กลายเป็นประเด็นถกเถียงและเกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างเผ็ดร้อน สำหรับกรณีที่นักข่าวสำนักข่าวประชาไท และช่างภาพอิสระ ถูกตำรวจจับกุมตามหมายจับของศาลอาญา ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2566 ในข้อหาเป็นผู้สนับสนุนทำให้โบราณสถานเสียหายจากการขีดเขียนข้อความ หรือ ‘คดีพ่นสีกำแพงวัดพระแก้ว’ เมื่อ 28 มีนาคม 2566 และถูกควบคุมตัววานนี้ (12 ก.พ. 2567)
วันนี้ (13 ก.พ. 2567) ทั้งสองถูกพนักงานสอบสวน สน.พระราชวัง ยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลอาญา ซึ่งต่อมา กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ เปิดเผยว่า ทางต้นสังกัดของนักข่าวและญาติของช่างภาพอิสระ ได้ขอยื่นประกันตัวทั้งสอง
ศาลได้อ่านข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวนว่า ได้ร่วมกันสนับสนุนวางแผน และช่วยเหลือผู้ต้องหาอีกรายที่ตกเป็นจําเลยอยู่ขณะนี้ กรณีพ่นสีกำแพงวัดพระแก้ว แต่ทั้งสองให้การปฏิเสธ และทําคําร้องขอคัดค้านการฝากขัง
ทางเจ้าหน้าที่ตํารวจยื่นขอฝากขังต่อศาล อ้างว่า จะต้องสอบสวนพนักงานตํารวจอีก 5 ปาก และจะต้องตรวจสอบพยานเพิ่มเติม ซึ่งศาลก็เห็นว่าสมควรรับฝากขังไว้ โดยให้ฝากขังทั้งหมดเป็นเวลา 12 วัน ส่วนทั้งสองคน ทําคําร้องชี้แจงว่า พนักงานสอบสวนไม่มีเหตุผลที่จะสอบเพิ่มเติม เพราะตัวผู้ต้องหาที่อ้างว่าไปให้การสนับสนุนถูกฟ้องเสร็จสิ้น และเป็นคดีอยู่ที่ศาลอาญา จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติม
ส่วนหมายจับคดีนี้ ออกมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2566 แต่เหตุใดเพิ่งมาจับ และทั้งสองก็ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี รวมถึงมีอาชีพและที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
ต่อมา ทางทนายความผู้ต้องหา ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ เป็นเงินสด คนละ 35,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราว และศาลพิจารณาแล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างสอบสวนตลอดจนถึงชั้นพิจารณา เว้นแต่จะมีการฟ้องผู้ต้องหาในข้อหาที่หนักกว่า โดยไม่กำหนดเงื่อนไขใดๆ
อ้างหลักฐานวงจรปิด ‘นักข่าวประชาไท-ช่างภาพอิสระ’ มีส่วนรู้เห็นเหตุกิจกรรมพ่นสีปม ‘112’
รายงานการสืบสวนของตำรวจ ระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2566 เวลา 17.39 น.
ศุทธวีร์ สร้อยคำ หรือ บังเอิญ ก่อเหตุใช้สีสเปรย์พ่นบริเวณกำแพงพระบรมมหาราชวัง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ ตำรวจจึงจับกุมตัว ศุทธวีร์ ในข้อหา “ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งโบราณสถาน และ ขีด เขียน พ่นสี หรือทำให้ปรากฏด้วยประการใดๆ ซึ่งข้อความ ภาพ หรือรูปรอยใดๆที่กำแพงที่ติดกับถนน หรืออยู่ในที่สาธารณะ”
ส่วนจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ในที่เกิดเหตุ พบว่า มีผู้ที่เกี่ยวข้องและอยู่ร่วมคือ ธนลภย์ ผลัญชัย หรือ หยก, นภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ หรือ สายน้ำ รวมไปถึงผู้สื่อข่าวประชาไท และช่างภาพอิสระที่ถูกจับกุมดังกล่าว ยืนล้อมรอบจุดเกิดเหตุ เพื่อถ่ายภาพขณะเกิดเหตุ แล้วยังเป็นการให้กำลังใจผู้ลงมือกระทำผิดและเฝ้าระวังสังเกตการณ์ ระงับยับยั้งการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ การเข้ามาช่วยเหลือขัดขวางการจับกุม ก่อให้เกิดความวุ่นวายในขณะจับกุม เข้ามารุมกดดันให้ปล่อยตัวผู้ต้องหา
โดย นภสินธุ์ ยืนถ่ายรูปบริเวณสนามหลวง ตรงข้ามป้อมเผด็จ ทำหน้าที่ถ่ายภาพการก่อเหตุทางซ้าย
ธนลภย์ หรือ หยก ยืนอยู่ภายในสนามหลวงตรงกับจุดเกิดเหตุ ทำหน้าที่ไลฟ์สดการก่อเหตุ ด้านผู้สื่อข่าวประชาไท ยืนถ่ายรูปอยู่บริเวณมุมสนามหลวงฝั่งทิศตะวันตก ส่วนช่างภาพอิสระ ยืนถ่ายภาพอยู่บนถนนหน้าพระลานตรงป้อมเผด็จ
จากตรวจสอบกล้องวงจรปิดก่อนเกิดเหตุ 1 วัน คือวันที่ 27 มีนาคม 2566 ระหว่างเวลา 18.00 - 19.30 น. พบว่า ศุทธวีร์ เดินทางมาที่บริเวณหน้าศาลฎีกา แล้วพบกับบุคคลหลายราย โดยมีผู้สื่อข่าวประชาไท และช่างภาพอิสระ ร่วมอยู่ด้วย จากพยานหลักฐาน ตำรวจจึงถือว่าทั้งสองร่วมกระทำความผิดด้วย
‘สมาคมนักข่าวฯ’ ออกแถลงการณ์ ‘กังวลสิทธิเสรีภาพสื่อถูกปิดกั้น’
อีกด้าน สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ กังวลสิทธิเสรีภาพสื่อถูกปิดกั้น จากกรณีจับกุมนักข่าวสำนักข่าวประชาไทและช่างภาพอิสระดังกล่าวด้วย
หากสื่อมวลชนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการปฎิบัติหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ใจภายใต้กรอบกฎหมาย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ มีช่องทางในการช่วยเหลือทางด้านกฎหมายโดยเฉพาะด้านความช่วยเหลือในการจักหาทนายความต่อสู้คดีตามกรอบความร่วมมือข้อตกลงร่วมกัน (MOU) กับสภาทนายความ สามารถติดต่อผ่านช่องทางต่างๆของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ




