 15:43

  • ศาลสั่งกรมประมงเดินหน้าตามแผนควบคุมและระงับการระบาด

  • คำสั่งประกาศพื้นที่ภัยพิบัติครอบคลุมเฉพาะ จ.สมุทรสงคราม

ศาลปกครองสั่ง ‘กรมประมง’ แก้ปลาหมอคางดำ–ประกาศเขตภัยพิบัติสมุทรสงคราม

ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้กรมประมงดำเนินการตามแผนควบคุมและระงับการแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ พร้อมให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามดำเนินการประกาศพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเป็นเขตภัยพิบัติ เพื่อเปิดทางสู่กระบวนการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนตามกฎหมาย

คำพิพากษามีขึ้นวันนี้ (8 กันยายน 2569) ในคดีหมายเลขดำที่ ส.14/2567 ซึ่งประชาชนและผู้ประกอบอาชีพประมงในจังหวัดสมุทรสงครามรวม 54 คน ยื่นฟ้องกรมประมงและหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่รัฐรวม 18 ราย โดยกล่าวหาว่าละเลยหรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าในการควบคุมการนำเข้าและแก้ไขการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ จนสร้างความเสียหายต่ออาชีพประมง ระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ

จากข้อมูลผลคำพิพากษาเบื้องต้น ศาลมีคำสั่งในสาระสำคัญ 2 ส่วน ได้แก่ ให้กรมประมงดำเนินการตามแผนงานและมาตรการที่กำหนดไว้ เพื่อควบคุม ระงับ และยับยั้งการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำอย่างจริงจัง ,ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยและเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน

อย่างไรก็ตาม คำพิพากษาส่วนที่เกี่ยวกับการประกาศเขตภัยพิบัติครอบคลุมเฉพาะจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นพื้นที่ของผู้ฟ้องคดี ศาลไม่ได้มีคำสั่งให้ประกาศครอบคลุมจังหวัดอื่นที่พบการแพร่ระบาดทั้งหมด

ก่อนหน้านี้ ผู้ฟ้องคดีขอให้ศาลสั่งประกาศพื้นที่ระบาด 19 จังหวัด รวมถึงพื้นที่ที่ตรวจพบเพิ่มเติม เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย แต่คำพิพากษาที่รายงานออกมาเบื้องต้นไม่ได้ให้ดำเนินการตามคำขอดังกล่าวทั้งหมด รายละเอียดเหตุผลและขอบเขตหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานต้องตรวจจากคำพิพากษาฉบับเต็มอีกครั้ง

คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2567 เห็นชอบ “แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พ.ศ. 2567–2570” และกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ วางกรอบงบประมาณรวม 450 ล้านบาท ประกอบด้วย 7 มาตรการ 14 กิจกรรม ตั้งแต่การจับและกำจัด การปล่อยปลาผู้ล่า การนำปลาที่จับได้ไปใช้ประโยชน์ การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง ไปจนถึงการวิจัยและฟื้นฟูระบบนิเวศ

เป้าหมายเดิมของแผน ได้แก่ การกำจัดปลาหมอคางดำไม่น้อยกว่า 5,000 ตัน และการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพไม่น้อยกว่า 20 ล้านตัว ภายในเดือนกันยายน 2570

การที่ศาลสั่งให้กรมประมงดำเนินการตามแผนจึงไม่ได้หมายถึงการกำหนดแผนใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการกำกับให้หน่วยงานที่รับผิดชอบปฏิบัติตามแผนที่รัฐบาลอนุมัติไว้แล้วอย่างมีประสิทธิผล การประกาศไม่ได้ทำให้ผู้เสียหายได้รับเงินชดเชยทันทีโดยอัตโนมัติ แต่เป็นขั้นตอนสำคัญที่เปิดทางให้จังหวัดสำรวจและรับรองความเสียหาย กำหนดผู้มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือ และใช้งบสำรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง ซึ่งต้องติดตามต่อว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและจังหวัดสมุทรสงครามจะออกคำสั่งหรือประกาศในรูปแบบใด ครอบคลุมพื้นที่และผู้ได้รับผลกระทบกลุ่มใด รวมถึงจะกำหนดหลักฐานและอัตราการช่วยเหลืออย่างไร

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์